บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
4.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น รายได้อื่น จํานวน 26.80 ล้านบาท ในขณะที่รายได้ลดลง จาก สถานการณ์ COVID-19
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11103 out_tok=3172 at=2026-07-25T17:40:17 -->
# INET กำไรสุทธิ Q3/65 ทรุด 27% แต่รายได้โต 11% รับแรงหนุน Cloud-Digital Platform
## รายได้รวมโตต่อเนื่อง 11% แต่ต้นทุนการเงินพุ่ง 116% ฉุดกำไรสุทธิหด เหตุรับรู้ค่าเช่าตามมาตรฐานบัญชีใหม่
บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 1,649.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 27% มาอยู่ที่ 92.57 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นจากการยกเลิกสัญญาเช่าบางส่วน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและให้บริการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่ม Cloud Service และ Digital Platform Service ที่เพิ่มขึ้น 11% และ 100% ตามลำดับ** ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงในกลุ่ม Co-Location และ Internet Access ได้ อย่างไรก็ตาม **ปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงคือ ต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้น 116%** จากการรับรู้ค่าเช่าตามมาตรฐานบัญชีใหม่ (TFRS 16) และ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 6%** จากรายการพิเศษ (one-time expense) จากการยกเลิกสัญญาเช่าบางส่วน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้เติบโต:** การเติบโตของรายได้มาจากกลยุทธ์การปรับเปลี่ยนการให้บริการ โดยมุ่งเน้นกลุ่ม Cloud Service ที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในธุรกิจมากขึ้น รวมถึงการพัฒนา Digital Platform Service เพื่อรองรับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัว
* **ต้นทุนขายลดลง:** บริษัทสามารถบริหารจัดการและลดต้นทุนขายและบริการลงได้ 7% โดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องซื้อบริการจากภายนอก เช่น ค่าใช้จ่าย IT Outsourcing และการลงทุนพัฒนา In-house Platform ทดแทน
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูง:** สาเหตุหลักมาจากการทำสัญญาเช่าทรัพย์สินเพื่อการดำเนินงานกับกองทรัสต์ ซึ่งตามมาตรฐานบัญชี TFRS 16 ทำให้ต้องรับรู้ค่าเช่าดังกล่าวเป็นต้นทุนทางการเงิน ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีการจ่ายคืนหนี้สินบางส่วนแล้วก็ตาม
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น:** เกิดจากรายการพิเศษจากการยกเลิกสัญญาเช่าอาคารบางส่วนก่อนกำหนด ซึ่งฝ่ายจัดการพิจารณาแล้วว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ รวมถึงการตั้งสำรองทางบัญชีที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในแง่รายได้ แต่ต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายพิเศษอาจเป็นลักษณะครั้งคราว:**
* **รายได้:** ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นการขายในกลุ่ม Cloud Service และ Digital Platform Service ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามทิศทางตลาด และการลงทุนพัฒนา In-house Platform R&D จะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การรับรู้ค่าเช่าตาม TFRS 16 จะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในลักษณะต่อเนื่องตราบเท่าที่ยังมีสัญญาเช่าอยู่ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจาก "รายการพิเศษ" จากการยกเลิกสัญญาเช่าอาคารก่อนกำหนด คาดว่าจะเป็นเพียงครั้งคราว
* **การบริหารต้นทุน:** การลงทุนพัฒนา In-house Platform ทดแทนการซื้อบริการจากภายนอก และการปรับกลยุทธ์การให้บริการ Co-Location ที่มีต้นทุนต่อหน่วยน้อยลง แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/65 เติบโต 11% YoY แตะ 1,649.18 ล้านบาท** หนุนโดย Cloud Service และ Digital Platform Service
* **กำไรสุทธิ Q3/65 ลดลง 27% YoY อยู่ที่ 92.57 ล้านบาท** แม้รายได้โต แต่ถูกกดดันจากต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายบริหารที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่ง 116% YoY** จากการรับรู้ค่าเช่าตาม TFRS 16 หลังทำธุรกรรมกับกองทรัสต์
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่ม 6% YoY** จากรายการพิเศษยกเลิกสัญญาเช่า และการตั้งสำรองบัญชี
* **รายได้ Cloud Service เพิ่ม 14% YoY** จากการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในธุรกิจมากขึ้น
* **รายได้ Digital Platform Service โต 100% YoY** จากการมุ่งเน้นพัฒนาเพื่อตอบรับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
* **สินทรัพย์รวมเพิ่ม 8% ณ สิ้น Q3/65** จากการลงทุนในสินทรัพย์เพื่อรองรับการเติบโต โดยเฉพาะ Cloud Service
