บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
24.00
0.10 (0.41%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4025 out_tok=2609 at=2026-07-25T17:47:02 -->
ICC กำไรสุทธิ Q2/2565 พุ่ง 163% รับอานิสงส์คลายล็อกดาวน์-รายได้ขายโต
รายได้และกำไรสุทธิของ ICC ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 ปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคัก ส่งผลให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมาก ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ ICC ในไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกฟื้นอย่างโดดเด่น คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ ICC ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขาย** โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 214.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 162.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 81.78 ล้านบาท การเติบโตนี้สะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจหลังจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมาก มาจาก **การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19** ของภาครัฐ ทำให้ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติ ประกอบกับการผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศ ส่งผลให้กิจกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคกลับมาคึกคัก นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของรายได้ยังได้รับแรงหนุนจาก **รายได้เงินปันผลรับ** จำนวน 279.32 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** การฟื้นตัวของรายได้จากการขายมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป เนื่องจากมาตรการผ่อนคลายต่างๆ ยังคงอยู่ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะกลับสู่ภาวะปกติมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านรายได้เงินปันผลรับอาจมีความผันผวนตามผลประกอบการของบริษัทที่จ่ายเงินปันผล ฝ่ายจัดการยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้บุคลากร ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 162.58% YoY:** บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ ICC รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 ที่ 214.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 81.78 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายเติบโต 40.45%:** รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 2,096.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 603.66 ล้านบาท จาก 1,492.53 ล้านบาทในปีก่อน
* **ปัจจัยหนุนหลักจากการคลายล็อกดาวน์:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้ห้างสรรพสินค้าและร้านค้ากลับมาเปิดดำเนินการปกติ ส่งผลดีต่อยอดขาย
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** รายได้อื่นรวมอยู่ที่ 325.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.37% โดยมีรายได้เงินปันผลรับเป็นส่วนสำคัญ
* **ค่าใช้จ่ายขาย-บริหารเพิ่มตามยอดขาย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 7.20% เป็น 669.54 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายขายผันแปรตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารยังคงควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ ICC รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 214.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 162.58% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งมีกำไรสุทธิ 81.78 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 40.45% หรือคิดเป็น 603.66 ล้านบาท มาอยู่ที่ 2,096.19 ล้านบาท จากเดิม 1,492.53 ล้านบาทในปีก่อน
อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอยู่ที่ 594.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.37% จาก 400.71 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่ทำได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของรายได้อื่น มีจำนวน 325.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.37% โดยมีรายได้เงินปันผลรับเป็นองค์ประกอบหลักที่ 279.32 ล้านบาท
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 669.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.20% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นไปตามยอดขายที่เติบโตขึ้น ในขณะที่ฝ่ายบริหารยังคงรักษามาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายบริหารที่ไม่จำเป็นและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้บุคลากร
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของกำลังซื้อผู้บริโภค:** การผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามปกติ คาดว่าจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภคในระยะต่อไป
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศและการกลับมาของนักท่องเที่ยว จะช่วยกระตุ้นยอดขาย โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์
* **การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ:** ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยรักษาอัตรากำไรและสนับสนุนผลประกอบการในระยะยาว
* **การเติบโตของรายได้จากเงินปันผล:** หากบริษัทที่ ICC ถือหุ้นอยู่มีผลประกอบการที่ดี ก็มีโอกาสได้รับเงินปันผลเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้อื่นของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อในประเทศ:** สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน และความผันผวนของกำลังซื้อภายในประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการใช้จ่ายของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจค้าปลีกมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ รวมถึงช่องทางการขายออนไลน์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์และประสบการณ์การซื้อสินค้า อาจเป็นความท้าทายในการปรับตัวของธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขายในไตรมาสถัดไป:** ติดตามการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลกระทบจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของผู้บริโภค
* **การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่าย:** จับตาการควบคุมต้นทุนสินค้า (GPM) และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
* **ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก:** เฝ้าระวังความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลก, อัตราเงินเฟ้อ, และสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและต้นทุน
* **การปรับตัวต่อพฤติกรรมผู้บริโภค:** สังเกตการณ์การปรับกลยุทธ์ของ ICC เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากช่องทางดิจิทัล
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ติดตามประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง เพื่อลดความเสี่ยงจากการล้าสมัยของสินค้าและการตั้งสำรองที่สูงขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในส่วนของธุรกิจบริการของ ICC ซึ่งครอบคลุมธุรกิจค้าปลีกและจัดจำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท การฟื้นตัวของรายได้จากการขายในไตรมาส 2 ปี 2565 เป็นสัญญาณที่ดีอย่างยิ่ง โดยได้รับแรงหนุนจากการที่ห้างสรรพสินค้าและร้านค้ากลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติ ซึ่งหมายถึงการเพิ่มขึ้นของ **จำนวนสาขาที่เปิดดำเนินการ (Capacity)** และ **อัตราการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ (Utilization)** ที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่มีมาตรการล็อกดาวน์
การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 40.45% บ่งชี้ถึง **ปริมาณการขาย (Volume)** ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หรือ **ราคาขายเฉลี่ย (Average Selling Price)** ที่อาจมีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หรือทั้งสองปัจจัยประกอบกัน แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข SSS (Same-Store Sales) โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้รวมที่แข็งแกร่ง สะท้อนถึงการฟื้นตัวของยอดขายในสาขาที่มีอยู่เดิม
อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 48.37% แสดงให้เห็นว่า ICC สามารถบริหารจัดการต้นทุนสินค้าได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น หรืออาจมีการปรับโครงสร้างการขายไปสู่สินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการดำเนินธุรกิจค้าปลีก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท ICC ในไตรมาส 2 ปี 2565 โดยตรง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
ICC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 ที่น่าประทับใจ ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้นถึง 162.58% เป็นผลมาจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 40.45% ซึ่งขับเคลื่อนโดยการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ที่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกกลับมาคึกคักอีกครั้ง แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรง แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและโอกาสจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อ รวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยว จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลประกอบการของบริษัทในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ICC ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
2,331.02
ล้านบาท
↓ 9.3% YoY
กำไรขั้นต้น
617.13
ล้านบาท
↓ 14.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.47
%
กำไรสุทธิ
12.90
ล้านบาท
↓ 526.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.55
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,331
↓ -9.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
617
↓ -14.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
13
↓ -526.2%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ICC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
2.70
ROA (%)
2.09
Book Value/หุ้น
59.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ICC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+377
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-141
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ICC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
376.68
-269.18%
|
-222.65
-279.73%
|
123.88
+340.23%
|
28.14
-117.22%
|
-163.40
-118.30%
|
893.03
-1,393.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-140.72
+96.37%
|
-71.66
-108.84%
|
810.49
-194.64%
|
-856.40
-284.10%
|
465.17
+71.99%
|
270.46
-259.02%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
435.38
-16.57%
|
521.88
+73.22%
|
301.29
+15.96%
|
259.82
-17.23%
|
313.91
-164.82%
|
-484.28
+44.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
671.66
+188.44%
|
232.86
-81.19%
|
1,238.05
-314.23%
|
-577.91
-193.76%
|
616.40
-9.55%
|
681.46
-667.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,255.09
+39.43%
|
900.15
+28.12%
|
702.60
-57.45%
|
1,651.22
-8.02%
|
1,795.16
+61.19%
|
1,113.70
-20.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
618.16
-50.75%
|
1,255.09
+39.43%
|
900.15
+28.12%
|
702.60
-57.45%
|
1,651.22
-8.02%
|
1,795.16
+61.19%
|