บริษัท กู๊ดเยียร์(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
185.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3467 out_tok=2330 at=2026-07-25T17:44:09 -->
# GYT Q2/2565 พลิกขาดทุนหนัก รับรายได้โต แต่ต้นทุน-ค่าใช้จ่ายกดดัน
## รายได้ GYT ไตรมาส 2/65 พุ่ง 25% แต่ยังขาดทุนเพิ่ม เหตุต้นทุน-ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น
บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ GYT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงประสบภาวะขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงแรงกดดันจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ฝ่ายจัดการกำลังจับตา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ GYT ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 25%** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่ส่งผลให้บริษัทฯ **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 7.6 ล้านบาท เป็น 21.3 ล้านบาท** นั้น มาจาก **ต้นทุนต่อยอดขายที่เพิ่มขึ้นในภาพรวม 6 เดือนแรกของปี** และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นในงวดสามเดือน (Q2/2565) เป็นผลมาจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาต้นทุนต่อยอดขาย พบว่าในงวดหกเดือนแรกของปี 2565 ต้นทุนต่อยอดขายคิดเป็น 87.18% ของยอดขาย ซึ่งสูงขึ้นจาก 85.53% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าในไตรมาส 2 เพียงไตรมาสเดียว ต้นทุนต่อยอดขายจะลดลงเล็กน้อยจาก 87.36% เป็น 87.17% ของยอดขาย แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนในภาพรวม 6 เดือนนี้ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่รวม 182.1 ล้านบาทในไตรมาส 2 และ 316.5 ล้านบาทใน 6 เดือนแรก ส่งผลให้กำไรสุทธิถูกกดดันจนขาดทุนเพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าปัจจัยกดดันต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** แม้ว่าในไตรมาส 2 เพียงไตรมาสเดียว ต้นทุนต่อยอดขายจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่การเพิ่มขึ้นในภาพรวม 6 เดือนแรกของปีบ่งชี้ถึงความผันผวนที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มราคาวัตถุดิบ หรือปัจจัยอื่นที่จะส่งผลต่อต้นทุนในอนาคต ทำให้การประเมินความต่อเนื่องของแรงกดดันนี้ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q2/2565 เติบโต 25%** แตะ 1,332 ล้านบาท จาก 1,063 ล้านบาทใน Q2/2564
* **รายได้ 6 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 20%** เป็น 2,458 ล้านบาท จาก 2,053 ล้านบาทในปีก่อน
* **ขาดทุนสุทธิ Q2/2565 เพิ่มขึ้น** เป็น 21.3 ล้านบาท จากขาดทุน 7.6 ล้านบาทใน Q2/2564
* **ต้นทุนต่อยอดขาย 6 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น** เป็น 87.18% ของยอดขาย จาก 85.53% ในปีก่อน
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 8.04%** เป็น 8,166 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 1,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับ 1,063 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่งวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 รายได้จากการขายรวม 2,458 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับ 2,053 ล้านบาทในปีก่อน
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 จำนวน 21.3 ล้านบาท ซึ่งขาดทุนเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 7.6 ล้านบาท
ในด้านต้นทุนต่อยอดขาย สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 คิดเป็น 87.17% ของยอดขาย ลดลงเล็กน้อยจาก 87.36% ในปีก่อน แต่สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ต้นทุนต่อยอดขายกลับเพิ่มขึ้นเป็น 87.18% ของยอดขาย จาก 85.53% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสำหรับงวดสามเดือนอยู่ที่ 182.1 ล้านบาท และสำหรับงวดหกเดือนอยู่ที่ 316.5 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้จากการขาย:** การที่รายได้จากการขายเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับไตรมาสและครึ่งปีแรก สะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ยังคงมีอยู่ หรือความสามารถในการขยายตลาดและเพิ่มยอดขาย
* **การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง:** การที่สินค้ำคงคลังเพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต หรือการบริหารจัดการสต็อกเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่อาจผันผวน
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น:** การที่ต้นทุนต่อยอดขายในภาพรวม 6 เดือนแรกของปีเพิ่มขึ้น และสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นสัญญาณของแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น หรือการบริหารจัดการสต็อกที่อาจมีต้นทุนสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น:** ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของรายได้ อาจเป็นผลมาจากการลงทุนเพื่อการเติบโต หรือการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่นๆ ที่ต้องจับตา
