บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
4.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น รายได้อื่น จํานวน 26.80 ล้านบาท ในขณะที่รายได้ลดลง จาก สถานการณ์ COVID-19
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3421 out_tok=2885 at=2026-07-25T17:06:39 -->
# RPCG กำไรสุทธิปี 65 ดิ่ง 91% รับผลพิเศษปีก่อนหนุนสูง
## รายได้น้ำมันพุ่ง 43% แต่ชดเชยผลบวกครั้งเดียวไม่ได้ ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากค่าชดเชยความเสียหายปี 64
บริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ RPCG รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 63.99 ล้านบาท ลดลงถึง 91% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 724.29 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2564 อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายน้ำมันค้าปลีกยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: พลังงาน (ค้าปลีกน้ำมัน)
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: รายได้จากการขาย, ต้นทุนขาย, ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน, ผลกระทบจากราคา commodity, ปริมาณขาย
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ RPCG ในปี 2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 91% เมื่อเทียบกับปี 2564 มาจาก **การหายไปของรายได้ค่าชดเชยความเสียหายตามคำพิพากษาจำนวน 899.87 ล้านบาท** ที่บริษัทฯ ได้รับในปี 2564 ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลบวกต่อกำไรอย่างมากในปีดังกล่าว
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ในปี 2564 บริษัทฯ ได้รับเงินชดเชยความเสียหายตามคำพิพากษาเป็นจำนวนสูงถึง 899.87 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปกติ และส่งผลให้กำไรสุทธิของปี 2564 สูงผิดปกติ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2565 ที่ไม่มีรายการดังกล่าวเข้ามาสนับสนุน กำไรสุทธิของปี 2565 จึงปรับตัวลดลงอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ในปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้หลักจากการจำหน่ายน้ำมันแบบค้าปลีกผ่านสถานีบริการน้ำมันของบริษัท เพียวพลังงานไทย จำกัด (PTEC) ซึ่งเป็นบริษัทแกนหลัก โดยมีรายได้จากการขายทั้งสิ้น 7,822.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,348.24 ล้านบาท หรือคิดเป็น 43% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีรายได้ 5,473.76 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นด้วย
ส่วนต้นทุนขายได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ โดยต้นทุนขายในปี 2565 อยู่ที่ 7,399.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,251.91 ล้านบาท หรือ 44% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีต้นทุนขาย 5,147.60 ล้านบาท
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในปี 2565 อยู่ที่ 404.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.26 ล้านบาท หรือ 13% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีค่าใช้จ่าย 359.24 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าเช่าสถานีบริการน้ำมัน
บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 55.63 ล้านบาท และมีค่าภาษีเงินได้นิติบุคคล 10.32 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** รายได้ค่าชดเชยความเสียหายตามคำพิพากษาเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในปี 2564 และไม่มีการระบุว่าจะเกิดขึ้นอีกในปีถัดไป ดังนั้น การลดลงของกำไรสุทธิในปี 2565 เป็นผลมาจากฐานที่สูงผิดปกติของปีก่อนหน้า
ส่วนการเติบโตของรายได้จากการจำหน่ายน้ำมันค้าปลีกที่เพิ่มขึ้น 43% นั้น มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องได้ หากราคาน้ำมันโลกยังคงอยู่ในระดับสูงและปริมาณการขายยังคงเติบโต อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการโดยรวมจะยังคงได้รับผลกระทบจากการไม่มีรายการพิเศษดังกล่าว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 91%** อยู่ที่ 63.99 ล้านบาท เทียบกับ 724.29 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 43%** เป็น 7,822.00 ล้านบาท จาก 5,473.76 ล้านบาทในปี 2564
* **สาเหตุหลักของกำไรที่ลดลง** มาจากการไม่มีรายได้ค่าชดเชยความเสียหายตามคำพิพากษา 899.87 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นในปี 2564
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 44%** สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 13%** เป็น 404.50 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการของบริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน) ในปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเมื่อเทียบกับปี 2564 โดยมีกำไรสุทธิลดลงอย่างมากถึง 91% จาก 724.29 ล้านบาทในปี 2564 เหลือ 63.99 ล้านบาทในปี 2565 การลดลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการที่ปี 2564 มีการรับรู้รายได้ค่าชดเชยความเสียหายตามคำพิพากษาจำนวน 899.87 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลให้กำไรในปีดังกล่าวสูงกว่าปกติ
ในทางกลับกัน รายได้จากการขายน้ำมันค้าปลีกซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ กลับเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายรวม 7,822.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก ประกอบกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยเพิ่มขึ้น 44% ในปี 2565 ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ปรับตัวสูงขึ้น 13% เป็น 404.50 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าเช่าสถานีบริการน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 55.63 ล้านบาท และมีภาระภาษีเงินได้นิติบุคคล 10.32 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายน้ำมันค้าปลีก 43% แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากราคาน้ำมันโลกยังคงอยู่ในระดับสูงและบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการปริมาณการขายให้เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจำนวน 55.63 ล้านบาท บ่งชี้ถึงผลประกอบการที่ดีของบริษัทร่วม ซึ่งอาจเป็นแหล่งรายได้เสริมที่สำคัญในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมัน:** ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายและราคาขายปลีกน้ำมันของบริษัทฯ ความผันผวนนี้อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นได้
