บริษัท กรีนเทค เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.03
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5744 out_tok=2568 at=2026-07-25T16:41:02 -->
GTV พลิกกำไรโต 30.81 ล้านบาทใน Q3/65 รับแรงหนุนธุรกิจไฟฟ้า
รายได้รวมลดลง 25% แต่กำไรสุทธิพุ่งแรง หลังต้นทุนขายที่ดินปีก่อนหมดไป ขณะที่ธุรกิจไฟฟ้ายังคงสร้างกำไรต่อเนื่อง
บริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ GTV รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 31.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 30.81 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 0.85 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลง 25.18% มาอยู่ที่ 77.86 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรพลิกฟื้นมาจากรายการต้นทุนขายที่ดินในปีก่อนที่หมดไป ประกอบกับธุรกิจผลิตไฟฟ้าที่ยังคงสร้างกำไรขั้นต้นได้อย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ GTV พลิกมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นในไตรมาส 3 ปี 2565 มาจาก **การเปลี่ยนแปลงของรายการต้นทุนขายที่ดินในปีก่อนที่หมดไป ประกอบกับการเติบโตของกำไรขั้นต้นจากธุรกิจไฟฟ้า**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีต้นทุนจากการขายที่ดินจำนวน 28.07 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นในงวดดังกล่าวน้อยลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 ที่ไม่มีรายการต้นทุนขายที่ดินดังกล่าว ทำให้กำไรขั้นต้นของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มขึ้นถึง 56.72% มาอยู่ที่ 35.95 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 46.18% โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารในไตรมาส 3 ปี 2565 ยังลดลง 34.85% หรือ 7.28 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีการตั้งสำรองค่าเผื่อการด้อยค่าหลักทรัพย์ที่ดินและอาคารสำนักงานจำนวน 7.23 ล้านบาท การลดลงของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารเหล่านี้ เมื่อรวมกับกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจไฟฟ้า ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจไฟฟ้า เนื่องจากบริษัทมีโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หลายโครงการทั้งในไทยและเวียดนามที่สร้างรายได้และกำไรอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายอาคารชุดและต้นทุนยังไม่มีการรับรู้เข้ามา ซึ่งต้องติดตามความคืบหน้าของโครงการ อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนขายที่ดินในปีก่อนหมดไปนั้นเป็นปัจจัยที่ **ลักษณะครั้งคราว** และไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำในลักษณะเดียวกัน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกฟื้น:** กำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 31.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.81 ล้านบาท จาก 0.85 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง:** รายได้รวมอยู่ที่ 77.86 ล้านบาท ลดลง 25.18% จาก 104.06 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นเติบโต:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 56.72% เป็น 35.95 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 46.18%
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง:** ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 34.85% เนื่องจากปีก่อนมีการตั้งสำรองค่าเผื่อการด้อยค่า
* **ธุรกิจไฟฟ้ายังคงดำเนินงาน:** มีรายได้จากการขายไฟฟ้าจากหลายโครงการในไทยและเวียดนาม
* **ธุรกิจบิทคอยน์อยู่ระหว่างจัดตั้ง:** ยังไม่มีการรับรู้รายได้ แต่มีการลงทุนล่วงหน้า 716 ล้านบาท และขุดเหรียญได้ 290.15 เหรียญ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 77.86 ล้านบาท ลดลง 25.18% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 104.06 ล้านบาท การลดลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการที่ปีก่อนมีรายได้จากการขายที่ดินปากช่องจำนวน 29.00 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาสปัจจุบันไม่มีรายการดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นของกลุ่มบริษัทฯ ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 35.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.72% จาก 22.94 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 46.18% ของยอดขาย การเพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการที่ปีก่อนมีต้นทุนจากการขายที่ดินจำนวน 28.07 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาสนี้ไม่มีรายการดังกล่าว
เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้แล้ว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 31.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 30.81 ล้านบาท จาก 0.85 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์:** บริษัทมีโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หลายโครงการ ทั้งในประเทศไทย (5 โครงการ) และในประเทศเวียดนาม (1 โครงการ) ซึ่งเป็นแหล่งรายได้และกำไรที่สม่ำเสมอ
* **โครงการน้ำประปาและโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว:** บริษัทยังคงมีสิทธิในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการน้ำประปาและโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว โดยมีเงินมัดจำคงเหลือ 267.39 ล้านบาท ซึ่งหากการศึกษาเป็นที่น่าพอใจ อาจนำไปสู่โอกาสในการลงทุนในอนาคต
* **ธุรกิจเหมืองบิทคอยน์:** แม้จะยังไม่มีการรับรู้รายได้ แต่บริษัทได้ลงทุนล่วงหน้าไปแล้ว 716 ล้านบาท และเริ่มดำเนินการขุดเหรียญบิทคอยน์แล้ว โดยขุดได้ 290.15 เหรียญ และติดตั้งเครื่องขุดไปแล้ว 4,788 เครื่อง จากเป้าหมาย 6,000 เครื่อง หากการจัดตั้งบริษัทและการลงนาม SPA แล้วเสร็จ อาจเป็นแหล่งรายได้ใหม่ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของโครงการใน สปป.ลาว:** เงินมัดจำที่จ่ายไปสำหรับโครงการน้ำประปาและโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว มีกำหนดรับคืนภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 หากผลการศึกษาไม่เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเงินลงทุน
