บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน)
SET · ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
36.75
+1.25 (+3.52%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8398 out_tok=3168 at=2026-07-25T16:07:50 -->
# HANA กำไรสุทธิปี 65 พุ่ง 36% รับอานิสงส์ค่าบาทอ่อน-รายการพิเศษปี 64
## รายได้รวมโต 14% แตะ 2.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานทรงตัว เหตุต้นทุน R&D เพิ่ม
บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 27,167 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,102 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 36% อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานทรงตัวอยู่ที่ 2,422 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่เพิ่มสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ HANA ในปี 2565 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 36% มาจาก **การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ** ซึ่งส่งผลดีต่อรายได้ในรูปสกุลเงินบาท และ **รายการยกเว้นจากการบันทึกค่าเผื่อผลขาดทุนจากตราสารทุนของกองทุนซัพพลายเชนของ Credit Suisse ในไตรมาส 4 ปี 2564** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ทำให้ฐานกำไรปีก่อนหน้าต่ำลง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การอ่อนค่าของเงินบาท:** ในปี 2565 ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเฉลี่ย 10% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ จาก 32.0 บาทต่อเหรียญสหรัฐในปี 2564 เป็น 35.1 บาทต่อเหรียญสหรัฐในปี 2565 เนื่องจาก HANA มีรายได้จากการขายในรูปสกุลเงินต่างประเทศเป็นหลัก (โดยเฉพาะเงินเหรียญสหรัฐ) การอ่อนค่าของเงินบาทจึงทำให้รายได้จากการขายเมื่อแปลงเป็นเงินบาทเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่ายอดขายในรูปสกุลเงินเหรียญสหรัฐจะเพิ่มขึ้นเพียง 4% ก็ตาม
**รายการยกเว้น:** ในไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัทฯ ได้บันทึกค่าเผื่อผลขาดทุนจากตราสารทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของกองทุนซัพพลายเชนของ Credit Suisse เป็นจำนวน 404 ล้านบาท (12.7 ล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งรายการนี้เป็นรายการพิเศษที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของปี 2564 ลดลง เมื่อรายการนี้ไม่มีในปี 2565 จึงทำให้กำไรสุทธิของปี 2565 ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม **กำไรจากการดำเนินงาน** ที่เพิ่มขึ้นเพียง 9% เป็น 2,422 ล้านบาท (จาก 2,219 ล้านบาทในปี 2564) สะท้อนว่าการดำเนินงานปกติไม่ได้เติบโตโดดเด่นเท่ากำไรสุทธิ สาเหตุหลักมาจาก **ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่สูงขึ้น 19%** ในปี 2565 โดยเฉพาะจากบริษัท Power Semiconductor ในเกาหลีใต้ และการขยายกำลังการผลิตของ Hana Technology Inc. ในสหรัฐอเมริกา
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**การอ่อนค่าของเงินบาท:** มีโอกาสเกิดขึ้นต่อเนื่องในระดับหนึ่ง โดยฝ่ายจัดการระบุว่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อเหรียญสหรัฐ และเงินหยวนของจีนต่อเหรียญสหรัฐ จะมีผลกระทบต่อผลกำไรของกลุ่มบริษัทฯ ประมาณ 200 ล้านบาทต่อไตรมาส สำหรับทุกๆ 10% ของการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน โดยบริษัทฯ มีการทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง
**รายการยกเว้น:** เป็นเหตุการณ์ครั้งคราว ไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในปีถัดไป
โดยรวมแล้ว ปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนผลประกอบการในระดับหนึ่ง แต่การเติบโตของกำไรสุทธิที่สูงกว่ากำไรจากการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญในปี 2565 เป็นผลจากรายการพิเศษเป็นหลัก ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำในปี 2566
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 14%** แตะ 27,167 ล้านบาท จาก 23,780 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรสุทธิปี 2565 พุ่ง 36%** อยู่ที่ 2,102 ล้านบาท จาก 1,545 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรจากการดำเนินงานทรงตัว** เพิ่มขึ้นเพียง 9% เป็น 2,422 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่าย R&D ที่สูงขึ้น
* **อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอ่อนค่าลง 10%** เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐในปี 2565 เป็นปัจจัยหนุนรายได้
* **รายการยกเว้น 404 ล้านบาท** จากการตั้งสำรองผลขาดทุนตราสารทุนในปี 2564 ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2565 ดูโดดเด่น