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน:** ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ค้ารายเดิมและผู้ค้ารายใหม่ บริษัทฯ ต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงาน:** นโยบายของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน เช่น การปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน การส่งเสริมพลังงานทางเลือก อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทฯ ได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันโลก:** ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้
* **ปริมาณการขายน้ำมันค้าปลีก:** จับตาการเติบโตของปริมาณการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินศักยภาพการขยายตัวของธุรกิจหลัก
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน:** ประเมินความสามารถของบริษัทฯ ในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนที่สูงขึ้น
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** ติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม เพื่อประเมินการเติบโตของส่วนแบ่งกำไร
* **การปรับงบการเงินย้อนหลัง:** ตรวจสอบผลกระทบจากการปรับงบการเงินย้อนหลังต่อฐานะการเงินและผลประกอบการในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: พลังงาน - ค้าปลีกน้ำมัน)
* **รายได้จากการขาย:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 43% เป็น 7,822.00 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการใช้น้ำมันที่ยังคงมีอยู่ และความสามารถในการบริหารจัดการสถานีบริการน้ำมันของบริษัท เพียวพลังงานไทย จำกัด (PTEC)
* **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้น 44% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงการส่งผ่านต้นทุนน้ำมันไปยังผู้บริโภคได้ในระดับหนึ่ง แต่อาจมีผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นหากต้นทุนเพิ่มเร็วกว่าราคาขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 13% เป็น 404.50 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าเช่าสถานีบริการน้ำมัน การเพิ่มขึ้นนี้อาจเป็นผลมาจากการขยายการดำเนินงานหรือการปรับค่าตอบแทนพนักงาน
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** จำนวน 55.63 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าบริษัทร่วมมีการดำเนินงานที่สร้างผลกำไร ซึ่งเป็นส่วนสนับสนุนผลประกอบการโดยรวมของ RPCG
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 4,130.90 ล้านบาท และมีหนี้สินรวมเท่ากับ 1,677.24 ล้านบาท ส่งผลให้มีส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเท่ากับ 2,453.66 ล้านบาท
ในปี 2565 บริษัทฯ ได้มีการปรับงบการเงินรวมย้อนหลัง ซึ่งส่งผลให้สินทรัพย์สิทธิการใช้เพิ่มขึ้น 63.29 ล้านบาท, สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีลดลง 13.28 ล้านบาท และกำไรสะสมยังไม่จัดสรรเพิ่มขึ้น 53.12 ล้านบาท การปรับปรุงนี้ส่งผลต่อโครงสร้างงบดุลของบริษัทฯ
ข้อมูลเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงินไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารที่ให้มา จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
RPCG ในปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากกำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 91% ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการสิ้นสุดของรายการพิเศษที่เคยสนับสนุนกำไรในปี 2564 อย่างไรก็ตาม ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันซึ่งเป็นแกนหลักของบริษัทฯ ยังคงแสดงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นถึง 43% จากปัจจัยด้านราคาน้ำมันโลกและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายดำเนินงานจะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย บริษัทฯ ยังมีโอกาสจากการเติบโตของธุรกิจหลักและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม แต่ก็ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและการแข่งขันในอุตสาหกรรม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาน้ำมันโลกและกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ INET ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
839.70
ล้านบาท
↑ 48.5% YoY
กำไรขั้นต้น
462.03
ล้านบาท
↑ 31.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
55.02
%
กำไรสุทธิ
99.81
ล้านบาท
↓ 1.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.89
%
D/E Ratio
4.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
840
↑ + 48.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
462
↑ + 31.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
100
↓ -1.7%
YoY
D/E Ratio
4.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — INET
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.58
ROE (%)
6.92
ROA (%)
7.34
Book Value/หุ้น
6.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — INET
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-47
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — INET
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-47.25
-89.89%
|
-467.51
+60.55%
|
-291.19
-154.60%
|
533.32
+563.50%
|
80.38
-24.30%
|
106.18
+61.76%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-961.44
+12.31%
|
-856.09
-297.78%
|
432.85
-1,753.36%
|
-26.18
-104.74%
|
552.59
+55.65%
|
355.01
-197.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-265.09
+107.67%
|
-127.65
-260.95%
|
79.31
+647.50%
|
10.61
-184.34%
|
-12.58
-1,410.42%
|
0.96
-100.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
174.85
+3.69%
|
168.63
+293.17%
|
42.89
+32.91%
|
32.27
-32.46%
|
47.78
+7.69%
|
44.37
-79.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
445.08
+154.55%
|
174.85
+3.69%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|