บริษัท กู๊ดเยียร์(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
185.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3690 out_tok=2399 at=2026-07-25T17:35:07 -->
# GYT Q3/2565 พลิกขาดทุนน้อยลง 74% รับยอดขาย 9 เดือนพุ่ง 38%
## รายได้รวม 9 เดือนโต 38% หนุนผลขาดทุนสุทธิลดลง ขณะที่ต้นทุนต่อยอดขายทรงตัว
บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ GYT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีขาดทุนสุทธิ 18.42 ล้านบาท ดีขึ้น 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 70.23 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากภาพรวมอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้นหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 เติบโตถึง 38% สู่ระดับ 4,006 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ GYT ในไตรมาส 3 ปี 2565 ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การพลิกจากผลขาดทุนจำนวนมากมาสู่การขาดทุนที่น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ (74%)** โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 ที่เติบโตถึง 38%** ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 สู่ระดับ 4,006 ล้านบาท (จาก 2,894 ล้านบาทในปีก่อน) เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 ให้เหลือ 18.42 ล้านบาท (จากขาดทุน 70.23 ล้านบาทในปีก่อน) สาเหตุหลักที่ฝ่ายจัดการระบุคือ **ภาวะการปรับตัวที่ดีขึ้นในภาคอุตสาหกรรมจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดที่คลี่คลายลง** ซึ่งส่งผลให้ความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ต้นทุนต่อยอดขายสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 อยู่ที่ 87.74% ของยอดขาย ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน (87.57%) แสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ค่อนข้างคงที่เมื่อเทียบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้นทุนต่อยอดขายในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 88.62% ของยอดขาย ซึ่งต่ำกว่าปีก่อนที่ 92.53% บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนที่ดียิ่งขึ้นในไตรมาสนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** จากข้อมูลที่ระบุว่าการปรับตัวที่ดีขึ้นในภาคอุตสาหกรรมเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิดที่คลี่คลายลง ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยนี้อาจมีลักษณะที่ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจและโรคระบาด อย่างไรก็ตาม การที่รายได้จากการขาย 9 เดือนแรกเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แสดงถึงความสามารถในการเพิ่มยอดขายของบริษัท ซึ่งหากสามารถรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ได้ ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ก็มีโอกาสที่จะเห็นผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ Guidance หรือการคาดการณ์ที่ชัดเจนสำหรับช่วงเวลาถัดไป จึงยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบ
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 74% ใน Q3/2565:** บริษัทมีขาดทุนสุทธิ 18.42 ล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุน 70.23 ล้านบาทใน Q3/2564
* **รายได้จากการขาย 9 เดือนแรกโต 38%:** ยอดขายรวม 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 4,006 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,894 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนต่อยอดขาย Q3/2565 ต่ำลง:** อยู่ที่ 88.62% ของยอดขาย ลดลงจาก 92.53% ใน Q3/2564
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 11.48%:** ณ สิ้น 9 เดือนแรกปี 2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 8,427 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2564 โดยมีสินค้าคงคลังและเครื่องจักรเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขาย 1,547 ล้านบาท ซึ่งลดลง 84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขาย 842 ล้านบาท (หมายเหตุ: ตัวเลขในเอกสารอาจมีความคลาดเคลื่อนในการระบุทิศทางของรายได้ Q3/2565 ที่ระบุว่าเพิ่มขึ้น 84% แต่ตัวเลข 1,547 ล้านบาท น้อยกว่า 842 ล้านบาทอย่างมีนัยสำคัญ จึงขออ้างอิงตามตัวเลขที่ปรากฏ) อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 18.42 ล้านบาท ซึ่งดีขึ้นอย่างมากถึง 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 70.23 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 4,006 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขาย 2,894 ล้านบาท โดยต้นทุนต่อยอดขายอยู่ที่ 87.74% ของยอดขาย ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 87.57%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม:** สถานการณ์โควิดที่คลี่คลายลงส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายและฟื้นฟูกำไร
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การที่ต้นทุนต่อยอดขายในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่อาจเป็นโอกาสในการเพิ่มอัตรากำไรในอนาคต
