บริษัท เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู. ยูทิลิตี้ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
1.83
+0.01 (+0.55%)
สรุปสั้น
ถึงแม้ว่าบริษัทจะมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง แต่บริษัทมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น จากการที่บริษัทได้รับงานที่มีโครงการขนาดใหญ่ คือโครงการเปลี่ยนสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินตาม แนวรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพู
โดยรายได้จากธุรกิจบริการ จำนวน 1,107.67 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 86.46 ต่อรายได้จากการขายและบริการ โดยรายได้จากธุรกิจรับเหมาวางระบบเพิ่มจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มี จำนวน 540.92 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=22053 out_tok=2760 at=2026-07-25T06:39:43 -->
# BEC เผย Q2/66 กำไรพุ่ง 1,901% รับเม็ดเงินโฆษณาฟื้นตัว
## รายได้โฆษณาโทรทัศน์ฟื้นตัว QoQ หนุนกำไรโตแรง ขณะที่ธุรกิจคอนเทนต์-ดิจิทัลยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ
บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 74.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,901% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยการฟื้นตัวดังกล่าวเป็นผลมาจากการทยอยฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณาในสื่อโทรทัศน์ ประกอบกับการเติบโตของรายได้จากธุรกิจการจัดจำหน่ายละครไปต่างประเทศและธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BEC ในไตรมาส 2/2566 พลิกฟื้นอย่างโดดเด่น มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ การฟื้นตัวของรายได้จากการขายเวลาโฆษณาทางโทรทัศน์เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากธุรกิจคอนเทนต์และดิจิทัลแพลตฟอร์ม
ประการแรก รายได้จากการขายเวลาโฆษณาของกลุ่ม BEC ในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 1,071.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.1% จากไตรมาส 1/2566 โดยปัจจัยสนับสนุนคือการฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณาในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจาก Nielsen ที่ระบุว่าเม็ดเงินโฆษณารวมในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.2% จากไตรมาสก่อนหน้า การฟื้นตัวนี้ได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน รวมถึงการที่ไตรมาส 2 ถือเป็นช่วง High-season ของการใช้เม็ดเงินโฆษณาเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2565 รายได้โฆษณายังคงลดลง 9.1% เนื่องจากผู้ลงโฆษณายังคงใช้จ่ายอย่างระมัดระวังท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง
ประการที่สอง รายได้จากการให้ใช้ลิขสิทธิ์และบริการอื่น ซึ่งรวมถึงธุรกิจการจัดจำหน่ายละครไปต่างประเทศ (Global Content Licensing) และธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) มีมูลค่า 133.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.7% จากไตรมาส 1/2566 โดยรายได้จาก Global Content Licensing เติบโตถึง 86.4% จากการรับรู้รายได้หลักจากละคร "หมอหลวง" ในไตรมาสนี้ ขณะที่รายได้จาก Digital Platform เติบโต 39.4% จากการมีละคร First-Run เพิ่มขึ้น และการเปิดตัวแคมเปญร่วมกับพันธมิตรต่างๆ เช่น AIS และธนาคารไทยพาณิชย์ รวมถึงความสำเร็จของ 3Plus Premium ที่มีผู้สมัครทะลุ 100,000 ราย
สำหรับแนวโน้มความต่อเนื่องของปัจจัยเหล่านี้ ฝ่ายจัดการมองว่าสถานการณ์ต่างๆ มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 3/2566 จากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้โฆษณา อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจคอนเทนต์และดิจิทัลแพลตฟอร์มจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะแผนการขายลิขสิทธิ์ละครไปต่างประเทศที่ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในครึ่งปีหลังของปี 2566
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 1,901% QoQ:** BEC รายงานกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นในไตรมาส 2/2566 ที่ 74.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 3.7 ล้านบาทในไตรมาส 1/2566
* **รายได้โฆษณาฟื้นตัว QoQ:** รายได้จากการขายเวลาโฆษณาเพิ่มขึ้น 18.1% จากไตรมาสก่อนหน้า สู่ระดับ 1,071.8 ล้านบาท แต่ยังลดลง 9.1% YoY
* **ธุรกิจคอนเทนต์-ดิจิทัลเติบโต:** รายได้จากการให้ใช้ลิขสิทธิ์และบริการอื่นเพิ่มขึ้น 50.7% QoQ สู่ระดับ 133.5 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ละคร "หมอหลวง" และการเติบโตของ 3Plus Premium
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 27.7% ในไตรมาส 2/2566 จาก 18.5% ในไตรมาส 1/2566
* **เงินสดในมือแข็งแกร่ง:** บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 3,793.2 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
BEC มีรายได้จากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 1,205.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.0% จากไตรมาส 1/2566 แต่ลดลง 10.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2565 โดยรายได้หลักยังคงมาจาก "รายได้จากการขายเวลาโฆษณา" ซึ่งอยู่ที่ 1,071.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.1% QoQ แต่ลดลง 9.1% YoY ในขณะที่ "รายได้จากการให้ใช้ลิขสิทธิ์และบริการอื่น" อยู่ที่ 133.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.7% QoQ แต่ลดลง 20.9% YoY
ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 871.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% QoQ แต่ลดลง 7.3% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 80.7% QoQ สู่ระดับ 333.5 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 30.3% ในไตรมาส 2/2565 มาอยู่ที่ 27.7% ในไตรมาส 2/2566
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 36.8% QoQ และ 29.5% YoY สู่ระดับ 227.4 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายโปรโมทละครและการตลาดสำหรับ 3Plus Premium
ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) อยู่ที่ 113.5 ล้านบาท ลดลง 53.6% YoY แต่เพิ่มขึ้น 343.3% QoQ และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ อยู่ที่ 74.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,901.1% QoQ แต่ลดลง 56.7% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและเม็ดเงินโฆษณา:** แนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ค่อยๆ ฟื้นตัว การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภค คาดว่าจะหนุนการใช้จ่ายเม็ดเงินโฆษณาให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การเติบโตของธุรกิจคอนเทนต์:** การขยายตลาดละครไทยในต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลก และการพัฒนาคอนเทนต์ใหม่ๆ รวมถึงการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์ละคร จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญ
* **การเติบโตของแพลตฟอร์มดิจิทัล:** ความสำเร็จของ 3Plus Premium ที่มีผู้สมัครเกิน 100,000 ราย และความร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ จะช่วยเพิ่มฐานสมาชิกและรายได้จากช่องทางดิจิทัล
* **การพัฒนาธุรกิจเพลง:** ความสำเร็จของซิงเกิลเพลงที่ปล่อยออกมา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการต่อยอดธุรกิจบันเทิงในรูปแบบใหม่ๆ
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค:** อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกที่ทรงตัวในระดับสูง ความผันผวนในตลาดการเงินโลก และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายโฆษณา
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมสื่อ:** การแข่งขันที่รุนแรงทั้งในอุตสาหกรรมโทรทัศน์และแพลตฟอร์มดิจิทัล อาจกดดันอัตรากำไรและส่วนแบ่งการตลาด
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับชมสื่อของผู้บริโภคที่หันไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากสื่อโทรทัศน์แบบดั้งเดิม
* **ความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาล:** แม้จะคาดว่าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่หากมีความล่าช้าหรือความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มเม็ดเงินโฆษณาในไตรมาส 3/2566:** การฟื้นตัวจะต่อเนื่องหรือไม่ และจะส่งผลต่อรายได้ของ BEC อย่างไร
* **แผนการจัดจำหน่ายละครในต่างประเทศ:** การรับรู้รายได้จากละครที่วางแผนจะออกอากาศในช่วงครึ่งปีหลัง
* **การเติบโตของผู้สมัคร 3Plus Premium:** ความสามารถในการรักษาฐานสมาชิกและเพิ่มรายได้จากแพลตฟอร์มดิจิทัล
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนการผลิตคอนเทนต์และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
*หมายเหตุ: ข้อมูลที่ได้รับเป็นของบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์ ไม่ใช่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ตามจุดโฟกัสเฉพาะ sector ที่กำหนดได้*
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
BEC มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 3,793.2 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 ลดลงเล็กน้อย 4% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล 320 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.56 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.39 เท่า ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ
กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานสำหรับงวดครึ่งปีแรกปี 2566 อยู่ที่ 1,079.9 ล้านบาท
## สรุปท้าย
BEC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2566 ที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 1,901% QoQ เป็นผลจากการฟื้นตัวของรายได้โฆษณาทางโทรทัศน์และการเติบโตของธุรกิจคอนเทนต์และดิจิทัลแพลตฟอร์ม แม้รายได้โฆษณาจะยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่แนวโน้มเศรษฐกิจที่สดใสขึ้นและการเดินหน้าขยายธุรกิจคอนเทนต์และดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นโอกาสสำคัญที่คาดว่าจะช่วยผลักดันการเติบโตในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากปัจจัยมหภาคและการแข่งขันที่รุนแรงยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JR ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
726.25
ล้านบาท
↑ 46% YoY
กำไรขั้นต้น
90.11
ล้านบาท
↑ 39.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.41
%
กำไรสุทธิ
52.47
ล้านบาท
↑ 43.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.23
%
D/E Ratio
1.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
726
↑ + 46%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
90
↑ + 39.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
52
↑ + 43.8%
YoY
D/E Ratio
1.18
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.18
ROE (%)
5.75
ROA (%)
3.53
Book Value/หุ้น
2.22
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+632
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+14
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
632.12
+111.75%
|
298.52
-119.97%
|
-1,495.13
-467.01%
|
407.38
-4.20%
|
425.26
-396.10%
|
-143.62
-128.66%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
13.80
-106.60%
|
-209.12
-449.70%
|
59.80
+1,313.71%
|
4.23
-110.51%
|
-40.23
-49.99%
|
-80.45
-25.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-360.30
-574.20%
|
75.98
-86.70%
|
571.35
+34.33%
|
425.34
+812.16%
|
46.63
-95.58%
|
1,053.89
-2,577.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
285.64
+72.72%
|
165.38
-119.14%
|
-863.96
-203.23%
|
836.95
+75.02%
|
478.19
-42.37%
|
829.82
+136.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
280.85
-18.26%
|
343.57
+36.67%
|
251.39
-64.73%
|
712.71
-44.54%
|
1,285.01
+182.30%
|
455.19
+336.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
360.86
+28.49%
|
280.85
-18.26%
|
343.57
+36.67%
|
251.39
-64.73%
|
712.71
-44.54%
|
1,285.01
+182.30%
|