บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน)
SET · ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
36.75
+1.25 (+3.52%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8423 out_tok=2995 at=2026-07-25T17:13:56 -->
# HANA โชว์รายได้ปี 64 โต 23% รับดีมานด์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ฟื้นตัว
## กำไรสุทธิปี 64 หด 19% เหตุโบนัสพนักงาน-R&D พุ่ง-ขาดทุน FX
บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้จากการขายเติบโต 23% แตะ 23,780 ล้านบาท สวนทางกับกำไรสุทธิที่ลดลง 19% มาอยู่ที่ 1,545 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นทั้งโบนัสพนักงานและงานวิจัยพัฒนา รวมถึงการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และการตั้งสำรองผลขาดทุนจากตราสารทุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการในปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งถึง 23%** ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะตลาดที่ฟื้นตัวจากปี 2563 ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างไรก็ตาม **กำไรสุทธิกลับลดลง 19%** โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ทั้งในส่วนของเงินโบนัสพนักงาน ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) และการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงรายการพิเศษจากการตั้งสำรองผลขาดทุนจากตราสารทุน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเติบโตของรายได้** เกิดจากสภาวะตลาดที่ฟื้นตัว โดยเฉพาะยอดขายในหน่วยงานไมโครอิเล็คโทรนิคส์ (PCBA) และหน่วยงาน IC ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่การผลิต ทั้งในไทยและจีน รวมถึงหน่วยงาน Hana Technology Inc. (HTI) ที่เติบโตโดดเด่นถึง 37% ในรูปสกุลเงินเหรียญสหรัฐ
ในทางกลับกัน **กำไรสุทธิที่ลดลง** เป็นผลมาจากหลายปัจจัยประการแรกคือ **ค่าใช้จ่ายเงินเดือนพนักงานที่สูงขึ้นจากการจ่ายเงินโบนัส** ในระหว่างปี 2564 ประการที่สองคือ **ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่เพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะในหน่วยงานผลิต IC ในประเทศเกาหลี ประการที่สามคือ **การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 444 ล้านบาท** ซึ่งเกิดจากการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ และประการสุดท้ายคือ **รายการยกเว้น 420 ล้านบาท** จากการบันทึกค่าเผื่อผลขาดทุนจากตราสารทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของกองทุนซัพพลายเชนของ Credit Suisse Supply Chain Finance Fund ในไตรมาส 4/2564
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางปัจจัย แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน**
* **การเติบโตของรายได้:** มีแนวโน้มต่อเนื่องจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะสินค้าที่จับต้องได้ (Physical Goods) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจของภาครัฐในประเทศพัฒนาแล้ว อย่างไรก็ตาม การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์ อาจเป็นปัจจัยกดดันได้
* **ค่าใช้จ่าย R&D:** มีแนวโน้มที่จะคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากบริษัทฯ มีการลงทุนเพื่อพัฒนาหน่วยการผลิต IC ในประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน
* **การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** มีความผันผวนสูงและขึ้นอยู่กับทิศทางค่าเงินบาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่ก็ยังคงมีผลกระทบอยู่
* **รายการพิเศษ:** การตั้งสำรองผลขาดทุนจากตราสารทุนเป็นรายการครั้งเดียว (one-time) ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง
โดยรวมแล้ว แม้รายได้จะเติบโต แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายและบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนกำไรในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายปี 2564 เติบโต 23%** แตะ 23,780 ล้านบาท จาก 19,282 ล้านบาทในปี 2563
* **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 19%** อยู่ที่ 1,545 ล้านบาท จาก 1,908 ล้านบาทในปี 2563
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้น 1%** จาก 13% เป็น 14% เนื่องจาก Economies of Scale จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) รวมถึง R&D เพิ่มขึ้น 17%** เป็นปัจจัยกดดันกำไร
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 444 ล้านบาท** และ **รายการยกเว้น 420 ล้านบาท** จากการตั้งสำรองผลขาดทุนตราสารทุนใน Q4/64
* **รายจ่ายฝ่ายทุน (Capital Expenditure) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** เป็น 3,895 ล้านบาท จาก 1,055 ล้านบาทในปี 2563 เพื่อรองรับความต้องการที่ฟื้นตัวและการพัฒนาหน่วยการผลิต IC ในเกาหลี
* **เงินสดและเงินลงทุนลดลง** จาก 9.7 พันล้านบาท เป็น 6.0 พันล้านบาท เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลและรายจ่ายฝ่ายทุนที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 กลุ่มบริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส มีรายได้จากการขายรวม 23,780 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวของสภาวะตลาดหลังการระบาดของโควิด-19 และความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 1,545 ล้านบาท ลดลง 19% เมื่อเทียบกับ 1,908 ล้านบาทในปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น เงินโบนัสพนักงาน ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงผลกระทบจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และรายการพิเศษจากการตั้งสำรองผลขาดทุนจากตราสารทุน
อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 13% เป็น 14% เนื่องจากประโยชน์จาก Economies of Scale จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) อยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมถึง R&D ที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์:** ความต้องการสินค้าที่จับต้องได้ (Physical Goods) และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มยอดขาย
* **การลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต:** การเพิ่มรายจ่ายฝ่ายทุนเพื่อรองรับความต้องการที่ฟื้นตัวและการพัฒนาหน่วยการผลิต IC ในเกาหลี จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตและตอบสนองลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
* **การรักษาฐานลูกค้าเดิมและแสวงหาลูกค้ารายใหม่:** ความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ในอุตสาหกรรม IC และอิเล็กทรอนิกส์ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
