บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
1.09
0.01 (0.91%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10877 out_tok=2919 at=2026-07-25T06:38:31 -->
# JAS Q2/2566 ขาดทุนสุทธิเพิ่ม 247% แบกรับต้นทุนบรอดแบนด์-รอดีลขาย TTTBB
## รายได้รวมวูบ 5% YoY แต่กำไรสุทธิขาดทุนเพิ่ม 247% หลังต้นทุนบรอดแบนด์พุ่ง ขณะที่การขายธุรกิจหลักยังล่าช้า
บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 4,813 ล้านบาท ลดลง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 247% เป็น 794 ล้านบาท จากขาดทุน 229 ล้านบาทในปีก่อน แม้จะขาดทุนลดลง 9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต ประกอบกับความล่าช้าของธุรกรรมการขายธุรกิจบรอดแบนด์หลัก (TTTBB และ JASIF) ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกลุ่มบริษัท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ JAS ในไตรมาส 2 ปี 2566 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการ โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและอินเทอร์เน็ตทีวี ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit) ลดลงอย่างมาก** แม้รายได้รวมจะลดลงเพียง 5% แต่ผลขาดทุนสุทธิกลับเพิ่มขึ้นถึง 247% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่รุนแรงกว่าการเปลี่ยนแปลงของรายได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการ มาจาก **การปรับเพิ่มขึ้นของค่าเช่า OFC (Optical Fiber Cable) ในอัตรา 3% ตามสัญญาที่อ้างอิงจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไป** รวมถึงต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ (JTS) และการให้บริการวงจรเช่าทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีผลจากการเปลี่ยนแปลงสมมติฐานอัตราการคิดลดที่ส่งผลต่อค่าเช่าในส่วนสัญญาประกันรายได้ (สัญญาเช่า 20%) ซึ่งทำให้ต้นทุนรวมสูงขึ้น
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ต้นทุนขายและบริการลดลง 2% เนื่องจากค่าเช่าในส่วนสัญญาประกันรายได้ลดลงจากการเปลี่ยนแปลงสมมติฐานอัตราการคิดลด อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้มีนัยสำคัญกว่ามาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าการปรับค่าเช่า OFC เป็นไปตามสัญญาและอ้างอิงอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งอาจมีแนวโน้มต่อเนื่องหากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง แต่การปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) สำหรับธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดต้นทุนได้ในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม ความล่าช้าของธุรกรรมการขาย TTTBB และ JASIF เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและอาจนำไปสู่การเจรจาขอผ่อนผันการชำระค่าเช่า ซึ่งหากไม่สำเร็จ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและผลประกอบการในอนาคตได้ การพิจารณาของ กสทช. ต่อธุรกรรมดังกล่าวจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่ม 247% YoY:** ผลขาดทุนสุทธิไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 794 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 229 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **รายได้รวมลดลง 5% YoY:** รายได้รวมอยู่ที่ 4,813 ล้านบาท ลดลง 253 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
* **ต้นทุนขายและบริการพุ่ง 12% YoY:** ต้นทุนรวมอยู่ที่ 3,613 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 384 ล้านบาท โดยหลักมาจากธุรกิจบรอดแบนด์
* **ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีโซลูชั่นเติบโต 18% YoY:** รายได้ส่วนนี้อยู่ที่ 415 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62 ล้านบาท
* **ธุรกรรมขาย TTTBB และ JASIF ยังล่าช้า:** อยู่ระหว่างการพิจารณาของ กสทช. คาดแล้วเสร็จไตรมาส 4 ปี 2566 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่อง
