บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
24.00
0.10 (0.41%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4103 out_tok=2033 at=2026-07-27T09:56:55 -->
# ICC Q2/2564 กำไรสุทธิหด 19.89% รับผลกระทบยอดขายฟื้นตัวแต่ต้นทุนพุ่ง
## รายได้จากการขายเติบโตสวนทางกำไรสุทธิที่ลดลง เหตุค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้นหลังคลายล็อกดาวน์
บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ ICC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 81.78 ล้านบาท ลดลง 19.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของห้างสรรพสินค้าแตกต่างกันในแต่ละปี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ ICC ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับตัวลดลง 19.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 7.52% มาอยู่ที่ 1,492.53 ล้านบาท มาจาก **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานขายที่เพิ่มขึ้นจากการกลับมาเปิดดำเนินการของห้างสรรพสินค้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อการดำเนินงานที่แตกต่างกันระหว่างปี 2563 และ 2564 ในไตรมาส 2 ปี 2563 รัฐบาลมีมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ห้างสรรพสินค้าต้องปิดเป็นเวลานาน ส่งผลให้ยอดขายและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องลดลงตามไปด้วย แต่ในปี 2564 แม้จะยังคงมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ไม่มีการปิดห้างสรรพสินค้าเต็มรูปแบบเหมือนปีก่อน ทำให้ห้างฯ สามารถเปิดดำเนินการได้ตามปกติ ส่งผลให้ยอดขายฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม การกลับมาเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบนี้ ทำให้บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานขายที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรสุทธิ แม้ว่าบริษัทฯ จะยังคงพยายามรักษามาตรการในการปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและบริหารจัดการบุคลากรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะกลับมาดีขึ้นเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับสู่ภาวะปกติ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงานในไตรมาสนี้เป็นผลโดยตรงจากการกลับมาเปิดดำเนินการของห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวของยอดขาย แต่ก็มาพร้อมกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หากสถานการณ์การแพร่ระบาดสามารถควบคุมได้ และมาตรการต่างๆ ผ่อนคลายลง คาดว่าการดำเนินงานจะกลับสู่ภาวะปกติมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงเน้นการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบในระยะยาวได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 19.89%:** อยู่ที่ 81.78 ล้านบาท จาก 102.08 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563
* **รายได้จากการขายเติบโต 7.52%:** เพิ่มขึ้นเป็น 1,492.53 ล้านบาท จาก 1,388.12 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นลดลง 2.19%:** อยู่ที่ 400.71 ล้านบาท จาก 409.68 ล้านบาท
* **รายได้อื่นลดลง 2.90%:** มาจากรายได้เงินปันผลรับที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 5.90%:** อยู่ที่ 624.59 ล้านบาท จาก 589.79 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 81.78 ล้านบาท ลดลง 19.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 102.08 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขายจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.52% มาอยู่ที่ 1,492.53 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการที่ในปี 2563 มีการปิดห้างสรรพสินค้าเป็นเวลานานเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ในปี 2564 ห้างสรรพสินค้าสามารถเปิดดำเนินการได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลง 2.19% มาอยู่ที่ 400.71 ล้านบาท และรายได้อื่นลดลง 2.90% โดยเฉพาะรายได้จากเงินปันผลรับ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 5.90% เป็น 624.59 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานขายจากการกลับมาเปิดดำเนินการของห้างสรรพสินค้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของยอดขาย:** การที่ห้างสรรพสินค้าสามารถเปิดดำเนินการได้ตามปกติในปี 2564 เป็นสัญญาณบวกต่อการฟื้นตัวของยอดขายสินค้า
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นมาตรการปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพและบริหารจัดการบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันต่ออัตรากำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดและการออกมาตรการควบคุมต่างๆ ของภาครัฐ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและการใช้จ่ายของผู้บริโภค
* **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการดำเนินงาน:** ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการกลับมาเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ เช่น ค่าใช้จ่ายพนักงาน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขายได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของยอดขายในไตรมาสถัดไป ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19
* ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงาน
* การเปลี่ยนแปลงของรายได้อื่น โดยเฉพาะรายได้จากเงินปันผลรับ
* ผลกระทบจากมาตรการควบคุมโควิด-19 ของภาครัฐต่อการดำเนินงานของห้างสรรพสินค้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในฐานะธุรกิจบริการที่พึ่งพิงการดำเนินงานของห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก ICC ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงของมาตรการควบคุมโควิด-19 ในแต่ละช่วงเวลา การที่ไตรมาส 2 ปี 2564 ไม่มีการปิดห้างฯ เต็มรูปแบบเหมือนปีก่อน ทำให้ **รายได้จากการขายสามารถฟื้นตัวได้ถึง 7.52%** ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการกลับมาของกำลังซื้อและกิจกรรมการบริโภค อย่างไรก็ตาม **อัตรากำไรขั้นต้นกลับลดลง 2.19%** สะท้อนถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้น หรือส่วนผสมของสินค้าที่ขายอาจเปลี่ยนแปลงไป ในขณะที่ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 5.90%** ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการกลับมาเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ การบริหารจัดการต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่นๆ จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
ICC ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญกับสถานการณ์ที่รายได้จากการขายฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจนจากการกลับมาเปิดดำเนินการของห้างสรรพสินค้า แต่กำไรสุทธิกลับลดลงเนื่องจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงาน ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการดำเนินงานที่กลับสู่ภาวะปกติมากขึ้นหลังมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดในปี 2563 การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ICC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,331.02
ล้านบาท
↓ 9.3% YoY
กำไรขั้นต้น
617.13
ล้านบาท
↓ 14.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.47
%
กำไรสุทธิ
12.90
ล้านบาท
↓ 526.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.55
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,331
↓ -9.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
617
↓ -14.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
13
↓ -526.2%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ICC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
2.70
ROA (%)
2.09
Book Value/หุ้น
59.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ICC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+377
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-141
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ICC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
376.68
-269.18%
|
-222.65
-279.73%
|
123.88
+340.23%
|
28.14
-117.22%
|
-163.40
-118.30%
|
893.03
-1,393.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-140.72
+96.37%
|
-71.66
-108.84%
|
810.49
-194.64%
|
-856.40
-284.10%
|
465.17
+71.99%
|
270.46
-259.02%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
435.38
-16.57%
|
521.88
+73.22%
|
301.29
+15.96%
|
259.82
-17.23%
|
313.91
-164.82%
|
-484.28
+44.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
671.66
+188.44%
|
232.86
-81.19%
|
1,238.05
-314.23%
|
-577.91
-193.76%
|
616.40
-9.55%
|
681.46
-667.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,255.09
+39.43%
|
900.15
+28.12%
|
702.60
-57.45%
|
1,651.22
-8.02%
|
1,795.16
+61.19%
|
1,113.70
-20.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
618.16
-50.75%
|
1,255.09
+39.43%
|
900.15
+28.12%
|
702.60
-57.45%
|
1,651.22
-8.02%
|
1,795.16
+61.19%
|