* **หนี้สินรวมเพิ่ม 9% ณ สิ้น Q3/65** สอดคล้องกับการลงทุนในสินทรัพย์ โดยมีการออกหุ้นกู้ระยะยาวเพื่อชำระคืนหนี้ระยะสั้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 1,649.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกลุ่ม Cloud Service ที่เติบโต 14% และ Digital Platform Service ที่เติบโตถึง 100% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการลดลง 7% จากการบริหารต้นทุนและเปลี่ยนจากการซื้อบริการภายนอกเป็นการลงทุนพัฒนา In-house Platform
แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นถึง 44% จากการที่รายได้เพิ่มขึ้นและต้นทุนลดลง แต่กำไรจากการดำเนินงานกลับลดลง 2% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 6% โดยมีรายการพิเศษจากการยกเลิกสัญญาเช่าบางส่วน และการตั้งสำรองทางบัญชีที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นถึง 116% จากการรับรู้ค่าเช่าตามมาตรฐานบัญชี TFRS 16 ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 92.57 ล้านบาท ลดลง 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่หากพิจารณาเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น 78%
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาด Cloud และ Digital Platform:** สถานการณ์เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและการขาดแคลนบุคลากรด้านไอที ผลักดันให้ภาคธุรกิจหันมาใช้บริการ Cloud มากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของ INET ที่มีบริการ Cloud Service และ Digital Platform Service ที่แข็งแกร่ง
* **การลงทุนพัฒนา In-house Platform:** การลงทุนใน R&D Platform จะช่วยทดแทนการซื้อบริการจากภายนอก ลดต้นทุนในระยะยาว และสร้างองค์ความรู้ใหม่ รวมถึงโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต
* **การลงทุนในที่ดินเพื่อสร้าง Solar Farm:** การลงทุนซื้อที่ดินเพื่อติดตั้ง Solar Farm ที่ศูนย์ Data Center จะช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในระยะยาว และเพิ่มความยั่งยืนให้กับธุรกิจ
* **การรองรับ Hardware Shortage:** การลงทุนใน Hardware ภายใต้โครงการ Data Center เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ Cloud ทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการขาดแคลน Hardware
* **สิทธิประโยชน์ทางภาษี:** การมุ่งเน้นการขายในกลุ่ม Cloud Service และการลงทุนในโครงการดังกล่าว ทำให้บริษัทได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การรับรู้ค่าเช่าตามมาตรฐานบัญชี TFRS 16 เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันต้นทุนทางการเงินและกำไรในระยะต่อไป
* **ค่าใช้จ่ายพิเศษจากการยกเลิกสัญญาเช่า:** แม้ฝ่ายจัดการมองว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว แต่การยกเลิกสัญญาเช่าก่อนกำหนดส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในงบกำไรขาดทุนในไตรมาสนี้
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี:** ตลาด Cloud และ Digital Platform มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ให้บริการรายใหญ่ในประเทศและต่างประเทศ
* **การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี:** อุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทต้องมีการลงทุนและปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
* **การพึ่งพิงผู้ให้บริการภายนอก:** แม้จะมีการลงทุนพัฒนา In-house Platform แต่บางส่วนของบริการยังคงต้องพึ่งพิงการซื้อบริการจากผู้ขายรายอื่น ซึ่งอาจมีความเสี่ยงด้านต้นทุนและอุปทาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนทางการเงิน:** ติดตามผลกระทบของการรับรู้ค่าเช่าตาม TFRS 16 ต่อต้นทุนทางการเงินและกำไรสุทธิในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายพิเศษ:** ประเมินผลกระทบและระยะเวลาของค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการยกเลิกสัญญาเช่า
* **การเติบโตของรายได้ Cloud และ Digital Platform:** ตรวจสอบอัตราการเติบโตของรายได้ในกลุ่มบริการหลัก และการขยายฐานลูกค้า
* **ความคืบหน้าการลงทุน R&D Platform:** ติดตามผลลัพธ์จากการลงทุนพัฒนา In-house Platform และโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** จับตาการปรับโครงสร้างหนี้สินและการบริหารสภาพคล่องทางการเงิน โดยเฉพาะการออกหุ้นกู้ระยะยาว
* **การลงทุนใน Solar Farm:** ติดตามความคืบหน้าและผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
