JAS
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
JAS
บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
1.09
0.01 (0.91%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=41068 out_tok=2603 at=2026-07-25T18:47:15 --> # ไทยประกันชีวิต Q2/65 กำไรสุทธิหดตัว 1.7% เหตุเบี้ยรับใหม่โตแต่มีต้นทุนเริ่มแรกสูง ## กำไรสุทธิ Q2/65 ชะลอตัวเล็กน้อย แม้เบี้ยรับใหม่เติบโตโดดเด่น ฝ่ายบริหารชี้ต้นทุนกรมธรรม์ใหม่กดดัน พร้อมรับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจผันผวน บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI รายงานผลประกอบการสำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 มีกำไรสุทธิ 5,811.54 ล้านบาท ลดลง 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับจากกรมธรรม์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นถึง 31.98% แต่ส่งผลให้เกิดการขาดทุนเริ่มแรกสำหรับกรมธรรม์รายใหม่ ทำให้กำไรโดยรวมลดลงเล็กน้อย ขณะที่กำไรจากเงินลงทุนยังคงทรงตัวในระดับใกล้เคียงเดิม ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ TLI ในช่วงหกเดือนแรกของปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของเบี้ยประกันภัยรับจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business Premium) ที่เพิ่มขึ้น 31.98%** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงเล็กน้อย 1.7% จาก 5,935.33 ล้านบาทในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 5,811.54 ล้านบาทในปีนี้ แม้ว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 2.22% เป็น 51,872.39 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของเบี้ยประกันภัยรับจากกรมธรรม์ใหม่ โดยเฉพาะเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (First Year Premium) ที่เพิ่มขึ้น 23.92% และเบี้ยประกันภัยรับจ่ายครั้งเดียว (Single Premium) ที่เพิ่มขึ้น 45.92% เป็นผลมาจากความสำเร็จของกลยุทธ์การขายผ่านช่องทางตัวแทนและพันธมิตรธนาคารพาณิชย์ รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม การรับเบี้ยประกันภัยใหม่จำนวนมากนี้ส่งผลให้เกิด **"การขาดทุนเริ่มแรกสำหรับกรมธรรม์รายใหม่" (Initial Loss on New Policies)** ซึ่งเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของกรมธรรม์ใหม่ เช่น ค่าคอมมิชชั่นและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลกระทบ ได้แก่: * **การจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวกับโควิด-19 เพิ่มขึ้น** จำนวน 855.9 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน * **การกลับรายการสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น** จำนวน 398.71 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลบวกต่อกำไร ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) เพิ่มขึ้น 23.26% และมูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (New Business Value: NBV) เพิ่มขึ้น 24.15% ซึ่งบ่งชี้ถึงศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคตจากกรมธรรม์ใหม่ที่ขายได้ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนเริ่มแรกของกรมธรรม์ใหม่จะยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะสั้นถึงกลาง ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 5,811.54 ล้านบาท ลดลง 1.7% YoY** * **เบี้ยประกันภัยรับรวมเพิ่มขึ้น 1.45% เป็น 40,959.53 ล้านบาท** โดยเบี้ยรับใหม่ (ปีแรก + จ่ายครั้งเดียว) เติบโตโดดเด่น 31.98% * **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 2.22% เป็น 51,872.39 ล้านบาท** * **กำไรจากเงินลงทุนทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน** อยู่ที่ 2,680.68 ล้านบาท * **มีการกลับรายการสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น** จำนวน 398.71 ล้านบาท * **ค่าสินไหมทดแทนจากโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** เป็น 925.2 ล้านบาท (31.2% ของค่าสินไหมรักษาพยาบาลรวม) ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 5,811.54 ล้านบาท ลดลง 1.7% เมื่อเทียบกับ 5,935.33 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 2.22% เป็น 51,872.39 ล้านบาท จาก 50,744.50 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 3.73% เป็น 44,671.76 ล้านบาท จาก 43,063.90 ล้านบาท ## โอกาส * **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่:** การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของเบี้ยประกันภัยรับปีแรกและเบี้ยจ่ายครั้งเดียว สะท้อนถึงความสามารถในการขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางตัวแทนและพันธมิตร * **ผลิตภัณฑ์ใหม่:** การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์แบบมีส่วนร่วมในเงินปันผลรูปแบบใหม่ และการเติบโตของช่องทางพันธมิตร ช่วยสนับสนุนการขาย * **การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ:** แนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวและการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาจส่งผลดีต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต * **การปรับปรุงกฎเกณฑ์:** การผ่อนปรนหลักเกณฑ์การลงทุนของ คปภ. ช่วยเพิ่มโอกาสในการบริหารจัดการสินทรัพย์และสร้างผลตอบแทน ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนกรมธรรม์ใหม่:** การขาดทุนเริ่มแรกสำหรับกรมธรรม์รายใหม่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันกำไรในระยะสั้น * **ผลกระทบจากโควิด-19:** การจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ยังคงมีจำนวนสูง แม้จะลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า * **ภาวะเศรษฐกิจมหภาค:** ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนของนโยบายการเงิน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต * **ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยส่งผลกระทบต่อมูลค่าพอร์ตการลงทุนในตราสารหนี้ และอาจกระตุ้นให้เกิดการเวนคืนกรมธรรม์ * **ความผันผวนของตลาดทุน:** การลงทุนในตราสารทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนและมูลค่าเงินลงทุน * **การแข่งขัน:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมประกันชีวิต ทั้งจากบริษัทประกันเดิมและสถาบันการเงินอื่น ๆ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่:** ติดตามว่าการเติบโตของเบี้ยรับใหม่จะสามารถชดเชยต้นทุนเริ่มแรกได้หรือไม่ * **การบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทน:** ประเมินผลกระทบต่อเนื่องจากโควิด-19 และการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนโดยรวม * **ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ:** วิเคราะห์ผลกระทบต่อรายได้จากการลงทุนและพฤติกรรมผู้บริโภค * **การปรับตัวต่อกฎระเบียบใหม่:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ คปภ. และผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ * **การนำมาตรฐาน IFRS 17 มาใช้:** ประเมินความคืบหน้าและผลกระทบต่อการรายงานทางการเงิน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี) ในฐานะบริษัทประกันชีวิต TLI ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีโดยตรง แต่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาแอปพลิเคชันไทยประกันชีวิต และการปรับปรุงระบบเพื่อรองรับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึงการบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างรับผิดชอบ ฝ่ายบริหารมีแผนลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนสำหรับปี 2566-2567 ไว้ที่ประมาณ 739-746 ล้านบาทต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเสริมความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 533,109.99 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 533,706.29 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 โดยมีเงินลงทุนในหลักทรัพย์ 481,119.55 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 76,365.57 ล้านบาท ลดลง 11.65% จาก 86,431.23 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนตามสภาวะตลาดทุนที่ไม่เอื้ออำนวย ในส่วนของหนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเป็น 456,744.42 ล้านบาท จาก 447,275.06 ล้านบาท โดยหนี้สินจากสัญญาประกันภัยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเพิ่มขึ้นของสำรองประกันภัยสำหรับสัญญาประกันภัยระยะยาว กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 692.60 ล้านบาท เปลี่ยนจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ใช้ไป 4,092.04 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนการรับเงินสดจากเบี้ยประกันภัยรับที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนลดลงเหลือ 171.41 ล้านบาท จาก 779.64 ล้านบาท และเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้นเป็น 2,650.00 ล้านบาท จาก 2,257.80 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการจ่ายเงินปันผลที่สูงขึ้น ## สรุปท้าย TLI รายงานผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย แม้เบี้ยรับใหม่จะเติบโตโดดเด่น เนื่องจากต้นทุนเริ่มแรกของกรมธรรม์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจใหม่และมูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ยังคงเป็นสัญญาณบวกในระยะยาว แม้จะเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ผันผวน ผลกระทบจากโควิด-19 และความผันผวนของตลาดทุน แต่บริษัทฯ ยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนอยู่ในระดับสูง พร้อมรับมือกับความเสี่ยงและแสวงหาโอกาสในการเติบโตต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JAS ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
1,383.00 ล้านบาท
↑ 80.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-351.41 ล้านบาท
↓ 646.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-25.41 %
กำไรสุทธิ
-2,440.93 ล้านบาท
↓ 767.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-176.50 %
D/E Ratio
0.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,383
↑ + 80.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-351
↓ -646.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-2,441
↓ -767.8% YoY
D/E Ratio
0.80