* **ความล่าช้าในการดำเนินธุรกิจบิทคอยน์:** การจัดตั้งบริษัทและการลงนาม SPA สำหรับธุรกิจเหมืองบิทคอยน์ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งอาจมีความล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** ธุรกิจพลังงานและเหมืองบิทคอยน์อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
* **ความผันผวนของราคาบิทคอยน์:** หากธุรกิจเหมืองบิทคอยน์เริ่มสร้างรายได้ ราคาบิทคอยน์ที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าในการลงนาม SPA และการรับรู้รายได้จากธุรกิจเหมืองบิทคอยน์
* ผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการน้ำประปาและโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว และการรับคืนเงินมัดจำ
* ผลการดำเนินงานของโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในและต่างประเทศ
* การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานและสินทรัพย์ดิจิทัล
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity / ASP:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาขายไฟฟ้า (ASP) โดยตรง แต่ระบุรายได้จากการขายไฟฟ้าของแต่ละโครงการ ซึ่งสะท้อนถึงปริมาณการผลิตและราคาขายที่ตกลงกับคู่สัญญา
**ปริมาณขาย-ผลิต:** บริษัทมีรายได้จากการขายไฟฟ้าจาก 5 โครงการในประเทศไทย (รวม 13.45 MW) และ 1 โครงการในเวียดนาม (46.78 MW) โดยโครงการในเวียดนามมีรายได้สูงสุดถึง 58.49 ล้านบาท
**ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนขายไฟฟ้าของแต่ละโครงการถูกระบุไว้ ทำให้สามารถคำนวณกำไรขั้นต้นของแต่ละโครงการได้ เช่น โครงการในเวียดนามมีกำไรขั้นต้น 26.70 ล้านบาท จากต้นทุนขาย 31.79 ล้านบาท
**กำลังการผลิต:** กำลังการผลิตรวมของโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทยอยู่ที่ 13.45 MW และในเวียดนาม 46.78 MW
**โครงการลงทุน:**
* **ธุรกิจบิทคอยน์:** อยู่ระหว่างจัดตั้งบริษัทและดำเนินการ SPA คาดว่าจะลงนามได้ภายในปี 2565 มีการลงทุนล่วงหน้า 716 ล้านบาท และเริ่มขุดเหรียญแล้ว
* **โครงการน้ำประปาและโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว:** อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ มีเงินมัดจำคงเหลือ 267.39 ล้านบาท
* **โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินใน สปป.ลาว:** มีเงินมัดจำคงเหลือ 113.29 ล้านบาท
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดงบแสดงฐานะการเงินและงบกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงรายการเงินจ่ายล่วงหน้าเพื่อการลงทุนในธุรกิจบิทคอยน์จำนวน 716 ล้านบาท และเงินมัดจำเพื่อการลงทุนในโครงการต่างๆ ใน สปป.ลาว ซึ่งมียอดคงเหลือรวม 380.68 ล้านบาท (267.39 ล้านบาท + 113.29 ล้านบาท)
## สรุปท้าย
GTV พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 31.66 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการที่ต้นทุนขายที่ดินในปีก่อนหมดไป ประกอบกับธุรกิจไฟฟ้าที่ยังคงสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง แม้รายได้รวมจะลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้นส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทมีโอกาสในการเติบโตจากธุรกิจไฟฟ้าที่ดำเนินการอยู่ และยังมีความเคลื่อนไหวในธุรกิจบิทคอยน์ที่อยู่ระหว่างการจัดตั้ง รวมถึงโครงการใน สปป.ลาว ที่ต้องจับตาความคืบหน้าต่อไป ขณะเดียวกันก็ต้องบริหารความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของโครงการและการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GTV ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
45.95
ล้านบาท
↓ 22.6% YoY
กำไรขั้นต้น
15.48
ล้านบาท
↓ 38% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.69
%
กำไรสุทธิ
-11.72
ล้านบาท
↓ 91.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-25.50
%
D/E Ratio
1.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
46
↓ -22.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
15
↓ -38%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-12
↓ -91.7%
YoY
D/E Ratio
1.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GTV
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.06
ROE (%)
-0.44
ROA (%)
1.41
Book Value/หุ้น
0.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GTV
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-74
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+232
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GTV
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-73.89
-16.33%
|
-88.31
-799.21%
|
12.63
-43.54%
|
22.37
-299.73%
|
-11.20
-103.69%
|
303.20
-169.39%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
231.76
-139.74%
|
-583.20
+686.30%
|
-74.17
-107.26%
|
1,021.93
-295.93%
|
-521.59
-52.95%
|
-1,108.65
-406.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
102.72
+71.86%
|
59.77
+469.24%
|
10.50
-99.06%
|
1,111.36
+45,447.54%
|
2.44
-99.52%
|
513.04
-9,689.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
151.50
-123.78%
|
-637.17
+1,148.13%
|
-51.05
-173.44%
|
69.51
-113.11%
|
-530.35
+81.37%
|
-292.41
+265.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
214.34
+85.22%
|
115.72
+62.51%
|
71.21
+134.71%
|
30.34
-90.59%
|
322.30
-19.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
363.63
+69.65%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|