บริษัท กู๊ดเยียร์(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
185.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3514 out_tok=2092 at=2026-07-25T06:07:59 -->
# GYT พลิกขาดทุนโชว์กำไร Q2/2566 รับยอดขายพุ่ง 23%
## รายได้จากการขายเติบโตโดดเด่น ขณะที่ต้นทุนต่อยอดขายลดลง หนุนผลประกอบการพลิกฟื้น
บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ GYT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 76.2 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 21.3 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 23% ในไตรมาส 2 และ 28% ในงวด 6 เดือนแรกของปีนี้ ขณะเดียวกัน ต้นทุนต่อยอดขายยังปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ GYT พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรในงวด 3 เดือนและ 6 เดือนแรกของปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขาย** ซึ่งเพิ่มขึ้น 23% ในไตรมาส 2 และ 28% ในงวด 6 เดือนแรก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ควบคู่ไปกับการ **บริหารจัดการต้นทุนต่อยอดขายที่ลดลง** จาก 87.17% เหลือ 82.08% ในไตรมาส 2 และจาก 87.18% เหลือ 84.85% ในงวด 6 เดือนแรก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจมาจากปัจจัยด้านปริมาณการขายที่สูงขึ้น หรือการปรับราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเจาะจงถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเพิ่มขึ้นของรายได้ แต่การเติบโตนี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้รวมของบริษัท
ในส่วนของต้นทุนต่อยอดขายที่ลดลง แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการต่อรองราคาวัตถุดิบที่ลดลง การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต หรือการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้นทุนต่ำลง การลดลงของต้นทุนต่อยอดขายเมื่อเทียบกับยอดขายนี้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit) ของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ยัง **ไม่ชัดเจนว่าปัจจัยเหล่านี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากเอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับแนวโน้มของคำสั่งซื้อ (Order Book) หรือการคาดการณ์ยอดขายในอนาคต รวมถึงไม่ได้กล่าวถึงแนวโน้มราคาวัตถุดิบหรือการบริหารต้นทุนในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการสามารถบริหารจัดการต้นทุนต่อยอดขายให้ลดลงได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่อาจส่งผลดีต่อผลประกอบการในอนาคตหากยอดขายยังคงเติบโตได้
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** GYT มีกำไรสุทธิ 76.2 ล้านบาทใน Q2/2566 จากที่ขาดทุน 21.3 ล้านบาทใน Q2/2565 และมีกำไรสุทธิ 89.2 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรก จากที่ขาดทุน 7.5 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้จากการขายเติบโตโดดเด่น:** รายได้จากการขาย Q2/2566 เพิ่มขึ้น 23% YoY เป็น 1,634 ล้านบาท และงวด 6 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 28% YoY เป็น 3,139 ล้านบาท
* **ต้นทุนต่อยอดขายลดลง:** ต้นทุนต่อยอดขายคิดเป็น 82.08% ของยอดขายใน Q2/2566 ลดลงจาก 87.17% ใน Q2/2565 และคิดเป็น 84.85% ในงวด 6 เดือนแรก ลดลงจาก 87.18% ในงวดเดียวกันของปีก่อน
* **สินทรัพย์รวมทรงตัว:** สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q2/2566 อยู่ที่ 8,327 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.38% จากสิ้นปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 1,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับ 1,332 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ในขณะที่ต้นทุนต่อยอดขายลดลงคิดเป็นสัดส่วน 82.08% ของยอดขาย เทียบกับ 87.17% ในปีก่อน ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 76.2 ล้านบาท จากผลขาดทุน 21.3 ล้านบาทในปีก่อน
ส่วนงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 3,139 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับ 2,458 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยต้นทุนต่อยอดขายคิดเป็นสัดส่วน 84.85% ของยอดขาย ลดลงจาก 87.18% ในปีก่อนหน้า ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 89.2 ล้านบาท จากผลขาดทุน 7.5 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้:** การที่รายได้จากการขายเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงความสามารถในการขยายตลาดหรือเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน:** การลดลงของต้นทุนต่อยอดขายบ่งชี้ถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสาเหตุรายได้:** เอกสารไม่ได้ระบุสาเหตุที่ชัดเจนของการเพิ่มขึ้นของรายได้ ทำให้ยากต่อการประเมินความยั่งยืนของแนวโน้มดังกล่าว