* **สถานะทางการเงินตึงตัว:** ไม่สามารถดำรงอัตราส่วนทางการเงินตามสัญญาเงินกู้ได้ ธนาคารอยู่ระหว่างพิจารณาผ่อนปรน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 4,813 ล้านบาท ลดลง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยรายได้หลักจากส่วนงานให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและอินเทอร์เน็ตทีวีอยู่ที่ 4,187 ล้านบาท ลดลง 8% YoY เนื่องจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง แม้จะพยายามรักษาฐานลูกค้าด้วยแพ็กเกจที่หลากหลาย รายได้จากส่วนงานสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีโซลูชั่นเติบโตได้ดี 18% YoY มาอยู่ที่ 415 ล้านบาท จากธุรกิจให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมและธุรกิจจัดหาและวางระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ที่เริ่มมีรายได้เข้ามา
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 12% YoY เป็น 3,613 ล้านบาท โดยหลักมาจากต้นทุนส่วนงานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ปรับเพิ่มค่าเช่า OFC และต้นทุนธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ รวมถึงค่าบริการวงจรเช่า ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 ขาดทุนเพิ่มขึ้น 247% YoY เป็น 794 ล้านบาท จากขาดทุน 229 ล้านบาทในปีก่อน แต่ลดลง 9% QoQ จากขาดทุน 875 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2566 EBITDA อยู่ที่ 2,793 ล้านบาท ลดลง 14% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีโซลูชั่น:** รายได้ในส่วนนี้เติบโต 18% YoY โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม ธุรกิจจัดหาและวางระบบคอมพิวเตอร์ และธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์
* **ธุรกิจใหม่:** บริษัทฯ มุ่งเน้นธุรกิจใหม่หลังการขายธุรกิจบรอดแบนด์ เช่น JAS Green ที่เริ่มทำการตลาดร่วมกับ 3BB และธนาคารกสิกรไทยสำหรับโปรโมชั่น Solar Rooftop และธุรกิจด้านสุขภาพผ่านแอปพลิเคชั่น JAS Care และการพัฒนา Telehealth Platform โดยใช้ AI
* **แนวโน้มราคาบิตคอยน์:** ราคาบิตคอยน์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเหตุการณ์ Halving ในเดือนเมษายน 2567 และการปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ช่วยลดต้นทุนการทำเหมือง
* **การย้ายฐานเครื่องขุดบิตคอยน์:** การเจรจากับพันธมิตรในต่างประเทศเพื่อย้ายเครื่องขุดไปยังพื้นที่ที่มีต้นทุนค่าไฟฟ้าต่ำกว่า
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจบรอดแบนด์:** ยังคงรุนแรง ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของธุรกิจหลัก
* **ความล่าช้าของธุรกรรมขาย TTTBB และ JASIF:** ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกลุ่มบริษัท และอาจนำไปสู่การเจรจาขอผ่อนผันค่าเช่า JASIF
* **การผิดเงื่อนไขสัญญาเงินกู้:** บริษัทฯ ไม่สามารถดำรงอัตราส่วนทางการเงินตามที่ระบุในสัญญากู้ยืมเงินได้ ทำให้ธนาคารมีสิทธิเรียกชำระคืนเงินกู้ทั้งหมด
* **ต้นทุนค่าเช่า OFC ที่เพิ่มขึ้น:** การปรับเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อส่งผลกระทบต่อต้นทุนธุรกิจบรอดแบนด์
* **ความผันผวนของราคาบิตคอยน์และต้นทุนการทำเหมือง:** แม้แนวโน้มราคาบิตคอยน์จะดีขึ้น แต่ความผันผวนของราคายังคงเป็นความเสี่ยง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการพิจารณาของ กสทช. ต่อธุรกรรมขาย TTTBB และ JASIF:** คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2566
* **ผลการพิจารณาของ BBLAM (ผู้จัดการกองทุน JASIF) ต่อการขอผ่อนผันค่าเช่า:** การตัดสินใจนี้จะส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและต้นทุนของกลุ่มบริษัท
* **แนวโน้มการขาดทุนสุทธิ:** การขาดทุนมีแนวโน้มลดลงติดต่อกัน 2 ไตรมาส แต่ยังต้องจับตาว่าจะเป็นเช่นนี้ต่อไปหรือไม่
* **การดำเนินงานของธุรกิจใหม่:** JAS Green และธุรกิจด้านสุขภาพ จะสามารถสร้างรายได้และกำไรทดแทนธุรกิจเดิมได้มากน้อยเพียงใด
* **ต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และราคาบิตคอยน์:** ปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการของธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
* **รายได้จากส่วนงานให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและอินเทอร์เน็ตทีวี:** ลดลง 8% YoY เป็น 4,187 ล้านบาท จากการแข่งขันที่รุนแรง แม้มีลูกค้าทั่วไปที่สามารถเก็บเงินได้ประมาณ 2.31 ล้านราย โดยมี ARPU 557 บาทต่อเดือน
