บริษัท แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
3.98
0.10 (2.45%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 187.49 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 19.54 จากการฟื้นตัวจากสถานการณ์ COVID-19 ยกเว้นเพียงบริษัทย่อย HM ที่มีลูกค้ารายใหญ่อยู่ใน อุตสาหกรรมเครื่องบิน, HP ที่มีการปิดโรงงานในประเทศฟิลิปปินส์ และ HY ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการ ล็อคดาวน์โควิดในประเทศมาเลเซีย
หน่วยงาน Special Cutting Tools มีอัตรากําไรดีขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ จากร้อยละ 5.90 เป็นร้อยละ 18.09 ของรายได้รวม เป็นผลหลักจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และการนํางบการเงินของบริษัทย่อย MDP เข้ามารวม ซึ่ง MDP
ปี 65 บริษัทตั้งเป้าโต 10% เน้นการเติบโตจาก โรงงานของบริษัทย่อยในประเทศสหรัฐอเมริกา และเวียดนาม ซึ่งอยู่ในระหว่างการขยายกําลังการผลิตต่อเนื่องจาก ปีก่อน
บ.ติดตามสถานการณ์สงครามยูเครน-รัสเซียว่าจะส่งผลกระทบต่อบริษัทอย่างไร ทั้งนี้ โดยภาพรวมยังคาดว่าจะเห็นการเติบโตที่ดีหลังจากที่สถานการณ์ COVID-19 เริ่มเห็นแนวโน้มที่จะคลี่คลายลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5862 out_tok=2759 at=2026-07-25T16:09:32 -->
# HTECH กำไรสุทธิปี 65 หด 23.59% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-รายได้พิเศษหาย
## รายได้รวมโต 4.83% แต่กำไรสุทธิลดลง สวนทางกับภาพรวมธุรกิจที่เริ่มฟื้นตัวหลังโควิด
บริษัท แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ HTECH รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 1,202.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.83% จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดกลับลดลง 23.59% มาอยู่ที่ 120.34 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และการหายไปของรายได้พิเศษจากเงินสนับสนุนภาครัฐในปี 2564 ขณะที่ธุรกิจหลักบางส่วนเริ่มฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ HTECH ในปี 2565 ลดลง 3.72% มาอยู่ที่ 10.01% (เทียบกับ 13.73% ในปี 2564) มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ **การหายไปของรายได้พิเศษในปี 2564** และ **ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในปี 2565** โดยเฉพาะในส่วนงานธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องมือตัดเฉือนโลหะที่มีลักษณะเฉพาะ (Special Cutting Tools) ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การหายไปของรายได้พิเศษ:** ในปี 2564 บริษัทย่อย MDP ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเพื่อเยียวยาผลกระทบจาก COVID-19 เป็นจำนวนประมาณ 9 ล้านบาท ซึ่งในปี 2565 รายได้ส่วนนี้ไม่มีแล้ว ส่งผลให้กำไรสุทธิของส่วนงาน Special Cutting Tools ลดลง 30.30 ล้านบาท
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น:**
* **วัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในหลายส่วนงาน โดยเฉพาะส่วนงานผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์และชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูปต่างๆ
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการย้ายโรงงานของ MDP, การขยายกิจกรรมทางการตลาด, การขยายสำนักงานและจ้างพนักงานขายเพิ่มในบริษัทที่สิงคโปร์ (HS) รวมถึงการปรับเพิ่มปริมาณการผลิตและจ้างทำของในส่วนงานผลิตชิ้นส่วนโลหะ
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง:** ความผันผวนของค่าเงินส่งผลให้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 8.10 ล้านบาทในส่วนงาน Special Cutting Tools และ 1.49 ล้านบาทในส่วนงานนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสที่อัตรากำไรจะปรับตัวดีขึ้นในปี 2566 เนื่องจากปัจจัยลบหลักๆ เช่น รายได้พิเศษที่หายไป และค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการย้ายโรงงานหรือการขยายสำนักงาน จะไม่เกิดขึ้นอีกในปีนี้ ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าอัตรากำไรจะใกล้เคียงหรือดีขึ้นจากปี 2565 จากการเติบโตของรายได้ในบริษัทย่อย MDP และ HV รวมถึงโปรเจ็คสินค้าใหม่ของบริษัทใหญ่เอง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 4.83%** แตะ 1,202.18 ล้านบาท จาก 1,146.77 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 23.59%** อยู่ที่ 120.34 ล้านบาท จาก 157.50 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลง 25.73%** อยู่ที่ 100.48 ล้านบาท
