ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออคิด โฮสพีทาลิตี้ ที่มีข้อตกลงในการซื้อคืน
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
8.55
+0.05 (+0.59%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7610 out_tok=3722 at=2026-07-25T17:31:11 -->
# PIMO Q3/2564 กำไรสุทธิลดลง YoY แต่ 9 เดือนโตแรง รับยอดขายฟื้น-กำไร FX หนุน
## รายได้รวม 9 เดือนโต 24% แต่กำไรสุทธิ Q3 แผ่ว เหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ภาษีกลับสู่ระดับปกติ
บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 30.64 ล้านบาท ลดลง 4.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 75.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.70% โดยปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายทุกผลิตภัณฑ์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิที่ชะลอตัวกว่าการเติบโตของรายได้เกิดจากต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้น และการกลับมาเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราปกติหลังสิ้นสุดการรับสิทธิ BOI
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ PIMO ในไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิลดลง 4.93% เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการกลับสู่ระดับภาษีปกติ** แม้ว่ายอดขายจะเติบโตได้ดี แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ ในทางกลับกัน ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 กำไรสุทธิที่เติบโต 19.70% นั้น มีหัวใจหลักอยู่ที่ **การฟื้นตัวของยอดขายทุกผลิตภัณฑ์ทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่แข็งค่าขึ้น**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3 ที่กำไรลดลงนั้น สาเหตุหลักมาจาก 2 ปัจจัยที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ คือ
1. **ราคาวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น:** แม้บริษัทจะมีการวางแผนและกักตุนสินค้าไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 78.97% ในปีก่อนเป็น 79.37% ในไตรมาสนี้
2. **การกลับมาเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราปกติ:** บริษัทได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตาม BOI ครบถ้วนแล้วในปี 2563 ทำให้ในปี 2564 ต้องกลับมาเสียภาษีในอัตราปกติ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้นตามกำไรสุทธิที่เกิดขึ้น
ส่วนผลประกอบการ 9 เดือนแรกที่เติบโตนั้น เกิดจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายผลิตภัณฑ์หลัก เช่น มอเตอร์แอร์ มอเตอร์ปั๊มบ้าน มอเตอร์กำลัง และมอเตอร์ปั๊มน้ำ (Axial – Flux pool : BLDC) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากการขายเศษเหล็กซิลิคอนซึ่งมีความต้องการของตลาดและราคาต่อหน่วยสูงขึ้น 26% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์ออสเตรเลียยังส่งผลให้บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว (สำหรับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบและภาษี) / มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับยอดขายและกำไร FX)**
ผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทยังคงกักตุนสินค้าอย่างต่อเนื่องและอยู่ในระหว่างการต่อรองขอขึ้นราคากับลูกค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้น แต่คาดว่าจะสามารถบริหารจัดการได้ในระยะยาว ส่วนการกลับมาเสียภาษีในอัตราปกตินั้นเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นแน่นอนและจะส่งผลต่อเนื่องไปในอนาคตเมื่อมีกำไร
ในขณะที่การเพิ่มขึ้นของยอดขายและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้น มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องได้ โดยเฉพาะยอดขายที่ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ส่วนกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้นขึ้นอยู่กับความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งฝ่ายจัดการได้ประโยชน์จากการปรับตัวดีขึ้นของสกุลเงินหลักที่เกี่ยวข้อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 ลดลง 4.93% YoY** อยู่ที่ 30.64 ล้านบาท จาก 32.23 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้น 19.70% YoY** อยู่ที่ 75.09 ล้านบาท จาก 62.73 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2564 เติบโต 24.28% YoY** อยู่ที่ 730.38 ล้านบาท จาก 587.71 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายปรับเพิ่มขึ้น** ใน Q3/2564 เป็น 79.37% จาก 78.97% YoY และใน 9 เดือนแรกเป็น 80.30% จาก 79.65% YoY เนื่องจากราคาวัตถุดิบหลักสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 21.82% ใน 9 เดือนแรก** จากค่าขนส่งและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเล็กน้อย** ในทั้ง Q3 และ 9 เดือนแรก เนื่องจากค่าธรรมเนียมวิชาชีพและเงินสมทบประกันสังคมลดลง
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 77.22%** ณ สิ้น Q3/2564 เทียบกับสิ้นปี 2563 เป็นผลจากการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อสต็อกล่วงหน้าและรองรับการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 29.43%** ณ สิ้น Q3/2564 เทียบกับสิ้นปี 2563 จากการซื้อที่ดิน อาคาร และการลงทุนในเครื่องจักรเพื่อขยายฐานการผลิตและคลังสินค้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 30.64 ล้านบาท ลดลง 1.59 ล้านบาท หรือ 4.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 32.23 ล้านบาท
ส่วนผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 75.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.36 ล้านบาท หรือ 19.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 62.73 ล้านบาท
รายได้รวมสำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 อยู่ที่ 261.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.01% จากปีก่อน โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 7.93%
รายได้รวมสำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 อยู่ที่ 730.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.28% จากปีก่อน โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 22.50%
อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมสำหรับงวด 9 เดือนแรก ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการกลับมาเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราปกติ
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายทุกผลิตภัณฑ์:** ยอดขายที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศในผลิตภัณฑ์หลัก เช่น มอเตอร์แอร์ มอเตอร์ปั๊มบ้าน มอเตอร์กำลัง และมอเตอร์ปั๊มน้ำ (Axial – Flux pool : BLDC) แสดงถึงความต้องการของตลาดที่ฟื้นตัว
* **รายได้อื่นจากการขายเศษเหล็กซิลิคอน:** ความต้องการของตลาดที่สูงขึ้นและราคาขายต่อกิโลกรัมที่เพิ่มขึ้น 26% เป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติม
* **การขยายฐานการผลิตและคลังสินค้า:** การลงทุนในที่ดิน อาคาร และเครื่องจักรใหม่ เพื่อรองรับการผลิตผลิตภัณฑ์เดิมและผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการสร้างคลังสินค้าสำเร็จรูป จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตและรองรับสต็อกสินค้าที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์ออสเตรเลีย เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมรายได้และกำไรของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบหลักเป็นความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น:** ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และการปรับตัวสูงขึ้นของค่าระวางเรือ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น
