บริษัท กู๊ดเยียร์(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
185.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4304 out_tok=2360 at=2026-07-25T17:13:44 -->
# GYT พลิกขาดทุนสุทธิลดลง 82% รับยอดขายยางเครื่องบิน-รถยนต์พุ่ง Q4/64
## รายได้-กำไรฟื้นตัวตามปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นรักษาเสถียรภาพทางการเงินท่ามกลางความไม่แน่นอน
บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ GYT รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการเติบโตของยอดขายทั้งในกลุ่มยางเครื่องบินและยางรถยนต์นั่ง รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน แม้จะเผชิญกับการหยุดการผลิตชั่วคราวในไตรมาส 3 แต่ภาพรวมทั้งปีแสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ GYT ในปี 2564 ปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของปริมาณการขายยางเครื่องบินและยางรถยนต์** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสุทธิ 19%** จาก 3,445 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 4,092 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งส่งผลให้ **การขาดทุนสุทธิลดลงถึง 82%** จาก 176 ล้านบาท เหลือเพียง 32 ล้านบาท นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ยังปรับตัวดีขึ้นจาก 11.2% เป็น 12.6%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากสองส่วนหลัก ได้แก่:
* **ปริมาณการขายยางเครื่องบินเพิ่มขึ้น 33%**: สะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมและการกลับมาของความต้องการในตลาด
* **ปริมาณการส่งออกยางรถยนต์เพิ่มขึ้น 27%**: เป็นผลมาจากการผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นในต่างประเทศ
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ปริมาณการขายโดยรวมเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของรายได้ นอกจากนี้ การปรับปรุงวิธีการทำงานต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา และการที่ต้นทุนขายคิดเป็นสัดส่วนที่ต่ำลงเมื่อเทียบกับยอดขาย (87.4% เทียบกับ 88.8%) ก็มีส่วนช่วยสนับสนุนอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม เอกสารระบุว่าบริษัทได้ทำการปิดโรงงานและหยุดกระบวนการผลิตเป็นการชั่วคราวในช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งส่งผลกระทบในเชิงลบต่อผลประกอบการในไตรมาสนั้น แต่ผลกระทบดังกล่าวถูกหักล้างด้วยการเติบโตของยอดขายโดยรวมทั้งปี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก**
เอกสารระบุว่าปริมาณการขายยางเครื่องบินเพิ่มขึ้น "สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในภาคอุตสาหกรรมและความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น" และปริมาณการส่งออกยางรถยนต์เพิ่มขึ้น "เกิดจากปริมาณการผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นในต่างประเทศ" ซึ่งบ่งชี้ว่าปัจจัยขับเคลื่อนหลักยังคงมีแนวโน้มที่ดี อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงมาตรการรับมือกับโควิด-19 และให้ความสำคัญกับการติดตามผลกระทบทางการเงิน เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอจนกว่าธุรกิจยานยนต์และความต้องการของตลาดจะกลับสู่สภาวะปกติ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้น 19%** เป็น 4,092 ล้านบาท จาก 3,445 ล้านบาทในปี 2563
* **ขาดทุนสุทธิปี 2564 ลดลง 82%** เหลือ 32 ล้านบาท จากขาดทุน 176 ล้านบาทในปี 2563
* **ปริมาณการขายยางเครื่องบินเพิ่มขึ้น 33%** และ **ปริมาณการส่งออกยางรถยนต์เพิ่มขึ้น 27%**
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น** จาก 11.2% เป็น 12.6%
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 14%** เป็น 7,559 ล้านบาท จากการลงทุนในอุปกรณ์และเครื่องจักรใหม่
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น** เป็น 1.14 เท่า จาก 0.87 เท่าในปี 2563
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายสุทธิ 4,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับ 3,445 ล้านบาทในปี 2563 การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายยางเครื่องบิน 33% และการส่งออกยางรถยนต์ 27% ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 176 ล้านบาทในปี 2563 เหลือ 32 ล้านบาทในปี 2564 อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 11.2% เป็น 12.6% เนื่องจากต้นทุนขายคิดเป็นสัดส่วนที่ลดลงเมื่อเทียบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมและตลาด**: ปริมาณการขายยางเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงแนวโน้มเชิงบวกของภาคอุตสาหกรรม
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในต่างประเทศ**: การผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นในต่างประเทศหนุนการส่งออกยางรถยนต์
* **การลงทุนในเครื่องจักรใหม่**: การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์รวมจากการลงทุนในอุปกรณ์และเครื่องจักรใหม่เพื่อยกระดับขีดความสามารถของโรงงาน อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับความต้องการในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19**: แม้จะมีการฟื้นตัว แต่ฝ่ายจัดการยังคงมาตรการรับมือและติดตามผลกระทบทางการเงินอย่างใกล้ชิด แสดงถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์
