บริษัท เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู. ยูทิลิตี้ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
1.83
+0.01 (+0.55%)
สรุปสั้น
ถึงแม้ว่าบริษัทจะมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง แต่บริษัทมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น จากการที่บริษัทได้รับงานที่มีโครงการขนาดใหญ่ คือโครงการเปลี่ยนสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินตาม แนวรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพู
โดยรายได้จากธุรกิจบริการ จำนวน 1,107.67 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 86.46 ต่อรายได้จากการขายและบริการ โดยรายได้จากธุรกิจรับเหมาวางระบบเพิ่มจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มี จำนวน 540.92 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5598 out_tok=3000 at=2026-07-25T18:40:13 -->
# JR Q3/2565 กำไรสุทธิหดตัว 52% รับรายได้บริการลด-มาร์จิ้นวูบ
## รายได้บริการ JR ไตรมาส 3 แผ่วลง 7.5% กดดันมาร์จิ้นขั้นต้นวูบจาก 17.3% เหลือ 11.8%
บริษัท เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู. ยูทิลิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JR รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 26.46 ล้านบาท ลดลง 52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการบริการที่ลดลง ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลต่อภาพรวมผลประกอบการของบริษัทในปีนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มูลค่าโอน, presale, backlog ที่รับรู้, อัตรากำไรโครงการ, รายได้ค่าเช่า, ต้นทุนก่อสร้าง, D/E, กระแสเงินสดจากโครงการ
หัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ JR ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การลดลงของรายได้จากการบริการควบคู่ไปกับการหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น** ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิของบริษัท
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากการบริการลดลง 7.50% ในไตรมาส 3 ปี 2565 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากมูลค่าโครงการที่ได้รับในปีนี้มีมูลค่าลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการรับเหมาวางระบบ
นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจบริการยังลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 17.34% ในไตรมาส 3 ปี 2564 เหลือเพียง 11.76% ในไตรมาส 3 ปี 2565 ฝ่ายจัดการอธิบายว่าเกิดจากรายได้ที่ลดลงทำให้อัตราส่วนของค่าบริหารจัดการโครงการที่เป็นต้นทุนคงที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง ต้นทุนหลักที่ประกอบด้วยเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ ค่าจ้างงานเหมา ค่าบริหารจัดการโครงการ ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน และค่าธรรมเนียมต่างๆ ยังคงมีอยู่ ทำให้เมื่อรายได้ลดลง มาร์จิ้นจึงถูกกดดัน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการกล่าวถึงมูลค่าโครงการที่ได้รับในปีนี้มีมูลค่าลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเนื่องจากต้นทุนคงที่เมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง อาจเป็นปัจจัยที่สามารถปรับปรุงได้หากบริษัทสามารถเพิ่มมูลค่าโครงการหรือบริหารจัดการต้นทุนคงที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่คาดว่าจะได้รับในอนาคต การที่ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุถึงแนวโน้มการปรับตัวของมูลค่าโครงการหรือแผนการบริหารต้นทุนอย่างชัดเจน ทำให้ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 52%:** ในไตรมาส 3 ปี 2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 26.46 ล้านบาท เทียบกับ 55.33 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2564
* **รายได้บริการหดตัว 7.5%:** รายได้จากการบริการอยู่ที่ 454.72 ล้านบาท ลดลงจาก 491.61 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจบริการลดลงจาก 17.34% ในไตรมาส 3 ปี 2564 เหลือ 11.76% ในไตรมาส 3 ปี 2565
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 10.29%:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของบริษัท
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 3,534.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 279.09 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญา
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,530.41 ล้านบาท ลดลง 6.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจบริการที่ 1,530.41 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายไม่มีในปี 2565
ในส่วนของต้นทุนบริการสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2565 อยู่ที่ 1,302.65 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 14.88% ลดลงจาก 16.35% ในปีก่อนหน้า
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 454.72 ล้านบาท ลดลง 7.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการบริการอยู่ที่ 454.72 ล้านบาท
ต้นทุนบริการในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 401.26 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 11.76% ลดลงจาก 17.34% ในปีก่อนหน้า
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริการสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2565 เพิ่มขึ้น 7.43% เป็น 17.26 ล้านบาท จาก 16.17 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายพนักงานเพื่อรองรับการขยายงาน ส่วนไตรมาส 3 ปี 2565 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริการลดลง 2.31% เป็น 5.64 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2565 เพิ่มขึ้น 5.65% เป็น 42.75 ล้านบาท และสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 เพิ่มขึ้น 10.29% เป็น 14.58 ล้านบาท โดยทั้งสองช่วงเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของบริษัท
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2565 อยู่ที่ 135.27 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 8.83% ลดลงจาก 10.78% ในปีก่อนหน้า
ส่วนกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 26.46 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 5.82% ลดลงจาก 11.09% ในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การเติบโตของบริษัท:** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการปรับเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ เพื่อรองรับการเติบโตและการขยายงานของบริษัท ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงแผนการขยายธุรกิจในอนาคต
