บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
24.00
0.10 (0.41%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4161 out_tok=2109 at=2026-07-25T18:29:45 -->
# ICC กำไรสุทธิ Q3/2564 ขาดทุนเพิ่ม 65% รับผลกระทบล็อกดาวน์หนัก
## รายได้หด 38% สวนทางรายได้อื่นพุ่งจากเงินปันผล ฝ่ายจัดการเร่งคุมค่าใช้จ่าย
บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ ICC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีผลขาดทุนสุทธิ 136.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 82.84 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการประกาศล็อกดาวน์และมาตรการควบคุมการเดินทางที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของห้างสรรพสินค้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ ICC ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่รุนแรงขึ้น** ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลงอย่างมากถึง 38.54% และกำไรขั้นต้นหดตัว 44.70% แม้ว่าจะมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้นจากเงินปันผลรับ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลขาดทุนจากการดำเนินงานหลักได้ ทำให้ภาพรวมขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 65.19%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2564 ทำให้รัฐบาลประกาศมาตรการล็อกดาวน์และควบคุมการเดินทางข้ามจังหวัด รวมถึงการกำหนดเคอร์ฟิว ส่งผลให้ห้างสรรพสินค้าต้องปิดทำการชั่วคราว ไม่สามารถขายสินค้าได้โดยตรง ซึ่งเป็นช่องทางการขายหลักของ ICC การปิดห้างนี้ส่งผลโดยตรงต่อยอดขายสินค้าในกลุ่มบริษัทฯ ทำให้รายได้จากการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อรายได้ลดลง ต้นทุนขายที่แปรผันตามยอดขายก็ลดลงเช่นกัน แต่ต้นทุนคงที่บางส่วนยังคงอยู่ ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงตามไปด้วย
ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 24.65% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานขายที่ลดลงจากการปิดห้าง รวมถึงการได้รับการชดเชยจากภาครัฐ อย่างไรก็ตาม การลดลงของค่าใช้จ่ายนี้ไม่เพียงพอที่จะชดเชยการหดตัวของรายได้และกำไรขั้นต้นได้
ส่วนรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 40.11% โดยหลักมาจากรายได้เงินปันผลรับ ซึ่งเป็นปัจจัยบวก แต่เป็นรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานหลัก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากการระบุในเอกสาร สถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขายอย่างรุนแรง เช่น การประกาศล็อกดาวน์ การปิดห้างสรรพสินค้า และการควบคุมการเดินทาง เป็นมาตรการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวตามสถานการณ์การระบาดของโรค แม้ว่าสถานการณ์การระบาดอาจยังคงอยู่ แต่มาตรการที่เข้มงวดเช่นนี้มีแนวโน้มที่จะคลี่คลายลงเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการกลับมาสร้างรายได้ให้เท่าเดิมหรือใกล้เคียงเดิมจะขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น การผ่อนคลายมาตรการ การฟื้นตัวของกำลังซื้อของผู้บริโภค และการปรับตัวของธุรกิจให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 65.19%** เป็น 136.84 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2564 จาก 82.84 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2563
* **รายได้จากการขายลดลง 38.54%** อยู่ที่ 1,283.07 ล้านบาท จาก 2,087.67 ล้านบาท ในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นหดตัว 44.70%** อยู่ที่ 356.03 ล้านบาท จาก 643.83 ล้านบาท ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 24.65%** อยู่ที่ 565.73 ล้านบาท จาก 750.77 ล้านบาท ในปีก่อน
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 40.11%** โดยหลักมาจากรายได้เงินปันผลรับ
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 136.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 82.84 ล้านบาท คิดเป็นการขาดทุนที่เพิ่มขึ้น 65.19% การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงถึง 38.54% มาอยู่ที่ 1,283.07 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่ทำให้เกิดการล็อกดาวน์และปิดห้างสรรพสินค้า ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 44.70% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้ลดลงได้ 24.65% ขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 40.11% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเงินปันผลรับ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการ:** หากสถานการณ์การระบาดคลี่คลายและมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ จะส่งผลดีต่อการกลับมาเปิดดำเนินการของห้างสรรพสินค้าและกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **รายได้เงินปันผลรับ:** การมีรายได้จากเงินปันผลรับช่วยเสริมสภาพคล่องและลดผลกระทบจากการดำเนินงานหลักที่ผันผวน