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ต้นทุนต่อยอดขายจะลดลงในงวดปัจจุบัน แต่ราคาวัตถุดิบในอุตสาหกรรมยานยนต์และยางพารามีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนในอนาคตได้
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** แม้จะไม่ได้ระบุการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน แต่ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายในไตรมาสถัดไป:** การเติบโตของรายได้จะยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ยางธรรมชาติ และน้ำมัน จะเคลื่อนไหวอย่างไร
* **กลยุทธ์การขยายตลาด:** บริษัทมีแผนการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดหรือขยายไปยังตลาดใหม่ๆ หรือไม่
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** หากมีการส่งออกหรือนำเข้าวัตถุดิบ อัตราแลกเปลี่ยนจะมีผลต่อต้นทุนและรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในฐานะผู้ผลิตยางรถยนต์ GYT ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัจจัยต่างๆ ในอุตสาหกรรมยานยนต์และตลาดสินค้าอุตสาหกรรม การเติบโตของรายได้จากการขายที่ 23% ในไตรมาส 2 สะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจมาจากปริมาณการผลิตรถยนต์ที่สูงขึ้น หรือการเปลี่ยนยางรถยนต์ของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น การที่ต้นทุนต่อยอดขายลดลงจาก 87.17% เหลือ 82.08% ในไตรมาส 2 เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไร การลดลงนี้อาจเกิดจากการบริหารจัดการราคาวัตถุดิบที่ดีขึ้น หรือการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่เอกสารไม่ได้ระบุถึง Utilization Rate หรือ Order Book ทำให้ยากต่อการประเมินศักยภาพการผลิตและการรับคำสั่งซื้อในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
บริษัทมีสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 จำนวน 8,327 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 32 ล้านบาท หรือ 0.38% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ค่อนข้างคงที่ เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนี้สิน กระแสเงินสด หรือโครงสร้างเงินทุน
## สรุปท้าย
GYT พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจในไตรมาส 2 ปี 2566 จากการเติบโตของรายได้จากการขายและการบริหารต้นทุนต่อยอดขายที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มการเติบโตของรายได้และความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบในระยะยาว เพื่อประเมินความยั่งยืนของผลประกอบการที่กลับมาเป็นบวกนี้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GYT ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
1,528.87
ล้านบาท
↓ 8.1% YoY
กำไรขั้นต้น
161.55
ล้านบาท
↓ 35.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.57
%
กำไรสุทธิ
12.11
ล้านบาท
↑ 881.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.79
%
D/E Ratio
1.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,529
↓ -8.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
162
↓ -35.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↑ + 881.8%
YoY
D/E Ratio
1.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GYT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.34
ROE (%)
6.53
ROA (%)
3.88
Book Value/หุ้น
529.78
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GYT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+11
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+264
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GYT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
11.17
-98.26%
|
641.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
263.67
-45.32%
|
482.23
+37.96%
|
349.54
-34.14%
|
530.74
+1,854.12%
|
27.16
-104.63%
|
-586.03
+291.50%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-428.19
-64.27%
|
-1,198.29
+383.51%
|
-247.83
-67.56%
|
-764.03
-1,002.68%
|
84.64
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-153.37
+104.33%
|
-75.06
-189.97%
|
83.43
+42.32%
|
58.62
-82.71%
|
339.12
+14.17%
|
297.03
+125.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
50.40
-65.46%
|
145.91
-75.98%
|
607.34
+86.21%
|
326.15
-49.75%
|
649.01
+83.30%
|
354.07
+77.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
94.28
+87.06%
|
50.40
-65.46%
|
145.91
-75.98%
|
607.34
+86.21%
|
326.15
-49.75%
|
649.01
+83.30%
|