บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
24.00
0.10 (0.41%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4076 out_tok=2280 at=2026-07-25T06:10:28 -->
# ICC กำไร Q2/66 โต 13.83% รับรายได้ขายบริการฟื้น-คุมต้นทุนได้ดี
## รายได้รวมขยับเล็กน้อย แต่กำไรสุทธิพุ่งแรง หลังบริหารจัดการค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพ
บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ ICC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 244.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและการให้บริการจะเติบโตเพียงเล็กน้อย แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำกำไรสุทธิของ ICC ในไตรมาส 2/2566 เติบโตขึ้น 13.83% (29.69 ล้านบาท) มาจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการควบคุมต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จากการขายและการให้บริการจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.81% (16.94 ล้านบาท) และรายได้อื่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่การที่กำไรสุทธิเติบโตได้ดีกว่ารายได้ สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของกำไรสุทธิมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน:
* **รายได้จากการขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น:** เติบโต 0.81% เป็น 2,113.13 ล้านบาท จาก 2,096.19 ล้านบาทในปี 2565 โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การบริโภคภายในประเทศ และการท่องเที่ยว
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 3.39% เป็น 614.68 ล้านบาท จาก 594.54 ล้านบาทในปี 2565 ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนสินค้าได้ดีขึ้น หรือมีส่วนผสมของสินค้าที่ทำกำไรได้ดีขึ้น
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 1.36% เป็น 329.79 ล้านบาท จาก 325.38 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากดอกเบี้ยรับ กำไรจากการจำหน่ายทรัพย์สิน และกำไรจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า
* **การควบคุมต้นทุนในการจัดจำหน่าย:** ต้นทุนในส่วนนี้ลดลงถึง 7.27% เป็น 415.02 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันกำไรสุทธิให้เติบโตได้ดีกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น:** แม้ต้นทุนจัดจำหน่ายจะลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 20.07% เป็น 266.56 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นนี้ถูกหักล้างด้วยการลดลงของต้นทุนจัดจำหน่าย ทำให้ภาพรวมกำไรสุทธิยังคงเติบโตได้
ฝ่ายจัดการระบุว่า แม้ทุกธุรกิจต้องเผชิญกับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายหลายประเภทที่ปรับเพิ่มขึ้น แต่ยังคงมีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเคร่งครัด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อรายได้จากการขายและการให้บริการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการควบคุมต้นทุนจัดจำหน่าย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาอัตรากำไรให้ดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่ปรับเพิ่มขึ้นบางประเภท เช่น ค่าภาษี และเงินสมทบกองทุนฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 เติบโต 13.83%:** อยู่ที่ 244.42 ล้านบาท จาก 214.74 ล้านบาทใน Q2/65
* **รายได้จากการขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น 0.81%:** อยู่ที่ 2,113.13 ล้านบาท จาก 2,096.19 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 3.39%:** อยู่ที่ 614.68 ล้านบาท
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 7.27%:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 20.07%:** จากค่าภาษีและเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 2,113.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การบริโภคภายในประเทศ และการท่องเที่ยว กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 3.39% เป็น 614.68 ล้านบาท ขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 1.36% เป็น 329.79 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากดอกเบี้ยรับ กำไรจากการจำหน่ายทรัพย์สิน และกำไรจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า
ในด้านค่าใช้จ่าย ต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 7.27% เป็น 415.02 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 20.07% เป็น 266.56 ล้านบาท จากค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อย่างไรก็ตาม ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ 244.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** เป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อรายได้จากการขายและการให้บริการ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าแฟชั่น
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนจัดจำหน่ายและบริหารจัดการต้นทุนสินค้า ช่วยรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
* **รายได้อื่นที่หลากหลาย:** การมีรายได้จากดอกเบี้ยรับ กำไรจากการขายสินทรัพย์ และกำไรจากตราสารอนุพันธ์ ช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **แรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายบางประเภท เช่น ค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** แม้จะมีการฟื้นตัว แต่เศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจค้าปลีกและบริการมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขายและการให้บริการ:** การเติบโตจะต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** จะสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะค่าภาษีและเงินสมทบกองทุนฯ ต่ออัตรากำไรสุทธิ
* **การปรับตัวต่อพฤติกรรมผู้บริโภค:** การเปลี่ยนแปลงของกำลังซื้อและรูปแบบการบริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในฐานะผู้ประกอบการในกลุ่มบริการ ICC มีการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมหลากหลาย ทั้งการจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อยอดขายผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายต่างๆ ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ การที่รายได้รวมเติบโต 0.81% แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่ดีขึ้นของตลาด แม้จะยังไม่หวือหวา แต่ก็เป็นสัญญาณบวก
การที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 3.39% สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าคงคลังและการจัดซื้อที่มีประสิทธิภาพ หรือการปรับกลยุทธ์ด้านราคาขายที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด นอกจากนี้ การลดลงของต้นทุนในการจัดจำหน่ายถึง 7.27% เป็นจุดเด่นสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเพิ่มขึ้น แต่ผลกระทบโดยรวมยังคงทำให้กำไรสุทธิเติบโตได้ดี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
ICC ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการผลประกอบการที่ดี แม้รายได้รวมจะเติบโตไม่มากนัก แต่การควบคุมต้นทุนจัดจำหน่ายและการบริหารต้นทุนสินค้าที่เข้มงวด ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตขึ้นอย่างน่าพอใจ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นบางประเภท และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรในระยะยาวต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ICC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
2,331.02
ล้านบาท
↓ 9.3% YoY
กำไรขั้นต้น
617.13
ล้านบาท
↓ 14.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.47
%
กำไรสุทธิ
12.90
ล้านบาท
↓ 526.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.55
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,331
↓ -9.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
617
↓ -14.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
13
↓ -526.2%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ICC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
2.70
ROA (%)
2.09
Book Value/หุ้น
59.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ICC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+377
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-141
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ICC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
376.68
-269.18%
|
-222.65
-279.73%
|
123.88
+340.23%
|
28.14
-117.22%
|
-163.40
-118.30%
|
893.03
-1,393.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-140.72
+96.37%
|
-71.66
-108.84%
|
810.49
-194.64%
|
-856.40
-284.10%
|
465.17
+71.99%
|
270.46
-259.02%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
435.38
-16.57%
|
521.88
+73.22%
|
301.29
+15.96%
|
259.82
-17.23%
|
313.91
-164.82%
|
-484.28
+44.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
671.66
+188.44%
|
232.86
-81.19%
|
1,238.05
-314.23%
|
-577.91
-193.76%
|
616.40
-9.55%
|
681.46
-667.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,255.09
+39.43%
|
900.15
+28.12%
|
702.60
-57.45%
|
1,651.22
-8.02%
|
1,795.16
+61.19%
|
1,113.70
-20.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
618.16
-50.75%
|
1,255.09
+39.43%
|
900.15
+28.12%
|
702.60
-57.45%
|
1,651.22
-8.02%
|
1,795.16
+61.19%
|