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของการระบาดของโควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสอาจนำไปสู่การกลับมาตรึงมาตรการควบคุมที่เข้มงวดอีกครั้ง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** ผู้บริโภคอาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าไปสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายผ่านช่องทางห้างสรรพสินค้าในระยะยาว
* **กำลังซื้อของผู้บริโภค:** ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและผลกระทบจากการระบาดอาจส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* การปรับตัวของ ICC ต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค เช่น การเพิ่มช่องทางออนไลน์
* ผลประกอบการในไตรมาสถัดไป ว่าจะสามารถฟื้นตัวจากผลกระทบของล็อกดาวน์ได้มากน้อยเพียงใด
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพท่ามกลางรายได้ที่ยังมีความไม่แน่นอน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในฐานะผู้ประกอบการในกลุ่มบริการ โดยเฉพาะการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านห้างสรรพสินค้า ICC ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการล็อกดาวน์และการปิดห้างสรรพสินค้า ซึ่งส่งผลให้ **รายได้จากการขาย** ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหลักของธุรกิจ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 38.54% การปิดห้างทำให้ **จำนวนสาขาที่สามารถดำเนินงานได้ตามปกติ** ลดลงอย่างมาก ส่งผลต่อ **ปริมาณการขาย (Volume)** และ **ยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS)** โดยตรง แม้ว่าฝ่ายจัดการจะพยายามควบคุม **ต้นทุนแรงงาน** และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน แต่การหดตัวของรายได้ที่มากกว่าการลดลงของต้นทุน ทำให้ **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)** ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้)
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 ของ ICC สะท้อนถึงผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้รายได้จากการขายหดตัวอย่างรุนแรง แม้ว่าบริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงมีรายได้อื่นเข้ามาช่วย แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลขาดทุนจากการดำเนินงานหลักได้ ทำให้ภาพรวมขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงสำคัญยังคงอยู่ที่ความไม่แน่นอนของการระบาดและผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์คลี่คลายและมีการผ่อนคลายมาตรการ จะเป็นโอกาสให้ธุรกิจสามารถฟื้นตัวได้ ซึ่งต้องจับตาการปรับตัวของบริษัทฯ ต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ICC ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
2,331.02
ล้านบาท
↓ 9.3% YoY
กำไรขั้นต้น
617.13
ล้านบาท
↓ 14.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.47
%
กำไรสุทธิ
12.90
ล้านบาท
↓ 526.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.55
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,331
↓ -9.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
617
↓ -14.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
13
↓ -526.2%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ICC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
2.70
ROA (%)
2.09
Book Value/หุ้น
59.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ICC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+377
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-141
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ICC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
376.68
-269.18%
|
-222.65
-279.73%
|
123.88
+340.23%
|
28.14
-117.22%
|
-163.40
-118.30%
|
893.03
-1,393.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-140.72
+96.37%
|
-71.66
-108.84%
|
810.49
-194.64%
|
-856.40
-284.10%
|
465.17
+71.99%
|
270.46
-259.02%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
435.38
-16.57%
|
521.88
+73.22%
|
301.29
+15.96%
|
259.82
-17.23%
|
313.91
-164.82%
|
-484.28
+44.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
671.66
+188.44%
|
232.86
-81.19%
|
1,238.05
-314.23%
|
-577.91
-193.76%
|
616.40
-9.55%
|
681.46
-667.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,255.09
+39.43%
|
900.15
+28.12%
|
702.60
-57.45%
|
1,651.22
-8.02%
|
1,795.16
+61.19%
|
1,113.70
-20.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
618.16
-50.75%
|
1,255.09
+39.43%
|
900.15
+28.12%
|
702.60
-57.45%
|
1,651.22
-8.02%
|
1,795.16
+61.19%
|