JPARK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
JPARK
บริษัท เจนก้องไกล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.54
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6744 out_tok=3110 at=2026-07-25T18:00:09 --> # JPARK กำไร 9 เดือนแรกโต 21% รับแรงหนุนธุรกิจที่จอดรถฟื้น-งานติดตั้งระบบ ## รายได้รวมโต 27% จากธุรกิจหลักฟื้นตัว ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่ม 21% หลังหักรายการพิเศษ บริษัท เจนก้องไกล จำกัด (มหาชน) หรือ JPARK รายงานผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 50.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจให้บริการที่จอดรถ (PS) หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และการรับรู้รายได้จากธุรกิจให้คำปรึกษาและติดตั้งระบบบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ (CIPS) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ JPARK ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการให้บริการที่จอดรถ (PS)** ซึ่งเติบโตถึง 32.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ประกอบกับการ **รับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากธุรกิจให้คำปรึกษาและรับติดตั้งระบบบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ (CIPS)** ที่เติบโตถึง 58.63% ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้น 21.00% มาอยู่ที่ 50.02 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การฟื้นตัวของธุรกิจให้บริการที่จอดรถ (PS) เป็นผลโดยตรงจากการที่สถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลง ทำให้จำนวนผู้ใช้บริการที่จอดรถทยอยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ธุรกิจ CIPS ได้รับแรงหนุนจากการเริ่มทยอยรับรู้รายได้จากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและสีน้ำเงินที่บริษัทได้รับสัญญาจ้างมาตั้งแต่กลางปี 2565 โดยรับรู้รายได้ตามอัตราส่วนของงานที่ทำเสร็จ (Percentage of Completion) และมีการเริ่มดำเนินโครงการใหม่อีกสองโครงการในช่วงไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจาก 1. **การลดลงของรายได้บริการอื่นๆ** ซึ่งในปีก่อนมีกำไรจากส่วนต่างสัญญาเช่า-ให้เช่าช่วงพื้นที่สุทธิ 12.38 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ (Non-recurring Transaction) 2. **การบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-time Expense)** จากการปรับปรุงค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ (Non-movable Assets) จำนวน 3.91 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาสัญญาเช่า หากพิจารณาโดยไม่รวมรายการพิเศษเหล่านี้ อัตรากำไรขั้นต้นหลังปรับค่าในปี 2566 อยู่ที่ 23.01% ซึ่งสูงกว่าปี 2565 ที่ 21.66% สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเมื่อรายได้เพิ่มขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจให้บริการที่จอดรถ (PS) คาดว่าจะยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจและการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติของผู้คน สำหรับธุรกิจ CIPS การรับรู้รายได้จากโครงการเดิมจะทยอยสิ้นสุดลง แต่บริษัทได้เริ่มดำเนินโครงการใหม่อีกสองโครงการ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการควรติดตามการบริหารจัดการต้นทุนจากการให้บริการ โดยเฉพาะค่าเช่าพื้นที่บริการจอดรถที่ผันแปรตามรายได้ และค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 เท่ากับ 50.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.00% YoY** จาก 41.34 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้จากการให้บริการรวม 9 เดือนแรกปี 2566 เท่ากับ 423.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.99% YoY** จาก 333.46 ล้านบาท * **ธุรกิจให้บริการที่จอดรถ (PS) เติบโต 32.05%** จากการฟื้นตัวหลัง COVID-19 * **ธุรกิจให้คำปรึกษาและติดตั้งระบบ (CIPS) เติบโต 58.63%** จากการรับรู้รายได้โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม/น้ำเงิน และโครงการใหม่ * **อัตรากำไรขั้นต้น 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 22.08% ลดลงจาก 24.57%** ในปีก่อนหน้า เนื่องจากมีรายการพิเศษและรายได้บริการอื่นที่ลดลง ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัท เจนก้องไกล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการให้บริการรวม 423.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจให้บริการที่จอดรถ (PS) หลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น และการรับรู้รายได้จากธุรกิจให้คำปรึกษาและรับติดตั้งระบบบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ (CIPS) จากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและสีน้ำเงินที่เริ่มทยอยรับรู้รายได้ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน รวมถึงการเริ่มโครงการใหม่อีกสองโครงการ อย่างไรก็ตาม รายได้บริการอื่นๆ ลดลง 44.37% เนื่องจากปีก่อนมีกำไรจากส่วนต่างสัญญาเช่า-ให้เช่าช่วงพื้นที่สุทธิจำนวนมาก ต้นทุนจากการให้บริการเพิ่มขึ้น 31.17% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยมีต้นทุนงานติดตั้งและวางระบบบริหารลำนจอดรถ (CIPS) เพิ่มขึ้น 22.00 ล้านบาท, ค่าเช่าพื้นที่บริการจอดรถเพิ่มขึ้น 22.45 ล้านบาทจากการจ่ายค่าเช่าแบบผันแปรตามรายได้, ค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น 15.64 ล้านบาทจากการขยายพื้นที่ให้บริการและปันส่วนต้นทุนส่วนกลาง, และค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 17.27 ล้านบาท รวมถึงรายการปรับปรุงค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว 3.91 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 14.17% มาอยู่ที่ 93.52 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.57% เป็น 22.08% เนื่องจากผลกระทบจากรายการพิเศษดังกล่าว ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4.08% มาอยู่ที่ 29.59 ล้านบาท โดยมีค่าธรรมเนียมวิชาชีพและค่าที่ปรึกษาลดลง แต่ค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายในการบริหารอื่นๆ เพิ่มขึ้น ต้นทุนทางการเงินลดลง 0.95 ล้านบาท เนื่องจากดอกเบี้ยจ่ายตามสัญญาเช่าลดลง ทั้งนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 เท่ากับ 50.