* **มูลค่าโครงการที่เพิ่มขึ้น:** แม้ว่าปีนี้มูลค่าโครงการที่ได้รับจะลดลง แต่การที่บริษัทมีการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่สอดคล้องกับจำนวนและมูลค่างานที่เพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ถึงการมีงานในมือที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของมูลค่าโครงการ:** รายได้จากการขายและบริการขึ้นอยู่กับงบประมาณและความต้องการของลูกค้า รวมถึงมูลค่าของโครงการที่ได้รับในแต่ละปี ซึ่งมีความผันผวนและอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในอนาคต
* **แรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น:** การที่รายได้ลดลงทำให้อัตราส่วนต้นทุนคงที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย:** แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเติบโต แต่หากรายได้ไม่สามารถเติบโตตามได้ทัน อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มมูลค่าโครงการใหม่:** การได้รับงานใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญในการพลิกฟื้นรายได้และอัตรากำไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนคงที่:** กลยุทธ์ของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนคงที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่คาดว่าจะได้รับ
* **การปรับตัวของอัตรากำไรขั้นต้น:** ความสามารถในการรักษาหรือเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไป
* **การขยายงานของบริษัท:** ความคืบหน้าของการขยายงานตามที่ฝ่ายจัดการได้ระบุไว้ และผลตอบแทนจากการลงทุนในส่วนนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะผู้ประกอบการในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง โดยเฉพาะธุรกิจรับเหมาวางระบบ JR เผชิญกับความท้าทายจากความผันผวนของมูลค่าโครงการที่ได้รับ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อรายได้โดยตรง การที่ฝ่ายจัดการระบุว่ามูลค่าโครงการในปีนี้ลดลง สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนในตลาด
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งเกิดจากการที่ต้นทุนคงที่ (เช่น ค่าบริหารจัดการโครงการ) กลายเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง ปรากฏการณ์นี้เป็นเรื่องปกติในธุรกิจที่ต้องมีต้นทุนคงที่สูง แต่จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อกำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการรายได้ให้เติบโตตามทัน หรือไม่สามารถควบคุมต้นทุนคงที่ได้
การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายในการบริหาร แม้จะอ้างว่าเพื่อรองรับการเติบโต แต่ก็เป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน หากการเติบโตที่คาดหวังไม่เกิดขึ้นตามแผน อาจกลายเป็นภาระต้นทุนที่กดดันผลประกอบการในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,534.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 279.09 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของ "สินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญา – ส่วนที่จัดเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน" จำนวน 789.20 ล้านบาท ซึ่งอาจสะท้อนถึงการรับรู้รายได้ที่ยังไม่เกิดขึ้น หรือการดำเนินงานตามสัญญาที่กำลังดำเนินการอยู่
ในขณะเดียวกัน เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 560.48 ล้านบาท ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการนำเงินสดไปใช้ในการดำเนินงาน การลงทุน หรือการชำระหนี้
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,876.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 250.22 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น 205.18 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นเจ้าหนี้การค้าที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ และมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นตามจำนวนและมูลค่างานที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 1,657.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.87 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยได้รับผลบวกจากกำไรสุทธิ แต่ถูกหักลบด้วยการจ่ายเงินปันผล 106.40 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 คำนวณได้ประมาณ 1.13 เท่า (1,876.73 / 1,657.49) ซึ่งอยู่ในระดับที่ต้องจับตา
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ JR ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือการที่รายได้จากการบริการลดลง ประกอบกับการหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากมูลค่าโครงการที่ลดลงและผลกระทบของต้นทุนคงที่ต่อรายได้ที่ลดลง แม้ว่าบริษัทจะมีการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาและเจ้าหนี้การค้า ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการดำเนินงานตามโครงการ แต่ความสามารถในการทำกำไรยังคงถูกกดดันจากปัจจัยข้างต้น ความเสี่ยงหลักอยู่ที่ความผันผวนของมูลค่าโครงการและการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น ในขณะที่โอกาสจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการได้รับงานใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการเติบโตที่คาดหวังในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JR ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
726.25
ล้านบาท
↑ 46% YoY
กำไรขั้นต้น
90.11
ล้านบาท
↑ 39.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.41
%
กำไรสุทธิ
52.47
ล้านบาท
↑ 43.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.23
%
D/E Ratio
1.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
726
↑ + 46%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
90
↑ + 39.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
52
↑ + 43.8%
YoY
D/E Ratio
1.18
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.18
ROE (%)
5.75
ROA (%)
3.53
Book Value/หุ้น
2.22
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+632
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+14
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
632.12
+111.75%
|
298.52
-119.97%
|
-1,495.13
-467.01%
|
407.38
-4.20%
|
425.26
-396.10%
|
-143.62
-128.66%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
13.80
-106.60%
|
-209.12
-449.70%
|
59.80
+1,313.71%
|
4.23
-110.51%
|
-40.23
-49.99%
|
-80.45
-25.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-360.30
-574.20%
|
75.98
-86.70%
|
571.35
+34.33%
|
425.34
+812.16%
|
46.63
-95.58%
|
1,053.89
-2,577.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
285.64
+72.72%
|
165.38
-119.14%
|
-863.96
-203.23%
|
836.95
+75.02%
|
478.19
-42.37%
|
829.82
+136.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
280.85
-18.26%
|
343.57
+36.67%
|
251.39
-64.73%
|
712.71
-44.54%
|
1,285.01
+182.30%
|
455.19
+336.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
360.86
+28.49%
|
280.85
-18.26%
|
343.57
+36.67%
|
251.39
-64.73%
|
712.71
-44.54%
|
1,285.01
+182.30%
|