* **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมมอเตอร์ ทำให้บริษัทต้องมีค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดขาย
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันจะได้รับผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนก็อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้เช่นกัน
* **การกลับมาเสียภาษีในอัตราปกติ:** การสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI ทำให้ภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อกำไรสุทธิในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความสามารถของบริษัทในการเจรจาปรับขึ้นราคาสินค้ากับลูกค้า เพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักในตลาดโลก และผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของบริษัท
* สถานการณ์การขนส่งระหว่างประเทศ และผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการขาย
* การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ และการขยายฐานลูกค้าใหม่
* ผลกระทบจากการกลับมาเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราปกติ ต่อกำไรสุทธิในอนาคต
* การบริหารจัดการเงินสดและสภาพคล่อง หลังจากการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรและการจ่ายเงินปันผล
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**หมายเหตุ:** เอกสารที่ได้รับเป็นของบริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม **ยานยนต์และส่วนประกอบ** ไม่ใช่อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ดังนั้น การวิเคราะห์จะอิงตามข้อมูลที่ได้รับโดยตรงจากเอกสารของบริษัท PIMO และไม่สามารถใช้เลนส์เฉพาะ sector อสังหาริมทรัพย์ได้
**ยอดขายและผลิตภัณฑ์:**
บริษัทมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 ที่เติบโตถึง 22.50% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายผลิตภัณฑ์หลักทุกประเภท ได้แก่ มอเตอร์แอร์, มอเตอร์ปั๊มบ้าน, มอเตอร์กำลัง และมอเตอร์ปั๊มน้ำ (Axial – Flux pool : BLDC) ทั้งในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขยายตลาดและการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า
**ต้นทุนและอัตรากำไร:**
แม้รายได้จะเติบโต แต่ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในงวด 9 เดือนแรกอยู่ที่ 80.30% เพิ่มขึ้นจาก 79.65% ในปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท แม้จะมีความพยายามในการกักตุนวัตถุดิบและเจรจาต่อรองราคากับลูกค้า แต่ก็ยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:**
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในงวด 9 เดือนแรก (เพิ่มขึ้น 21.82%) โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปยังต่างประเทศที่สูงขึ้นจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขายท่ามกลางการแข่งขัน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยในทั้งสองงวด เนื่องจากค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการขอใบอนุญาตและเงินสมทบประกันสังคมที่ลดลง
**การบริหารสินค้าคงคลังและสินทรัพย์:**
บริษัทมีการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลืออย่างมีนัยสำคัญ (เพิ่มขึ้น 77.22% ณ สิ้น Q3/2564 เทียบกับสิ้นปี 2563) ซึ่งสะท้อนถึงการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อสต็อกล่วงหน้าเพื่อรองรับการผลิตที่เพิ่มขึ้นและแนวโน้มราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น นอกจากนี้ บริษัทได้มีการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้น (เพิ่มขึ้น 29.43% ณ สิ้น Q3/2564 เทียบกับสิ้นปี 2563) เพื่อขยายฐานการผลิตและสร้างคลังสินค้าสำเร็จรูป ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 864.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.14% จากสิ้นปี 2563 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
หนี้สินรวมอยู่ที่ 310.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.27% จากสิ้นปี 2563 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น รวมถึงภาษีเงินได้ค้างจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการกลับมาเสียภาษีปกติ
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 554.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน: มีการใช้เงินสดเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า แต่ได้รับเงินสดจากการขายสินค้าและรับชำระหนี้การค้า
กระแสเงินสดจากการลงทุน: มีการใช้เงินสดจำนวนมากจากการซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงการสร้างคลังสินค้าสำเร็จรูป
กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน: มีการจ่ายเงินปันผลจำนวน 32.06 ล้านบาท และมีการกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการ PIMO ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือการเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการกลับสู่ระดับภาษีปกติ ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ายอดขายจะเติบโตได้ดีก็ตาม อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกยังคงเติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของยอดขายและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และการแข่งขัน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและส่งผ่านราคาไปยังลูกค้า เพื่อรักษาอัตรากำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GROREIT ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
90.23
ล้านบาท
↑ 1.7% YoY
กำไรขั้นต้น
90.23
ล้านบาท
↑ 1.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
100.00
%
กำไรสุทธิ
69.30
ล้านบาท
↑ 5.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
76.80
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
90
↑ + 1.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
90
↑ + 1.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
69
↑ + 5.6%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GROREIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
11.34
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GROREIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
5,069.25
+1.62%
|
4,988.61
+1.60%
|
4,910.24
-1.15%
|
4,967.34
+1.52%
|
0.00
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
1,488.17
-0.18%
|
1,490.89
-0.24%
|
1,494.51
-7.81%
|
1,621.20
-0.23%
|
0.00
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-224
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GROREIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-223.98
+5.48%
|
-212.35
+6.10%
|
-200.14
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
211.87
+8.46%
|
195.35
+3.37%
|
188.98
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-12.11
-28.76%
|
-17.00
+52.60%
|
-11.14
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1.44
+69.41%
|
0.85
-36.09%
|
1.33
-38.15%
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1.75
+21.53%
|
1.44
+69.41%
|
0.85
-36.03%
|
0.00
|
0.00
|