* **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** การทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินบาท
## ความเสี่ยง
* **การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน:** การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และวัตถุดิบอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้า
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อเหรียญสหรัฐและเงินหยวนต่อเหรียญสหรัฐ ยังคงเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อผลกำไร
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร (โบนัส) และค่าใช้จ่าย R&D ที่เพิ่มขึ้น อาจกดดันอัตรากำไรในอนาคต
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และการเปลี่ยนแปลงของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ อาจส่งผลต่อยอดขายและราคา
* **ความเสี่ยงด้านเครดิตและซัพพลายเออร์:** ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าและซัพพลายเออร์ รวมถึงความเสี่ยงในการจัดหาวัตถุดิบอย่างสม่ำเสมอ
* **ความเสี่ยงจากโรคระบาด:** การระบาดของโรคติดต่อ เช่น โควิด-19 อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการผลิต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์
* ผลกระทบจากการลงทุนในหน่วยการผลิต IC ที่ประเทศเกาหลีต่อรายได้และกำไร
* ทิศทางค่าเงินบาทต่อเหรียญสหรัฐ และประสิทธิภาพของการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
* การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยเฉพาะค่าใช้จ่าย R&D และค่าใช้จ่ายบุคลากร
* ความคืบหน้าในการรักษาฐานลูกค้าเดิมและการขยายฐานลูกค้าใหม่
* ผลกระทบจากการระบาดของโรคระบาด และมาตรการควบคุมต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
**รายได้:** รายได้จากการขายเติบโตอย่างแข็งแกร่ง 23% ในปี 2564 โดยมีสัดส่วนรายได้จากหน่วยการผลิต PCBA (ประเทศไทย) 44%, PCBA (จีน) 13%, IC (ประเทศไทย) 34%, IC (จีน) 5% และ HTI (สหรัฐอเมริกา) 4% การเติบโตนี้สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์หลังโควิด-19 และความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น
**อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% เป็น 14% จาก 13% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจาก Economies of Scale จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรจากการดำเนินงานค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึง R&D ที่เพิ่มขึ้น
**R&D:** มีการลงทุนเพิ่มขึ้นในหน่วยงานผลิต IC ในประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
**ลูกค้าหลัก:** เอกสารไม่ได้ระบุชื่อลูกค้าหลัก แต่ระบุว่าเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมการประกอบ IC และอิเล็กทรอนิกส์
**Margin:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่กำไรสุทธิลดลงเนื่องจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
**การขยายตลาด/พาร์ทเนอร์:** มีการลงทุนเพื่อขยายหน่วยการผลิต IC ในเกาหลี และการเติบโตของ HTI สะท้อนถึงการขยายธุรกิจในบางส่วน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
กลุ่มบริษัทฯ มีเงินสดและเงินลงทุนในสถาบันการเงิน ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 6.0 พันล้านบาท ลดลงจาก 9.7 พันล้านบาทในปี 2563 การลดลงนี้เป็นผลมาจากการจ่ายเงินปันผล การจ่ายรายจ่ายฝ่ายทุนสุทธิที่สูงขึ้น (3,895 ล้านบาท) และรายการอื่นๆ
EBITDA เพิ่มขึ้น 21% เป็น 3.5 พันล้านบาทในปี 2564 ซึ่งแสดงถึงสภาพคล่องในการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น บริษัทฯ ไม่มีภาระหนี้สินที่ก่อให้เกิดดอกเบี้ย และมีอัตราส่วนสภาพคล่องสูงประมาณ 3 เท่าของหนี้สินหมุนเวียน แหล่งเงินทุนหลักมาจากส่วนของผู้ถือหุ้น
## สรุปท้าย
HANA ในปี 2564 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้ที่น่าประทับใจถึง 23% จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 19% เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งโบนัสพนักงาน R&D และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะดีขึ้นเล็กน้อยจาก Economies of Scale แต่การลงทุนเพื่ออนาคต ทั้งการขยายกำลังการผลิตและ R&D รวมถึงการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางกำไรในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากห่วงโซ่อุปทานที่ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HANA ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
4,967.70
ล้านบาท
↓ 11.4% YoY
กำไรขั้นต้น
264.69
ล้านบาท
↓ 10.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.33
%
กำไรสุทธิ
-612.36
ล้านบาท
↓ 80.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-12.33
%
D/E Ratio
0.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,968
↓ -11.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
265
↓ -10.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-612
↓ -80.6%
YoY
D/E Ratio
0.18
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HANA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.18
ROE (%)
2.51
ROA (%)
2.31
Book Value/หุ้น
30.18
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HANA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,307
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,046
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HANA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,306.58
-29.21%
|
-1,845.75
+329.18%
|
-430.06
-209.72%
|
391.97
-121.41%
|
-1,830.82
-163.02%
|
2,905.23
+176.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,045.70
-84.88%
|
13,531.36
+1,138.76%
|
1,092.33
+266.36%
|
298.16
-87.81%
|
2,445.48
-256.69%
|
-1,560.68
+987.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,817.33
-567.28%
|
-388.92
-111.36%
|
3,422.16
+3,168.23%
|
104.71
-155.04%
|
-190.23
-87.89%
|
-1,571.20
+245.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,769.32
-71.14%
|
9,597.00
+184.40%
|
3,374.53
-1,201.64%
|
-306.32
-60.58%
|
-777.00
+2,137.90%
|
-34.72
-102.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
6,689.07
-3.82%
|
6,954.42
+192.85%
|
2,374.71
-28.13%
|
3,304.17
-38.81%
|
5,400.26
-0.64%
|
5,434.98
+33.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,936.50
-26.20%
|
6,689.07
-3.82%
|
6,954.42
+192.85%
|
2,374.71
-28.13%
|
3,304.17
-38.81%
|
5,400.26
-0.64%
|