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.00% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้ว่าอัตรากำไรสุทธิจะลดลงจาก 12.40% เป็น 11.81% เนื่องจากผลกระทบจากรายการพิเศษที่กล่าวมาข้างต้น หากคำนวณโดยไม่รวมรายการพิเศษ อัตรากำไรสุทธิหลังปรับค่าจะเพิ่มขึ้นจาก 9.02% เป็น 12.74% ## โอกาส * **การฟื้นตัวต่อเนื่องของธุรกิจให้บริการที่จอดรถ (PS):** การยกเลิกมาตรการควบคุม COVID-19 และการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติของผู้คน คาดว่าจะส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการที่จอดรถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง * **การเติบโตของธุรกิจให้คำปรึกษาและติดตั้งระบบ (CIPS):** การรับรู้รายได้จากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและสีน้ำเงินที่ดำเนินอยู่ และการเริ่มโครงการใหม่อีกสองโครงการ จะเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญ * **การพัฒนาโครงการใหม่:** การมีโครงการปรับปรุงระบบลานจอดรถของอาคารจอดแล้วจร 8 อาคาร และโครงการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารจอดรถโครงการรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การบริหารจัดการต้นทุนจากการให้บริการ โดยเฉพาะค่าเช่าพื้นที่ที่ผันแปรตามรายได้ และการควบคุมค่าใช้จ่ายพนักงาน จะช่วยรักษาอัตรากำไรให้ดีขึ้น ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของค่าเช่าพื้นที่:** ค่าเช่าพื้นที่บริการจอดรถที่จ่ายแบบผันแปรตามรายได้หรือกำไร อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนเมื่อรายได้เพิ่มขึ้น * **การแข่งขันในธุรกิจ:** ธุรกิจให้บริการที่จอดรถและธุรกิจติดตั้งระบบอาจมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด * **ความล่าช้าของโครงการ:** โครงการ CIPS อาจมีความเสี่ยงจากความล่าช้าในการดำเนินงาน หรือการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสัญญา ซึ่งอาจส่งผลต่อการรับรู้รายได้ * **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคม หรือการพัฒนาเมือง อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้บริการที่จอดรถ หรือโครงการที่บริษัทเข้าไปดำเนินการ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้ธุรกิจ PS:** การเติบโตต่อเนื่องจากการฟื้นตัวหลัง COVID-19 * **ความคืบหน้าของโครงการ CIPS ใหม่:** การรับรู้รายได้จากโครงการปรับปรุงอาคารจอดแล้วจร และโครงการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก * **การบริหารจัดการต้นทุนค่าเช่าพื้นที่:** ผลกระทบจากการจ่ายค่าเช่าแบบผันแปรตามรายได้ * **การควบคุมค่าใช้จ่ายพนักงาน:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจและโครงการใหม่ * **อัตรากำไรขั้นต้น:** การรักษาอัตรากำไรให้ดีขึ้นหลังจากหักรายการพิเศษ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) **รายได้จากการให้บริการ:** รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 423.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.99% โดยธุรกิจให้บริการที่จอดรถ (PS) คิดเป็น 61.48% ของรายได้รวม เติบโต 32.05% จากการฟื้นตัวหลังโควิด-19 ธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ (PMS) คิดเป็น 14.59% ของรายได้รวม เติบโตเล็กน้อย 4.84% ธุรกิจให้คำปรึกษาและติดตั้งระบบ (CIPS) คิดเป็น 21.20% ของรายได้รวม เติบโต 58.63% จากการรับรู้รายได้โครงการรถไฟฟ้าและโครงการใหม่ รายได้บริการอื่นๆ ลดลง 44.37% **ต้นทุนจากการให้บริการ:** ต้นทุนรวม 329.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.17% สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้นจาก 75.43% เป็น 77.92% โดยมีต้นทุนงานติดตั้งและวางระบบ (CIPS) เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้, ค่าเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้นจากการจ่ายแบบผันแปร, ค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจและปันส่วนต้นทุน, และค่าเสื่อมราคา/ตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น รวมถึงรายการ One-time Expense **อัตรากำไรขั้นต้น:** อยู่ที่ 22.08% ลดลงจาก 24.57% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากมีรายการพิเศษและรายได้บริการอื่นที่ลดลง หากปรับรายการพิเศษ อัตรากำไรขั้นต้นหลังปรับค่าเพิ่มขึ้นจาก 21.66% เป็น 23.01% **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** อยู่ที่ 29.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.08% สัดส่วนต่อรายได้ลดลงจาก 8.53% เป็น 6.99% โดยค่าธรรมเนียมวิชาชีพและที่ปรึกษาลดลง แต่ค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด (เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้) ## สรุปท้าย JPARK โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2566 เติบโตอย่างน่าพอใจ โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 21% จากการฟื้นตัวของธุรกิจให้บริการที่จอดรถ (PS) และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจให้คำปรึกษาและติดตั้งระบบ (CIPS) แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะได้รับผลกระทบจากรายการพิเศษและรายได้บริการอื่นที่ลดลง แต่หากพิจารณาโดยไม่รวมรายการดังกล่าว อัตรากำไรขั้นต้นหลังปรับค่าได้ปรับตัวดีขึ้น สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเมื่อรายได้เติบโต โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากแนวโน้มธุรกิจ PS ที่จะฟื้นตัวต่อเนื่อง และการเดินหน้าของโครงการ CIPS ใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนค่าเช่าพื้นที่และค่าใช้จ่ายพนักงาน รวมถึงความเสี่ยงจากการแข่งขันและโครงการที่อาจมีความล่าช้า
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JPARK ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
162.15 ล้านบาท
↑ 17.3% YoY
กำไรขั้นต้น
53.61 ล้านบาท
↑ 30.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.06 %
กำไรสุทธิ
29.05 ล้านบาท
↑ 27.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
17.92 %
D/E Ratio
0.37
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
162
↑ + 17.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
54
↑ + 30.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
29
↑ + 27.8% YoY
D/E Ratio
0.37

