บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน)
SET · ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
36.75
+1.25 (+3.52%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7381 out_tok=3154 at=2026-07-25T06:08:11 -->
HANA กำไรสุทธิพุ่ง 159% YoY แตะ 635 ล้านบาท รับยอดขายและขาดทุน FX ลดลง
HANA (บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน)) โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2566 กำไรสุทธิพุ่งแรง 159% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สู่ระดับ 635 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายที่เติบโตและการลดลงของผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ HANA ในไตรมาส 2/2566 คือการฟื้นตัวของยอดขายที่แข็งแกร่งและการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ได้ผล ส่งผลให้กำไรสุทธิก้าวกระโดดถึง 159% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการที่เติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาส 2/2566 คือการเพิ่มขึ้นของ **รายได้จากการขาย** ที่เติบโต 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นจาก 245 ล้านบาทในไตรมาส 2/2565 เป็น 635 ล้านบาทในไตรมาส 2/2566
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น:** รายได้จากการขายรวมในไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 6,910 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จาก 6,390 ล้านบาทในไตรมาส 2/65 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากหน่วยงานผลิต PCBA ที่ลำพูน ประเทศไทย ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 21% และหน่วยงานผลิต PCBA ที่เกาะกง ประเทศกัมพูชา ที่เติบโตสูงถึง 322% รวมถึงหน่วยงานผลิต IC ที่เกาหลีที่เติบโต 323% แม้ว่าหน่วยงานผลิต IC ที่พระนครศรีอยุธยาจะมียอดขายลดลง 13% แต่การเติบโตของหน่วยงานอื่นก็สามารถชดเชยได้ นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) รายได้รวมยังคงเติบโต 5% โดยได้แรงหนุนจากหน่วยงานผลิต IC ที่พระนครศรีอยุธยาและเจียซิง ประเทศจีน รวมถึง PCBA ที่เจียซิง ประเทศจีน
* **การลดลงของขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เอกสารระบุว่ากำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นนั้น "เนื่องจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง" แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลขขาดทุนที่ชัดเจน แต่การที่อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยในไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 34.48 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับ 34.40 บาทต่อเหรียญสหรัฐในไตรมาส 2/65 ซึ่งอ่อนค่าลงเล็กน้อย แต่การบริหารจัดการความเสี่ยงผ่านสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าจำนวน 120 ล้านเหรียญสหรัฐ น่าจะมีส่วนช่วยลดผลกระทบเชิงลบจากความผันผวนของค่าเงินได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือ:
1. **แนวโน้มยอดขาย:** ฝ่ายจัดการระบุว่าการขยายตัวของรายได้ส่วนใหญ่มาจากหน่วยงาน PCBA ที่ลำพูนและเกาะกง รวมถึง IC ที่เกาหลี ซึ่งหากแนวโน้มการผลิตและการส่งมอบยังคงเป็นไปตามคำสั่งซื้อของลูกค้า และลูกค้าหลักยังคงมีความต้องการสินค้าอย่างต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่รายได้จะเติบโตต่อไป
2. **การบริหารความเสี่ยง FX:** การที่บริษัทฯ มีการทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง และมีการต่อสัญญาอย่างสม่ำเสมอ แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่ต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** 635 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 159% YoY จาก 245 ล้านบาทใน Q2/2565
* **รายได้จากการขาย:** 6,910 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY จาก 6,390 ล้านบาทใน Q2/2565
* **กำไรจากการดำเนินงาน:** 786 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% YoY จาก 592 ล้านบาทใน Q2/2565
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้นเป็น 15% จาก 14% ใน Q2/2565 โดยมีปัจจัยจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ลดลง 11% YoY
* **หน่วยงานที่เติบโตโดดเด่น:** PCBA ลำพูน (+21% YoY), PCBA เกาะกง (+322% YoY), IC เกาหลี (+323% YoY)
* **การบริหารความเสี่ยง FX:** มีการทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า 120 ล้านเหรียญสหรัฐ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายรวม 6,910.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 6,389.64 ล้านบาท การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากหน่วยงานผลิต PCBA ที่ลำพูน ประเทศไทย และหน่วยงานผลิต IC ที่เกาหลี รวมถึง PCBA ที่เกาะกง ประเทศกัมพูชา เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้รวมเพิ่มขึ้น 5% โดยได้แรงหนุนจากหน่วยงานผลิต IC ที่พระนครศรีอยุธยาและเจียซิง ประเทศจีน