* **อัตราส่วนกำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย** จาก 14% เป็น 13% ในปี 2565
* **ค่าใช้จ่าย R&D เพิ่มขึ้น 19%** จากการลงทุนในเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 กลุ่มบริษัทฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส มีรายได้จากการขายรวม 27,167 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่ 23,780 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และการอ่อนค่าของเงินบาท โดยยอดขายในรูปสกุลเงินเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้น 4% เป็น 775 ล้านเหรียญสหรัฐ
อัตราส่วนกำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 14% ในปี 2564 เป็น 13% ในปี 2565
กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 9% เป็น 2,422 ล้านบาทในปี 2565 จาก 2,219 ล้านบาทในปี 2564 อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 9% ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักที่ทำให้กำไรจากการดำเนินงานไม่เติบโตตามรายได้ คือ ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่เพิ่มขึ้น 19% ในปี 2565 เนื่องจากการลงทุนในบริษัท Power Semiconductor ที่เกาหลีใต้และการขยายกำลังการผลิตของ Hana Technology Inc. ที่สหรัฐอเมริกา
สำหรับกำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 2,102 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่ 1,545 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นกว่ากำไรจากการดำเนินงาน คือ การอ่อนค่าของเงินบาท และการที่ปี 2564 มีรายการพิเศษจากการตั้งสำรองผลขาดทุนจากตราสารทุนจำนวน 404 ล้านบาท ซึ่งรายการนี้ไม่มีในปี 2565
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังการระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยหนุนอุปสงค์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์
* **การอ่อนค่าของเงินบาท:** มีแนวโน้มที่จะช่วยหนุนรายได้และกำไรของบริษัทฯ ในรูปเงินบาทอย่างต่อเนื่อง
* **การขยายกำลังการผลิต:** การลงทุนขยายกำลังการผลิตในหน่วยงานต่างๆ เช่น Hana Technology Inc. (HTI) ซึ่งมีรายได้เติบโตถึง 27% ในปี 2565 จะช่วยรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต
* **การรักษาฐานลูกค้าเดิมและแสวงหาลูกค้ารายใหม่:** เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่าการอ่อนค่าของเงินบาทจะเป็นผลดี แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนทั้งเงินบาทต่อเหรียญสหรัฐ และเงินหยวนต่อเหรียญสหรัฐ ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไร
* **การชะลอตัวของอุปสงค์เซมิคอนดักเตอร์:** ฝ่ายจัดการระบุว่าความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ชะลอตัวลงในครึ่งหลังของปี 2565 เนื่องจากห่วงโซ่อุปทานกลับสู่สภาวะปกติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อในอนาคต
* **การแข่งขันและราคา:** การแข่งขันในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และการด้อยค่าของราคาผลิตภัณฑ์ (Erosion) อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ต้นทุน R&D ที่เพิ่มขึ้น:** การลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาที่สูงขึ้นอาจกดดันอัตรากำไรในระยะสั้น
* **ความเสี่ยงด้านมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์:** สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ และความเสี่ยงจากโรคระบาด ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอุปสงค์เซมิคอนดักเตอร์:** การฟื้นตัวหรือชะลอตัวของตลาดเซมิคอนดักเตอร์จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อคำสั่งซื้อในอนาคต
* **ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน:** การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จะส่งผลโดยตรงต่อรายได้และกำไร
* **ผลการดำเนินงานของ Hana Technology Inc. (HTI):** การเติบโตของหน่วยงานนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญ
* **การบริหารจัดการต้นทุน R&D:** การลงทุน R&D ที่เพิ่มขึ้นจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ระยะเวลาหมุนเวียนสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นจาก 101 วัน เป็น 127 วัน อาจเป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง
* **การบริหารจัดการลูกหนี้การค้า:** ระยะเวลาเรียกเก็บหนี้ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 62 วัน เป็น 64 วัน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
* **รายได้:** รายได้รวมเติบโต 14% โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการอ่อนค่าของเงินบาท ยอดขายในรูปสกุลเงินเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้น 4%