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JPARK

รายการ 2569 2568 2567 2566
รายได้รวม
162.15
+17.31%
138.22
-65.91%
405.52
กำไรขั้นต้น
53.61
+30.23%
41.16
-54.62%
90.70
ค่าใช้จ่ายรวม
20.28
+36.66%
14.84
-61.41%
38.46
กำไรสุทธิ
29.05
+27.76%
22.74
-43.72%
40.40
กำไรต่อหุ้น
0.07
+28.07%
0.06
-43.56%
0.10
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
33.06
+11.01%
29.78
+33.12%
22.37
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
12.51
+16.48%
10.74
+13.29%
9.48
อัตรากำไรสุทธิ(%)
17.92
+8.94%
16.45
+65.16%
9.96
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
4.74
-34.71%
7.26
0.00
ROE(%)
10.73
-56.49%
24.66
+48.29%
16.63
ROA(%)
9.83
-53.72%
21.24
+43.71%
14.78
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.37
-36.21%
0.58
+70.59%
0.34
P/E
14.14
-13.83%
16.41
-59.76%
40.78
P/BV
1.40
-60.23%
3.52
-21.60%
4.49
BV
1.94
+7.78%
1.80
+24.14%
1.45
YIELD(%)
1.84
+211.86%
0.59
-79.08%
2.82
ราคาหุ้น
2.72
-57.17%
6.35
-2.31%
6.50
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.37
ROE (%)
10.73
ROA (%)
9.83
Book Value/หุ้น
2.10

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JPARK

รายการ 2569 2568 2567 2566
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
197.99
-55.10%
440.98
-12.89%
506.25
+289.25%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
911.28
+24.56%
731.63
+153.21%
288.95
+32.96%
รวมสินทรัพย์
1,109.27
-5.40%
1,172.61
+47.46%
795.19
+128.92%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
139.86
-13.25%
161.22
+24.79%
129.20
+0.16%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
161.93
-39.51%
267.68
+271.04%
72.14
+21.71%
รวมหนี้สิน
301.78
-29.64%
428.91
+113.02%
201.34
+6.95%
รวมส่วนของเจ้าของ
807.49
+8.58%
743.71
+25.23%
593.85
+273.24%
D/E
0.37
0.58
0.34
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
10.73
24.66
16.63
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
9.83
21.24
14.78
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.42
2.74
3.92
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.14
2.72
3.68
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
29.68
22.22
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
84.80
70.37
0.00
วงจรเงินสด
-55.12
-48.15
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-37
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+85
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JPARK

รายการ 2569 2568 2567 2566
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-37.11
+157.35%
-14.42
-163.41%
22.74
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
84.76
-32.06%
124.75
-713.93%
-20.32
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-64.68
-136.35%
177.94
-1,066.54%
-18.41
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-17.03
-105.91%
288.27
-1,903.94%
-15.98
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
404.02
-7.85%
438.43
+1,815.38%
22.89
+94.32%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
98.70
-75.57%
404.02
-7.85%
438.43
+1,815.17%