ด้านกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 786 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 33% เมื่อเทียบกับ 592 ล้านบาทในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ดีขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 15% จาก 14% ในปีก่อน โดยมีปัจจัยจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 11% เมื่อเทียบปีต่อปี ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 635 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 159% จาก 245 ล้านบาทในไตรมาส 2/2565 ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการลดลงของขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## โอกาส
* **การเติบโตของหน่วยงาน PCBA และ IC:** การที่หน่วยงาน PCBA ที่ลำพูนและเกาะกง รวมถึง IC ที่เกาหลี มีการเติบโตของยอดขายที่สูงมาก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตัวของธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล่านี้
* **การฟื้นตัวของหน่วยงาน IC ในประเทศจีน:** แม้ว่าหน่วยงาน IC ที่เจียซิง ประเทศจีน จะมียอดขายลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบปีต่อปี แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กลับมียอดขายเพิ่มขึ้น 16% ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการฟื้นตัว
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 11% YoY และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
* **การบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน:** การทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลกำไรของบริษัทฯ ที่มีรายได้และต้นทุนในสกุลเงินต่างประเทศ
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพิงลูกค้าหลัก:** แม้จะไม่ได้ระบุชื่อลูกค้าโดยตรง แต่การดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) ทำให้ผลประกอบการขึ้นอยู่กับความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าเดิมและการแสวงหาลูกค้ารายใหม่ รวมถึงความสามารถในการเติบโตของยอดขายสินค้าของลูกค้า
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการป้องกันความเสี่ยง แต่การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และเงินหยวนต่อเหรียญสหรัฐ ยังคงมีผลกระทบต่อผลกำไรของกลุ่มบริษัทฯ โดยประมาณ 200 ล้านบาทต่อไตรมาส หากมีการเปลี่ยนแปลง 10%
* **การด้อยค่าของราคาผลิตภัณฑ์ (Erosion):** เป็นความเสี่ยงที่ฝ่ายจัดการระบุว่าอาจส่งผลต่อการดำเนินงาน
* **วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์และความสำเร็จของลูกค้า:** ความสำเร็จในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของลูกค้าในตลาดที่เกี่ยวข้องและวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์มีผลต่ออุปสงค์ในสินค้าและบริการของบริษัทฯ
* **ต้นทุนวัตถุดิบและการจัดหา:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการจัดหาอย่างสม่ำเสมอเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **สภาวะเศรษฐกิจมหภาค:** เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศที่บริษัทฯ ลูกค้า หรือซัพพลายเออร์ดำเนินธุรกิจอยู่ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายของหน่วยงาน PCBA ที่ลำพูนและเกาะกง:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่
* **การฟื้นตัวของหน่วยงาน IC ในประเทศจีน:** ยอดขายจะกลับมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การบริหารความเสี่ยง FX จะยังคงมีประสิทธิภาพเพียงใดในไตรมาสถัดไป
* **การรักษาฐานลูกค้าเดิมและโอกาสในการได้ลูกค้ารายใหม่:** เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตระยะยาว
* **การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนวัตถุดิบ:** จะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นหรือไม่
* **แผนการลงทุน (CapEx):** รายจ่ายฝ่ายทุนที่ 930 ล้านบาทใน Q2/66 เทียบกับ 600 ล้านบาทใน Q2/65 บ่งชี้ถึงการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในกลุ่มเทคโนโลยี HANA แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ PCBA โดยเฉพาะหน่วยงานที่ลำพูน ประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลัก และหน่วยงานที่เกาะกง ประเทศกัมพูชา ที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ ขณะที่หน่วยงานผลิต IC ก็มีการฟื้นตัวในบางพื้นที่ เช่น เจียซิง ประเทศจีน เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