* **Product Mix:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนรายได้ตาม Product Mix ที่ชัดเจน แต่มีการแบ่งตามหน่วยงานการผลิต โดยหน่วยการผลิต PCBA (ประเทศไทย) ยังคงมีสัดส่วนสูงสุดที่ 41% รองลงมาคือ IC (ประเทศไทย) ที่ 33% และ HTI (สหรัฐอเมริกา) ที่ 5%
* **ลูกค้าหลัก:** เอกสารระบุว่าลูกค้าของบริษัทฯ เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมการประกอบ IC และอิเล็กทรอนิกส์ แต่ไม่ได้ระบุชื่อลูกค้าหลัก
* **Margin:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 14% เป็น 13% ในปี 2565
* **R&D:** ค่าใช้จ่าย R&D เพิ่มขึ้น 19% เป็นปัจจัยกดดันกำไรจากการดำเนินงาน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **เงินสด:** ณ สิ้นปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีเงินสดและเงินลงทุนในสถาบันการเงิน 3.6 พันล้านบาท ลดลงจาก 6.0 พันล้านบาทในปี 2564
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (EBITDA):** เพิ่มขึ้น 15% เป็น 4,052 ล้านบาทในปี 2565
* **เงินปันผล:** ปี 2565 จ่ายเงินปันผลรวม 805 ล้านบาท (1.00 บาท/หุ้น) ลดลงจาก 1,610 ล้านบาท (2.00 บาท/หุ้น) ในปี 2564
* **รายจ่ายฝ่ายทุน (CapEx):** ลดลงจาก 3,895 ล้านบาทในปี 2564 เป็น 2,876 ล้านบาทในปี 2565 เนื่องจากคำสั่งซื้อเซมิคอนดักเตอร์ชะลอตัว
* **หนี้สิน:** บริษัทฯ ไม่มีภาระหนี้สินที่ก่อให้เกิดดอกเบี้ย และมีอัตราส่วนสภาพคล่องสูงประมาณ 3 เท่าของหนี้สินหมุนเวียน
* **ลูกหนี้การค้า:** ระยะเวลาเรียกเก็บหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 64 วัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 62 วันในปี 2564
* **สินค้าคงเหลือ:** ระยะเวลาหมุนเวียนสินค้าคงเหลือเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 101 วัน เป็น 127 วันในปี 2565
## สรุปท้าย
HANA ปิดปี 2565 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 36% โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการอ่อนค่าของเงินบาทและรายการพิเศษจากปีก่อนหน้า แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดี 14% แต่กำไรจากการดำเนินงานทรงตัวเนื่องจากการลงทุนใน R&D ที่เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงจากความผันผวนของอุปสงค์เซมิคอนดักเตอร์และอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตา แต่การไม่มีภาระหนี้สินและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทฯ มีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HANA ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
4,967.70
ล้านบาท
↓ 11.4% YoY
กำไรขั้นต้น
264.69
ล้านบาท
↓ 10.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.33
%
กำไรสุทธิ
-612.36
ล้านบาท
↓ 80.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-12.33
%
D/E Ratio
0.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,968
↓ -11.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
265
↓ -10.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-612
↓ -80.6%
YoY
D/E Ratio
0.18
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HANA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.18
ROE (%)
2.51
ROA (%)
2.31
Book Value/หุ้น
30.18
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HANA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,307
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,046
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HANA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,306.58
-29.21%
|
-1,845.75
+329.18%
|
-430.06
-209.72%
|
391.97
-121.41%
|
-1,830.82
-163.02%
|
2,905.23
+176.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,045.70
-84.88%
|
13,531.36
+1,138.76%
|
1,092.33
+266.36%
|
298.16
-87.81%
|
2,445.48
-256.69%
|
-1,560.68
+987.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,817.33
-567.28%
|
-388.92
-111.36%
|
3,422.16
+3,168.23%
|
104.71
-155.04%
|
-190.23
-87.89%
|
-1,571.20
+245.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,769.32
-71.14%
|
9,597.00
+184.40%
|
3,374.53
-1,201.64%
|
-306.32
-60.58%
|
-777.00
+2,137.90%
|
-34.72
-102.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
6,689.07
-3.82%
|
6,954.42
+192.85%
|
2,374.71
-28.13%
|
3,304.17
-38.81%
|
5,400.26
-0.64%
|
5,434.98
+33.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,936.50
-26.20%
|
6,689.07
-3.82%
|
6,954.42
+192.85%
|
2,374.71
-28.13%
|
3,304.17
-38.81%
|
5,400.26
-0.64%
|