* **การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและเครื่องจักร:** การที่สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและเครื่องจักร อาจบ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของรายได้:** แม้รายได้ 9 เดือนแรกจะเติบโต แต่รายได้ในไตรมาส 3 ปี 2565 มีความคลาดเคลื่อนในการระบุทิศทาง (เอกสารระบุเพิ่มขึ้น 84% แต่ตัวเลขแสดงลดลง) ซึ่งอาจสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของยอดขายในแต่ละช่วงเวลา
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** แม้ต้นทุนต่อยอดขายจะทรงตัวหรือลดลงในบางช่วง แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา
* **ภาวะเศรษฐกิจมหภาค:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าอุตสาหกรรม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ทิศทางรายได้จากการขายในไตรมาส 4 ปี 2565 และปี 2566
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนต่อยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)
* การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและประสิทธิภาพการผลิต (Utilization)
* ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีข้อมูลเพิ่มเติม)
* การลงทุนในเครื่องจักรใหม่และการเพิ่มกำลังการผลิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิตโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและเครื่องจักรอาจบ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมเพื่อเพิ่ม Utilization ในอนาคต
* **Order Book:** ไม่มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book ในเอกสาร
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่ต้นทุนต่อยอดขายที่ทรงตัวหรือลดลงในบางช่วง อาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดีในระดับหนึ่ง
* **GPM:** ไม่มีการระบุอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยตรง แต่การที่ต้นทุนต่อยอดขายลดลงใน Q3/2565 เมื่อเทียบกับปีก่อน อาจส่งผลดีต่อ GPM
* **ส่งออก:** ไม่มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกโดยตรง
* **ค่าเงิน:** ไม่มีการระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์รวม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
บริษัทมีสินทรัพย์รวม ณ สิ้น 9 เดือนแรกปี 2565 จำนวน 8,427 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 868 ล้านบาท หรือ 11.48% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและเครื่องจักร เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนี้สิน กระแสเงินสด หรือส่วนของผู้ถือหุ้น
## สรุปท้าย
บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ GYT ในไตรมาส 3 ปี 2565 สามารถพลิกจากผลขาดทุนจำนวนมากมาสู่การขาดทุนที่น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย และการเติบโตของรายได้จากการขายในช่วง 9 เดือนแรกของปีที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนต่อยอดขายที่ทำได้ดีขึ้นในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มรายได้ในระยะถัดไป ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ และปัจจัยมหภาคที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GYT ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
1,528.87
ล้านบาท
↓ 8.1% YoY
กำไรขั้นต้น
161.55
ล้านบาท
↓ 35.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.57
%
กำไรสุทธิ
12.11
ล้านบาท
↑ 881.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.79
%
D/E Ratio
1.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,529
↓ -8.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
162
↓ -35.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↑ + 881.8%
YoY
D/E Ratio
1.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GYT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.34
ROE (%)
6.53
ROA (%)
3.88
Book Value/หุ้น
529.78
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GYT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+11
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+264
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GYT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
11.17
-98.26%
|
641.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
263.67
-45.32%
|
482.23
+37.96%
|
349.54
-34.14%
|
530.74
+1,854.12%
|
27.16
-104.63%
|
-586.03
+291.50%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-428.19
-64.27%
|
-1,198.29
+383.51%
|
-247.83
-67.56%
|
-764.03
-1,002.68%
|
84.64
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-153.37
+104.33%
|
-75.06
-189.97%
|
83.43
+42.32%
|
58.62
-82.71%
|
339.12
+14.17%
|
297.03
+125.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
50.40
-65.46%
|
145.91
-75.98%
|
607.34
+86.21%
|
326.15
-49.75%
|
649.01
+83.30%
|
354.07
+77.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
94.28
+87.06%
|
50.40
-65.46%
|
145.91
-75.98%
|
607.34
+86.21%
|
326.15
-49.75%
|
649.01
+83.30%
|