บริษัท แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
3.98
0.10 (2.45%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 187.49 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 19.54 จากการฟื้นตัวจากสถานการณ์ COVID-19 ยกเว้นเพียงบริษัทย่อย HM ที่มีลูกค้ารายใหญ่อยู่ใน อุตสาหกรรมเครื่องบิน, HP ที่มีการปิดโรงงานในประเทศฟิลิปปินส์ และ HY ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการ ล็อคดาวน์โควิดในประเทศมาเลเซีย
หน่วยงาน Special Cutting Tools มีอัตรากําไรดีขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ จากร้อยละ 5.90 เป็นร้อยละ 18.09 ของรายได้รวม เป็นผลหลักจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และการนํางบการเงินของบริษัทย่อย MDP เข้ามารวม ซึ่ง MDP
ปี 65 บริษัทตั้งเป้าโต 10% เน้นการเติบโตจาก โรงงานของบริษัทย่อยในประเทศสหรัฐอเมริกา และเวียดนาม ซึ่งอยู่ในระหว่างการขยายกําลังการผลิตต่อเนื่องจาก ปีก่อน
บ.ติดตามสถานการณ์สงครามยูเครน-รัสเซียว่าจะส่งผลกระทบต่อบริษัทอย่างไร ทั้งนี้ โดยภาพรวมยังคาดว่าจะเห็นการเติบโตที่ดีหลังจากที่สถานการณ์ COVID-19 เริ่มเห็นแนวโน้มที่จะคลี่คลายลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5315 out_tok=2702 at=2026-07-25T17:46:27 -->
# HTECH Q2/2565 กำไรสุทธิหดเล็กน้อย 3% รับผลพิเศษปีก่อนหนุนสูง ขณะรายได้รวมโต 11% จากต่างประเทศ
## รายได้รวม HTECH Q2/2565 เติบโต 11% จากการฟื้นตัวของธุรกิจในต่างประเทศ แต่กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยจากฐานปีก่อนที่สูงผิดปกติ
บริษัท แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ HTECH รายงานผลประกอบการงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 มีรายได้รวม 614.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 85.11 ล้านบาท ลดลง 2.97% โดยกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลง 6.61% มาอยู่ที่ 71.21 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้มีปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยในต่างประเทศที่เติบโตได้ดี แต่ถูกหักล้างด้วยการเปรียบเทียบกับฐานกำไรที่สูงผิดปกติของปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการ HTECH ในงวดหกเดือนแรกของปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่แข็งแกร่งถึง 13.21% โดยเฉพาะจากบริษัทย่อยในต่างประเทศ (MDP และ HV) ซึ่งชดเชยรายได้ที่ลดลงของบริษัทใหญ่ในประเทศได้ แต่กำไรสุทธิกลับลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากฐานกำไรของปี 2564 ถูกหนุนด้วยรายได้พิเศษจากเงินสนับสนุนของรัฐบาลสหรัฐฯ จำนวน 8.55 ล้านบาท**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **การเติบโตของรายได้:** รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจาก 2 ส่วนงานหลัก คือ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องมือตัดเฉือนโลหะที่มีลักษณะเฉพาะ (Special Cutting Tools) ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้น 6.97% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากบริษัทย่อยในสหรัฐอเมริกา (MDP) และเวียดนาม (HV) ที่ขยายกำลังการผลิตและมีรายได้เติบโตถึง 35.96% และ 36.34% ตามลำดับ ส่วนงานธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือตัดโลหะก็เติบโตได้ดีถึง 19.49% จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ในหลายประเทศ
* **ผลกระทบจากฐานปีก่อน:** แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่กำไรสุทธิกลับลดลงเล็กน้อย สาเหตุหลักมาจากส่วนงาน Special Cutting Tools ที่แม้จะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 1.77% เนื่องจากปีก่อนมีรายได้พิเศษจากการสนับสนุนของรัฐบาลสหรัฐฯ (MDP) ซึ่งทำให้กำไรในปี 2564 สูงกว่าปกติ หากไม่รวมรายการพิเศษนี้ กำไรสุทธิของส่วนงานนี้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 13.70% นอกจากนี้ ส่วนงานผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์และชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป (HM) แม้รายได้จะเติบโตถึง 39.70% แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 79.08% เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการปรับเพิ่มเวลาทำงาน การจ้างทำของมากขึ้น และการย้ายพนักงานจากบริษัทใหญ่มาสนับสนุน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ จากการที่ฝ่ายจัดการยังคงตั้งเป้ารายได้ทั้งปี 2565 ให้เติบโตประมาณ 10% จากปี 2564 โดยเน้นการเติบโตจากต่างประเทศ โดยเฉพาะโรงงาน MDP และ HV ที่กำลังขยายกำลังการผลิตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของส่วนงานผลิตชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป (HM) อาจต้องรอการปรับตัวของลูกค้าหลักในสหรัฐฯ และการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ส่วนประเด็นเรื่องรายได้พิเศษจากภาครัฐนั้นเป็นรายการครั้งคราวและไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 11.34%** เป็น 614.70 ล้านบาท จาก 552.09 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 2.97%** อยู่ที่ 85.11 ล้านบาท จาก 87.72 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลง 6.61%** อยู่ที่ 71.21 ล้านบาท จาก 76.25 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องมือตัดเฉือนโลหะ (Special Cutting Tools) มีรายได้เติบโต 6.97%** โดยบริษัทย่อย MDP และ HV ในต่างประเทศมีรายได้ขยายตัวสูง
* **ธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือตัดโลหะมีรายได้เติบโต 19.49%** จากการฟื้นตัวหลังโควิด-19
* **ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์และชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป (HM) รายได้เติบโต 39.70%** แต่กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **ฝ่ายจัดการคงเป้ารายได้ทั้งปี 2565 เติบโตประมาณ 10%** เน้นการเติบโตจากต่างประเทศ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 614.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.62 ล้านบาท หรือ 11.34% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 70.77 ล้านบาท หรือ 13.21% เป็น 606.66 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 85.11 ล้านบาท ลดลง 2.61 ล้านบาท หรือ 2.97% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิโดยรวมลดลงจาก 15.89% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 13.85% ในงวดปัจจุบัน โดยกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลง 6.61% มาอยู่ที่ 71.21 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของบริษัทย่อยในต่างประเทศ:** MDP (สหรัฐอเมริกา) และ HV (เวียดนาม) มีศักยภาพในการเติบโตสูงจากการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** สถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลงส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือตัดโลหะ
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** แม้จะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในสหรัฐฯ จะส่งผลดีต่อธุรกิจผลิตชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป (HM)
* **การขยายกำลังการผลิต:** การลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตของบริษัทย่อยในต่างประเทศจะรองรับการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น:** ส่วนงานผลิตชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป (HM) เผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ความล่าช้าในการย้ายโรงงาน:** โรงงานใหม่ของ MDP ในสหรัฐฯ เกิดความล่าช้าในการขนส่งอุปกรณ์ ทำให้แผนการย้ายโรงงานต้องเลื่อนออกไป
* **การชะลอตัวของการผลิตในประเทศ:** การชะลอตัวของการผลิตของกลุ่มลูกค้าในประเทศส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทใหญ่
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศย่อมมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันในธุรกิจเครื่องมือตัดเฉือนโลหะอาจส่งผลต่อราคาขายและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการย้ายโรงงาน MDP:** การแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการขนส่งอุปกรณ์และการย้ายโรงงานให้แล้วเสร็จตามแผนที่เลื่อนออกไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** กลยุทธ์ของบริษัทในการจัดการกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นในส่วนงาน HM
* **แนวโน้มการเติบโตของบริษัทย่อยในต่างประเทศ:** การขยายกำลังการผลิตและการตอบรับของตลาดต่อผลิตภัณฑ์ของ MDP และ HV
* **การฟื้นตัวของลูกค้าในประเทศ:** การปรับตัวของกลุ่มลูกค้าในประเทศและผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทใหญ่
* **ผลประกอบการในไตรมาส 3 และ 4:** การประเมินแนวโน้มการเติบโตของรายได้และกำไรในช่วงครึ่งปีหลัง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการขยายกำลังการผลิตของบริษัทย่อย MDP และ HV และการปรับเพิ่มเวลาทำงานในส่วนงาน HM ซึ่งบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การขยายกำลังการผลิตและการเติบโตของรายได้จากต่างประเทศบ่งชี้ถึงการมีคำสั่งซื้อที่เพียงพอ
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุข้อมูลราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่กล่าวถึงต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นในส่วนงาน HM ซึ่งอาจรวมถึงต้นทุนวัตถุดิบด้วย
* **GPM (Gross Profit Margin):** ไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่มีการกล่าวถึงอัตรากำไรสุทธิที่ลดลงในบางส่วนงาน ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบต่อ GPM
* **ส่งออก:** การเติบโตของรายได้หลักมาจากบริษัทย่อยในต่างประเทศ (MDP และ HV) ซึ่งสะท้อนถึงการพึ่งพิงตลาดส่งออกที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่การดำเนินงานในสหรัฐฯ และเวียดนามย่อมมีความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน D/E หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน
## สรุปท้าย
HTECH ในงวดหกเดือนแรกปี 2565 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้รวมได้ถึง 11.34% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากบริษัทย่อยในต่างประเทศที่ขยายกำลังการผลิตและตอบรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกได้ดี อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากฐานกำไรของปี 2564 ถูกหนุนด้วยรายได้พิเศษจากเงินสนับสนุนภาครัฐในสหรัฐฯ ขณะที่ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นในบางส่วนงานก็เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร แม้จะมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากแผนการขยายกำลังการผลิตในต่างประเทศ แต่ความเสี่ยงด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและความล่าช้าในการย้ายโรงงานยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HTECH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
305.82
ล้านบาท
↓ 4.4% YoY
กำไรขั้นต้น
100.93
ล้านบาท
↓ 16.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.00
%
กำไรสุทธิ
-50.39
ล้านบาท
↓ 236.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-16.48
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
306
↓ -4.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
101
↓ -16.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-50
↓ -236.5%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HTECH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
2.62
ROA (%)
4.67
Book Value/หุ้น
4.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HTECH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+244
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-295
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HTECH
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
243.76
+192.98%
|
83.20
+856.32%
|
8.70
-112.21%
|
-71.26
-8.24%
|
-77.66
-128.50%
|
272.48
-0.37%
|
273.50
-6.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-295.26
+1,793.91%
|
-15.59
-150.49%
|
30.88
-352.29%
|
-12.24
-143.40%
|
28.20
-116.91%
|
-166.72
+17.55%
|
-141.83
+3.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-94.13
+169.95%
|
-34.87
-287.17%
|
18.63
-73.60%
|
70.57
-36.87%
|
111.79
-274.24%
|
-64.16
-37.91%
|
-103.33
+28.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-171.90
+924.43%
|
-16.78
-183.65%
|
20.06
-137.88%
|
-52.95
-241.65%
|
37.38
-4.45%
|
39.12
+78.96%
|
21.86
-66.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
428.82
+3.68%
|
413.61
-2.66%
|
424.91
+39.84%
|
303.86
+17.99%
|
257.54
+17.91%
|
218.42
+7.33%
|
203.51
+47.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
256.92
-40.09%
|
428.82
+3.68%
|
413.61
-2.66%
|
424.91
+39.84%
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
218.42
+7.33%
|