* **ภาวะขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น:** แม้รายได้จะเติบโต แต่การขาดทุนที่เพิ่มขึ้นเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข เพื่อให้บริษัทสามารถกลับมามีกำไรได้ในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตยางรถยนต์ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนต่อยอดขาย
* **การบริหารจัดการต้นทุนต่อยอดขาย:** ประเมินว่าบริษัทจะสามารถควบคุมหรือลดสัดส่วนต้นทุนต่อยอดขายให้ลดลงได้อย่างไรในไตรมาสถัดไป
* **ประสิทธิภาพของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** จับตาดูว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะสามารถบริหารจัดการให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับรายได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ติดตามระดับสินค้าคงคลังว่าเหมาะสมกับความต้องการของตลาดหรือไม่ และต้นทุนในการรักษาสต็อก
* **แนวโน้มการขาดทุนสุทธิ:** จับตาดูว่าบริษัทจะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในฐานะผู้ผลิตยางรถยนต์ การบริหารจัดการ **utilization** ของโรงงานเป็นปัจจัยสำคัญต่อต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระดับ utilization ในงวดนี้
**Order book** และ **สินค้าคงคลัง** เป็นตัวชี้วัดสำคัญ โดยการที่สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 10.67% จาก 7,558 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 เป็น 8,166 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/2565 อาจสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรับคำสั่งซื้อในอนาคต หรืออาจเป็นผลจากการที่ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นทำให้มูลค่าสต็อกเพิ่มขึ้น
**ราคาวัตถุดิบ** เป็นปัจจัยกดดันหลักที่เห็นได้จากต้นทุนต่อยอดขายที่เพิ่มขึ้นในภาพรวม 6 เดือนแรกของปี แม้ว่าในไตรมาส 2 เพียงไตรมาสเดียวจะลดลงเล็กน้อยก็ตาม
**GPM (Gross Profit Margin)** ไม่ได้ระบุโดยตรง แต่จากข้อมูลต้นทุนต่อยอดขายที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ว่า GPM อาจถูกกดดัน
**การส่งออก** และ **ค่าเงิน** ไม่ได้มีการกล่าวถึงในเอกสาร ทำให้ไม่สามารถวิเคราะห์ผลกระทบจากปัจจัยเหล่านี้ได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
บริษัทมีสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 จำนวน 8,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 608 ล้านบาท หรือ 8.04% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้ำคงคลัง
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับหนี้สิน งบดุล หรือกระแสเงินสดอื่นๆ นอกเหนือจากสินทรัพย์รวม
## สรุปท้าย
GYT ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเพิ่มรายได้จากการขายที่เติบโตถึง 25% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม การขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงแรงกดดันจากต้นทุนต่อยอดขายที่สูงขึ้นในภาพรวม 6 เดือนแรกของปี และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยเหล่านี้เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะแนวโน้มราคาวัตถุดิบและการบริหารจัดการต้นทุน เพื่อประเมินว่าบริษัทจะสามารถกลับมาทำกำไรได้ในอนาคตหรือไม่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GYT ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
1,528.87
ล้านบาท
↓ 8.1% YoY
กำไรขั้นต้น
161.55
ล้านบาท
↓ 35.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.57
%
กำไรสุทธิ
12.11
ล้านบาท
↑ 881.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.79
%
D/E Ratio
1.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,529
↓ -8.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
162
↓ -35.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↑ + 881.8%
YoY
D/E Ratio
1.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GYT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.34
ROE (%)
6.53
ROA (%)
3.88
Book Value/หุ้น
529.78
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GYT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+11
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+264
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GYT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
11.17
-98.26%
|
641.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
263.67
-45.32%
|
482.23
+37.96%
|
349.54
-34.14%
|
530.74
+1,854.12%
|
27.16
-104.63%
|
-586.03
+291.50%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-428.19
-64.27%
|
-1,198.29
+383.51%
|
-247.83
-67.56%
|
-764.03
-1,002.68%
|
84.64
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-153.37
+104.33%
|
-75.06
-189.97%
|
83.43
+42.32%
|
58.62
-82.71%
|
339.12
+14.17%
|
297.03
+125.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
50.40
-65.46%
|
145.91
-75.98%
|
607.34
+86.21%
|
326.15
-49.75%
|
649.01
+83.30%
|
354.07
+77.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
94.28
+87.06%
|
50.40
-65.46%
|
145.91
-75.98%
|
607.34
+86.21%
|
326.15
-49.75%
|
649.01
+83.30%
|