* **อัตรากำไรสุทธิรวมลดลง** จาก 13.73% ในปี 2564 เป็น 10.01% ในปี 2565
* **ส่วนงาน Special Cutting Tools รายได้โต 4.46%** แต่กำไรสุทธิลดลง 27.09% จากผลกระทบรายได้พิเศษหายและต้นทุนเพิ่ม
* **ส่วนงานนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือฯ รายได้โต 9.46%** แต่กำไรสุทธิลดลง 8.32% จากค่าใช้จ่ายการตลาดและค่าใช้จ่ายสำนักงานที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนงานผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ฯ รายได้โต 17.39%** แต่กำไรสุทธิลดลง 51.51% จากต้นทุนวัตถุดิบและปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **ปี 2566 ตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่น้อยกว่า 5%** เน้นการเติบโตจากบริษัทย่อยในสหรัฐฯ และเวียดนาม รวมถึงโปรเจ็คสินค้าใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 1,202.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.83% จากปีก่อน โดยรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 1,195.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.10% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 120.34 ล้านบาท ลดลง 23.59% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิรวมลดลงจาก 13.73% ในปี 2564 มาอยู่ที่ 10.01% ในปี 2565
เมื่อพิจารณาตามส่วนงานธุรกิจหลัก:
* **ส่วนงานธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องมือตัดเฉือนโลหะที่มีลักษณะเฉพาะ (Special Cutting Tools):** มีรายได้เพิ่มขึ้น 4.46% เป็น 625.15 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิลดลง 27.09% เป็น 81.53 ล้านบาท โดยอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 18.09% เป็น 12.96%
* **ส่วนงานธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือที่ใช้ในการตัดโลหะ:** มีรายได้เพิ่มขึ้น 9.46% เป็น 518.47 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิลดลง 8.32% เป็น 35.38 ล้านบาท โดยอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 7.99% เป็น 6.80%
* **ส่วนงานธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์และชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูปต่างๆ:** มีรายได้เพิ่มขึ้น 17.39% เป็น 51.89 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิลดลง 51.51% เป็น 3.44 ล้านบาท โดยอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 15.63% เป็น 6.49%
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิตของบริษัทย่อย:** HV มีแผนก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่เสร็จช่วงครึ่งปีหลัง และ MDP จะเดินหน้าผลิตเต็มรูปแบบในโรงงานใหม่ รวมถึงการทำงาน 2 กะ คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้และประสิทธิภาพ
* **โปรเจ็คสินค้ากลุ่มใหม่ของบริษัทใหญ่:** การลงทุนซื้อเครื่องจักรสำหรับผลิตสินค้าประเภท SCD Tools (Single Crystal Diamond Tools) สำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการความเที่ยงตรงสูง เช่น ผู้ผลิตเลนส์กล้อง นาฬิกา เครื่องประดับ คาดว่าจะเริ่มเห็นรายได้ช่วงไตรมาส 2/2566
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรม:** การคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19 ทำให้กลุ่มลูกค้ามีการผลิตเพิ่มขึ้นในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ และสามารถดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขายได้ตามปกติ
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนเครื่องบิน:** ลูกค้าหลักในสหรัฐฯ ที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินเริ่มมีการฟื้นตัวจากการผลิตที่ลดลงอย่างมากในช่วง COVID-19
## ความเสี่ยง
* **การชะลอตัวการผลิตของลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD):** เป็นกลุ่มลูกค้าหลักในประเทศของบริษัทใหญ่ ทำให้รายได้จากการขายของบริษัทใหญ่ลดลง
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน:** การปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ส่งผลกระทบต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมการผลิต:** อาจส่งผลต่อการเติบโตของบริษัทย่อยอื่นๆ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ของ HV และการเดินหน้าผลิตเต็มรูปแบบของ MDP
* การเริ่มรับรู้รายได้จากโปรเจ็ค SCD Tools ของบริษัทใหญ่ในช่วงไตรมาส 2/2566