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JAS

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
1,383.00
+80.75%
765.14
-91.48%
8,982.87
+79.93%
4,992.32
-12.10%
5,679.39
+23.76%
4,589.10
-75.63%
กำไรขั้นต้น
-351.41
-646.80%
64.27
-99.40%
10,691.26
+1,535.48%
653.71
-77.05%
2,848.42
+155.20%
1,116.14
-92.99%
ค่าใช้จ่ายรวม
307.18
+1,354.06%
21.13
+101.12%
-1,889.92
-292.19%
983.34
-0.73%
990.60
-1.87%
1,009.51
-19.13%
กำไรสุทธิ
-2,440.93
-767.77%
365.53
-97.98%
18,130.07
+1,602.81%
-1,206.41
-2,775.09%
45.10
+104.86%
-927.10
-122.39%
กำไรต่อหุ้น
-0.29
-768.18%
0.04
-97.99%
2.19
+1,607.59%
-0.15
-3,000.00%
0.01
+104.46%
-0.11
-122.44%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
-25.41
-402.50%
8.40
-92.94%
119.02
+809.24%
13.09
-73.90%
50.15
+106.21%
24.32
-71.24%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
22.21
+704.71%
2.76
+113.12%
-21.04
-206.80%
19.70
+12.96%
17.44
-20.73%
22.00
+231.83%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-176.50
-469.48%
47.77
-76.33%
201.83
+935.04%
-24.17
-3,159.49%
0.79
+103.91%
-20.20
-191.86%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
8.21
+157.05%
-14.39
-100.05%
26,481.56
+14,100.75%
186.48
+174.52%
67.93
+181.74%
-83.11
-103.68%
ROE(%)
-6.10
-250.99%
4.04
-98.21%
225.41
+482.70%
-58.90
-63.88%
-35.94
-38.34%
-25.98
-110.52%
ROA(%)
-0.17
-104.35%
3.91
-90.36%
40.58
+1,899.01%
2.03
-29.27%
2.87
+105.00%
1.40
-95.74%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.80
+122.22%
0.36
-16.28%
0.43
-98.18%
23.60
+46.77%
16.08
-15.94%
19.13
+4,934.21%
P/E
5.36
+430.69%
1.01
-92.52%
13.50
+113.50%
-100.00
0.00
-100.00%
14.06
+11.76%
P/BV
1.06
-43.92%
1.89
-49.19%
3.72
-28.87%
5.23
-58.82%
12.70
+204.56%
4.17
+88.69%
BV
1.26
+11.50%
1.13
+101.79%
0.56
+33.33%
0.42
+50.00%
0.28
-63.16%
0.76
-66.37%
YIELD(%)
0.00
-100.00%
29.05
0.00
0.00
-100.00%
7.10
-86.85%
54.00
+380.43%
ราคาหุ้น
1.34
-37.38%
2.14
+1.90%
2.10
-4.55%
2.20
-37.14%
3.50
+6.71%
3.28
-34.40%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.80
ROE (%)
-6.10
ROA (%)
-0.17
Book Value/หุ้น
0.74

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JAS

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
3,986.07
-22.04%
5,113.05
-70.15%
17,129.97
+239.82%
5,040.87
-16.93%
5,954.87
+13.21%
5,260.09
-81.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
10,842.21
+18.80%
9,126.51
+49.41%
6,108.42
-92.65%
83,079.62
-7.44%
89,679.67
-5.91%
94,487.31
+125.37%
รวมสินทรัพย์
14,828.27
+4.13%
14,239.56
-38.72%
23,238.39
-73.63%
88,120.49
-8.04%
95,634.54
-4.91%
99,747.41
+42.75%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
5,234.62
+87.84%
2,786.73
-46.62%
5,220.15
-72.18%
18,748.75
+16.87%
15,874.39
-13.57%
18,365.88
+5.92%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
1,378.07
+36.41%
1,010.21
-43.29%
1,781.33
-97.29%
65,790.25
-11.31%
74,159.60
-3.09%
76,425.48
+143.79%
รวมหนี้สิน
6,612.69
+74.16%
3,796.94
-45.77%
7,001.48
-91.72%
84,539.00
-6.30%
90,033.99
-5.11%
94,791.36
+94.69%
รวมส่วนของเจ้าของ
8,215.58
-21.33%
10,442.62
-35.69%
16,236.91
+353.36%
3,581.50
-36.05%
4,075.20
-28.33%
4,723.04
-77.70%
D/E
0.80
0.36
0.43
23.60
22.09
20.07
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-6.10
4.04
225.41
-58.90
-35.94
-25.98
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
-0.17
3.91
40.58
2.03
2.87
1.40
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.76
1.83
3.28
0.27
0.38
0.29
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.54
1.47
3.02
0.21
0.30
0.24
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
145.68
342.25
0.00
0.00
59.54
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
74.07
124.84
0.00
0.00
86.16
0.00
วงจรเงินสด
71.61
217.40
0.00
0.00
-26.62
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,559
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-344
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JAS

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
4,558.51
+57.21%
2,899.72
-139.91%
-7,266.14
+41.29%
-5,142.75
+11.51%
-4,611.78
-308.54%
2,211.51
+82.05%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-344.17
-108.56%
4,021.19
-84.56%
26,043.13
+9,028.01%
285.31
-66.10%
841.52
-302.34%
-415.89
-101.33%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-1,820.24
-122.83%
7,974.22
-214.01%
-6,994.03
-250.84%
4,636.80
+23.49%
3,754.88
-115.86%
-23,676.22
+143.81%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
2,394.10
-83.93%
14,895.13
+26.41%
11,782.95
-5,439.87%
-220.66
+1,334.72%
-15.38
-99.93%
-21,880.60
-195.78%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,102.25
-91.29%
12,652.01
+1,648.87%
723.44
-53.42%
1,553.23
+37.82%
1,126.97
-95.10%
23,007.57
+2,458.53%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
2,528.36
+129.38%
1,102.25
-91.29%
12,652.01
+1,648.87%
723.44
-53.42%
1,553.23
+37.82%
1,126.97
-95.31%