* **รายได้จากส่วนงานสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีโซลูชั่น:** เพิ่มขึ้น 18% YoY เป็น 415 ล้านบาท โดยธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์มีรายได้ 28.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.36% จากจำนวนเหรียญที่ขุดได้ที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 12% YoY เป็น 3,613 ล้านบาท หลักๆ มาจากค่าเช่า OFC ที่ปรับเพิ่มขึ้น 3% และต้นทุนธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 2% YoY เป็น 1,131 ล้านบาท จากการปรับเพิ่มเงินเดือนและผลประโยชน์พนักงาน ค่าใช้จ่ายยานพาหนะ และค่าไฟฟ้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน โดยมีประเด็นสำคัญคือ **บริษัทฯ ไม่สามารถดำรงอัตราส่วนทางการเงินตามที่ระบุไว้ในสัญญากู้ยืมเงินกับธนาคารแห่งหนึ่งได้** ทำให้ธนาคารมีสิทธิเรียกชำระคืนเงินกู้ยืมทั้งจำนวน อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังอยู่ระหว่างการพิจารณาออกหนังสือผ่อนปรน และบริษัทฯ คาดว่าจะยังสามารถชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยได้ตามกำหนด และเชื่อว่าเหตุการณ์นี้จะไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่องบการเงิน
EBITDA ในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 2,793 ล้านบาท ลดลง 14% YoY และลดลงเล็กน้อย 0.1% QoQ
## สรุปท้าย
JAS ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนธุรกิจบรอดแบนด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับความล่าช้าของดีลขายธุรกิจหลัก ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้ธุรกิจเทคโนโลยีและสินทรัพย์ดิจิทัลจะเติบโตได้ดี แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากธุรกิจหลักได้ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและการผิดเงื่อนไขเงินกู้เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่ความหวังในการพลิกฟื้นขึ้นอยู่กับความสำเร็จของธุรกิจใหม่และการปิดดีลขายธุรกิจบรอดแบนด์ตามแผนที่วางไว้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JAS ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
1,383.00
ล้านบาท
↑ 80.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-351.41
ล้านบาท
↓ 646.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-25.41
%
กำไรสุทธิ
-2,440.93
ล้านบาท
↓ 767.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-176.50
%
D/E Ratio
0.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,383
↑ + 80.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-351
↓ -646.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-2,441
↓ -767.8%
YoY
D/E Ratio
0.80
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JAS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.80
ROE (%)
-6.10
ROA (%)
-0.17
Book Value/หุ้น
0.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JAS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,559
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-344
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JAS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,558.51
+57.21%
|
2,899.72
-139.91%
|
-7,266.14
+41.29%
|
-5,142.75
+11.51%
|
-4,611.78
-308.54%
|
2,211.51
+82.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-344.17
-108.56%
|
4,021.19
-84.56%
|
26,043.13
+9,028.01%
|
285.31
-66.10%
|
841.52
-302.34%
|
-415.89
-101.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,820.24
-122.83%
|
7,974.22
-214.01%
|
-6,994.03
-250.84%
|
4,636.80
+23.49%
|
3,754.88
-115.86%
|
-23,676.22
+143.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,394.10
-83.93%
|
14,895.13
+26.41%
|
11,782.95
-5,439.87%
|
-220.66
+1,334.72%
|
-15.38
-99.93%
|
-21,880.60
-195.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,102.25
-91.29%
|
12,652.01
+1,648.87%
|
723.44
-53.42%
|
1,553.23
+37.82%
|
1,126.97
-95.10%
|
23,007.57
+2,458.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,528.36
+129.38%
|
1,102.25
-91.29%
|
12,652.01
+1,648.87%
|
723.44
-53.42%
|
1,553.23
+37.82%
|
1,126.97
-95.31%
|