การที่บริษัทฯ มีการผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อของลูกค้าเป็นหลัก ทำให้สินค้าคงเหลือส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบและสินค้าที่อยู่ระหว่างการผลิต ซึ่งเป็นลักษณะปกติของธุรกิจ OEM ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือจึงมีความสำคัญเพื่อไม่ให้เกิดการล้าสมัย
ในด้าน R&D เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการลงทุนด้าน R&D โดยตรง แต่การที่บริษัทฯ สามารถผลิตสินค้าตามข้อกำหนดและส่งมอบได้ตามกำหนด รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เป็นปัจจัยสำคัญที่ระบุไว้ในส่วนความเสี่ยง ซึ่งบ่งชี้ว่าการวิจัยและพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานที่สำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 3.2 พันล้านบาท ลดลงจาก 4.5 พันล้านบาท ณ สิ้นไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับการใช้เงินลงทุนในรายจ่ายฝ่ายทุนที่เพิ่มขึ้นเป็น 930 ล้านบาทในไตรมาส 2/66 จาก 600 ล้านบาทในปีก่อน โดยปกติรายจ่ายฝ่ายทุนนี้จะใช้สำหรับการซื้ออุปกรณ์การผลิตเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของยอดขาย โดยเฉพาะในหน่วยงานประกอบ IC
ระยะเวลาเรียกเก็บหนี้การค้าเฉลี่ยอยู่ที่ 72 วัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 68 วันในปีก่อน ขณะที่ระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้าเฉลี่ยจากซัพพลายเออร์อยู่ที่ 63 วัน ลดลงจาก 71 วันในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนที่ดีขึ้น
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (EBITDA) ในไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 1,212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แสดงถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
HANA โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2566 ที่น่าประทับใจ ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้น 159% YoY เป็น 635 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่ม PCBA และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาคและอัตราแลกเปลี่ยน แต่แนวโน้มการเติบโตของบางหน่วยงานผลิต และการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ทำให้มีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องได้ในอนาคต โดยนักลงทุนควรจับตาการเติบโตของหน่วยงานหลักและการบริหารความเสี่ยง FX เป็นพิเศษ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HANA ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
4,967.70
ล้านบาท
↓ 11.4% YoY
กำไรขั้นต้น
264.69
ล้านบาท
↓ 10.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.33
%
กำไรสุทธิ
-612.36
ล้านบาท
↓ 80.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-12.33
%
D/E Ratio
0.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,968
↓ -11.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
265
↓ -10.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-612
↓ -80.6%
YoY
D/E Ratio
0.18
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HANA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.18
ROE (%)
2.51
ROA (%)
2.31
Book Value/หุ้น
30.18
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HANA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,307
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,046
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HANA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,306.58
-29.21%
|
-1,845.75
+329.18%
|
-430.06
-209.72%
|
391.97
-121.41%
|
-1,830.82
-163.02%
|
2,905.23
+176.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,045.70
-84.88%
|
13,531.36
+1,138.76%
|
1,092.33
+266.36%
|
298.16
-87.81%
|
2,445.48
-256.69%
|
-1,560.68
+987.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,817.33
-567.28%
|
-388.92
-111.36%
|
3,422.16
+3,168.23%
|
104.71
-155.04%
|
-190.23
-87.89%
|
-1,571.20
+245.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,769.32
-71.14%
|
9,597.00
+184.40%
|
3,374.53
-1,201.64%
|
-306.32
-60.58%
|
-777.00
+2,137.90%
|
-34.72
-102.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
6,689.07
-3.82%
|
6,954.42
+192.85%
|
2,374.71
-28.13%
|
3,304.17
-38.81%
|
5,400.26
-0.64%
|
5,434.98
+33.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,936.50
-26.20%
|
6,689.07
-3.82%
|
6,954.42
+192.85%
|
2,374.71
-28.13%
|
3,304.17
-38.81%
|
5,400.26
-0.64%
|