INET ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีแบบครบวงจร มีการปรับกลยุทธ์ที่น่าสนใจ โดยมุ่งเน้นการให้บริการ **Cloud Service** ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้หลักถึง 76% และเติบโต 14% YoY สะท้อนการตอบรับที่ดีจากตลาดที่ฟื้นตัวและภาคธุรกิจที่นำเทคโนโลยีมาปรับใช้มากขึ้น นอกจากนี้ **Digital Platform Service** ที่มีสัดส่วน 8% แต่เติบโตถึง 100% YoY แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเพื่อรองรับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัว
ในด้านการบริหารต้นทุน บริษัทได้เปลี่ยนจากการซื้อบริการจากผู้ขายภายนอกมาเป็นการลงทุนพัฒนา **In-house Platform (R&D Platform)** ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่เพิ่มขึ้นถึง 379% การลงทุนนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนในระยะยาว แต่ยังสร้างองค์ความรู้และโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างหนี้สินจากการออกหุ้นกู้ระยะยาวและการลงทุนในสินทรัพย์เพื่อรองรับการเติบโต ทำให้ **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 9%** สอดคล้องกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 8% โดยเฉพาะการลงทุนในที่ดินเพื่อสร้าง Solar Farm ที่ศูนย์ Data Center ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 สินทรัพย์รวมของ INET อยู่ที่ 10,728.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 26% จากการเรียกเก็บเงินและชำระหนี้ที่ดีขึ้นของลูกหนี้การค้า ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 13% จากการลงทุนในสินทรัพย์เพื่อรองรับการเติบโตของ Cloud Service
หนี้สินรวมอยู่ที่ 8,494.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 27% จากการจ่ายชำระหนี้สินระยะสั้น เจ้าหนี้การค้า และภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่วนหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 29% จากการออกหุ้นกู้ระยะยาวเพื่อชำระคืนหนี้ระยะสั้นและเป็นทุนหมุนเวียน ซึ่งสอดคล้องกับการลงทุนในสินทรัพย์
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,234.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากกำไรสะสมในงวด และลดลงจากการจ่ายเงินปันผล อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 3.8 เท่า (คำนวณจาก 8,494.31 / 2,234.20) ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 261.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ INET ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากบริการ Cloud และ Digital Platform ซึ่งเป็นไปตามทิศทางตลาดเทคโนโลยีที่กำลังขยายตัว อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่ลดลง 27% YoY เป็นผลมาจากต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการรับรู้ค่าเช่าตามมาตรฐานบัญชีใหม่ และค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้างอาคาร แม้ว่าฝ่ายจัดการจะมุ่งมั่นในการบริหารต้นทุนและลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว แต่ความเสี่ยงด้านต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายพิเศษยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ INET ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
839.70
ล้านบาท
↑ 48.5% YoY
กำไรขั้นต้น
462.03
ล้านบาท
↑ 31.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
55.02
%
กำไรสุทธิ
99.81
ล้านบาท
↓ 1.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.89
%
D/E Ratio
4.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
840
↑ + 48.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
462
↑ + 31.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
100
↓ -1.7%
YoY
D/E Ratio
4.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — INET
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.58
ROE (%)
6.92
ROA (%)
7.34
Book Value/หุ้น
6.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — INET
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-47
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — INET
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-47.25
-89.89%
|
-467.51
+60.55%
|
-291.19
-154.60%
|
533.32
+563.50%
|
80.38
-24.30%
|
106.18
+61.76%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-961.44
+12.31%
|
-856.09
-297.78%
|
432.85
-1,753.36%
|
-26.18
-104.74%
|
552.59
+55.65%
|
355.01
-197.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-265.09
+107.67%
|
-127.65
-260.95%
|
79.31
+647.50%
|
10.61
-184.34%
|
-12.58
-1,410.42%
|
0.96
-100.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
174.85
+3.69%
|
168.63
+293.17%
|
42.89
+32.91%
|
32.27
-32.46%
|
47.78
+7.69%
|
44.37
-79.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
445.08
+154.55%
|
174.85
+3.69%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|