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบและผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* การขยายตลาดและลูกค้าใหม่ของ MDP ในภูมิภาคต่างๆ
* การดำเนินงานของบริษัทย่อย Halcyon Technology Singapore Pte. Ltd. (HS) หลังการขยายสำนักงานและจ้างพนักงานขายเพิ่ม
* การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนเครื่องบินในสหรัฐฯ และผลต่อรายได้ของบริษัท แฮลเซี่ยน เมทอล จำกัด (HM)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการขยายกำลังการผลิตของ HV และ MDP รวมถึงการเดินหน้าผลิตเต็มรูปแบบในโรงงานใหม่ของ MDP และการทำงาน 2 กะ ซึ่งบ่งชี้ถึงการเพิ่ม Utilization
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุถึง Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงการคาดการณ์รายได้และการเติบโตจากโปรเจ็คใหม่และโรงงานที่ขยายกำลังการผลิต
* **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะในส่วนงานผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์และชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูปต่างๆ
* **GPM (Gross Profit Margin):** ไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่มีการระบุอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ที่ลดลงในทุกส่วนงาน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนที่สูงขึ้น
* **ส่งออก:** มีการกล่าวถึงการส่งออกสินค้า SCD Tools ไปยังประเทศอังกฤษและอื่นๆ รวมถึงการขยายตลาดใหม่ๆ ของ MDP ในภูมิภาคต่างๆ
* **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงเนื่องจากความผันผวนของค่าเงิน
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้กล่าวถึงข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ฉบับนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน
## สรุปท้าย
แม้ว่า HTECH จะสามารถเพิ่มรายได้รวมในปี 2565 ได้ แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสาเหตุหลักจากการหายไปของรายได้พิเศษในปี 2564 และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการมองว่าปัจจัยลบเหล่านี้มีลักษณะเป็นครั้งคราว และคาดว่าปี 2566 จะเห็นการฟื้นตัวของอัตรากำไรจากการขยายกำลังการผลิตของบริษัทย่อยและการเปิดตัวโปรเจ็คสินค้าใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่นักลงทุนควรจับตา
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HTECH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
305.82
ล้านบาท
↓ 4.4% YoY
กำไรขั้นต้น
100.93
ล้านบาท
↓ 16.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.00
%
กำไรสุทธิ
-50.39
ล้านบาท
↓ 236.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-16.48
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
306
↓ -4.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
101
↓ -16.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-50
↓ -236.5%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HTECH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
2.62
ROA (%)
4.67
Book Value/หุ้น
4.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HTECH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+244
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-295
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HTECH
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
243.76
+192.98%
|
83.20
+856.32%
|
8.70
-112.21%
|
-71.26
-8.24%
|
-77.66
-128.50%
|
272.48
-0.37%
|
273.50
-6.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-295.26
+1,793.91%
|
-15.59
-150.49%
|
30.88
-352.29%
|
-12.24
-143.40%
|
28.20
-116.91%
|
-166.72
+17.55%
|
-141.83
+3.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-94.13
+169.95%
|
-34.87
-287.17%
|
18.63
-73.60%
|
70.57
-36.87%
|
111.79
-274.24%
|
-64.16
-37.91%
|
-103.33
+28.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-171.90
+924.43%
|
-16.78
-183.65%
|
20.06
-137.88%
|
-52.95
-241.65%
|
37.38
-4.45%
|
39.12
+78.96%
|
21.86
-66.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
428.82
+3.68%
|
413.61
-2.66%
|
424.91
+39.84%
|
303.86
+17.99%
|
257.54
+17.91%
|
218.42
+7.33%
|
203.51
+47.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
256.92
-40.09%
|
428.82
+3.68%
|
413.61
-2.66%
|
424.91
+39.84%
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
218.42
+7.33%
|