* **การหยุดการผลิตชั่วคราว**: การปิดโรงงานในไตรมาส 3 ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนั้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้อีกหากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย
* **สภาพคล่องทางการเงิน**: อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงจาก 0.98 เป็น 0.72 และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1.14 เท่า จาก 0.87 เท่า เป็นสัญญาณที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณการขายยางเครื่องบินและยางรถยนต์ในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและผลกระทบจากราคาที่ผันผวน (หากมีข้อมูล)
* ความคืบหน้าในการยกระดับขีดความสามารถของโรงงานและการนำเครื่องจักรใหม่มาใช้
* การบริหารจัดการสภาพคล่องและระดับหนี้สินของบริษัท
* สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และยาง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization**: เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายยางเครื่องบิน 33% และยางรถยนต์ 27% บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book**: ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายสะท้อนถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง
* **ราคาวัตถุดิบ**: ไม่ได้ระบุข้อมูลราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายคิดเป็นสัดส่วนที่ต่ำลงเมื่อเทียบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี หรือราคาวัตถุดิบที่ทรงตัว/ลดลงเมื่อเทียบกับราคาขาย
* **GPM**: ปรับตัวดีขึ้นจาก 11.2% เป็น 12.6% ซึ่งเป็นผลดีต่อความสามารถในการทำกำไร
* **ส่งออก**: ปริมาณการส่งออกยางรถยนต์เพิ่มขึ้น 27% เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญ
* **ค่าเงิน**: ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
* **สินค้าคงคลัง**: ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยลดลงจาก 105 วัน เป็น 101 วัน บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่ดีขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม**: เพิ่มขึ้น 14% เป็น 7,559 ล้านบาท จากการลงทุนในอุปกรณ์และเครื่องจักรใหม่
* **สภาพคล่อง**: อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงจาก 0.98 เป็น 0.72 เนื่องจากเงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น
* **หนี้สิน**: อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 0.87 เป็น 1.14 เท่า จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้า
* **การบริหารจัดการหนี้สิน**: วันชำระเงินของบัญชีเจ้าหนี้เพิ่มขึ้นจาก 120 วัน เป็น 141 วัน
## สรุปท้าย
ปี 2564 ถือเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของ GYT โดยมีหัวใจกำไรอยู่ที่การเติบโตของปริมาณการขายยางเครื่องบินและยางรถยนต์ที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น และช่วยลดการขาดทุนสุทธิลงอย่างมาก แม้จะมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19 และการบริหารจัดการสภาพคล่องที่ต้องจับตา แต่การลงทุนในเครื่องจักรใหม่และการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานเป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GYT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,528.87
ล้านบาท
↓ 8.1% YoY
กำไรขั้นต้น
161.55
ล้านบาท
↓ 35.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.57
%
กำไรสุทธิ
12.11
ล้านบาท
↑ 881.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.79
%
D/E Ratio
1.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,529
↓ -8.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
162
↓ -35.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↑ + 881.8%
YoY
D/E Ratio
1.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GYT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.34
ROE (%)
6.53
ROA (%)
3.88
Book Value/หุ้น
529.78
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GYT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+11
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+264
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GYT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
11.17
-98.26%
|
641.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
263.67
-45.32%
|
482.23
+37.96%
|
349.54
-34.14%
|
530.74
+1,854.12%
|
27.16
-104.63%
|
-586.03
+291.50%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-428.19
-64.27%
|
-1,198.29
+383.51%
|
-247.83
-67.56%
|
-764.03
-1,002.68%
|
84.64
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-153.37
+104.33%
|
-75.06
-189.97%
|
83.43
+42.32%
|
58.62
-82.71%
|
339.12
+14.17%
|
297.03
+125.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
50.40
-65.46%
|
145.91
-75.98%
|
607.34
+86.21%
|
326.15
-49.75%
|
649.01
+83.30%
|
354.07
+77.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
94.28
+87.06%
|
50.40
-65.46%
|
145.91
-75.98%
|
607.34
+86.21%
|
326.15
-49.75%
|
649.01
+83.30%
|