บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
1.80
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6116 out_tok=3098 at=2026-07-25T16:18:07 -->
# GPI กำไรสุทธิปี 64 หดตัว 14.89% รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดรายได้ธุรกิจจัดงาน
## รายได้รวมวูบ 2.33% แม้ต้นทุนบริหารจัดการลดลง ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหลักจากมาตรการล็อกดาวน์และสถานการณ์แพร่ระบาด
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ GPI รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิรวม 31.45 ล้านบาท ลดลง 14.89% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 497.54 ล้านบาท ลดลง 2.33% ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจให้ไม่เป็นปกติ แม้ว่าบริษัทจะมีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ GPI ในปี 2564 ปรับตัวลดลง 14.89% มาอยู่ที่ 31.45 ล้านบาท มาจาก **รายได้จากการขายและบริการที่ลดลง 2.33%** โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน **กลุ่มธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด** ที่หดตัวถึง 3.83% ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท นอกจากนี้ **กลุ่มธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อดิจิทัล** และ **กลุ่มธุรกิจรับจ้างพิมพ์** ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ฝ่ายจัดการระบุคือ **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19** ที่ยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้เป็นปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการล็อกดาวน์และการแพร่ระบาด ทำให้กิจกรรมต่างๆ ที่ปกติจัดในช่วงครึ่งปีหลังไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนที่วางไว้ ส่งผลให้รายได้จากส่วนนี้ลดลง
สำหรับกลุ่มธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อดิจิทัล ได้รับผลกระทบจากการที่กลุ่มลูกค้าปรับลดงบประมาณการประชาสัมพันธ์ ประกอบกับจำนวนคู่แข่งที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนกลุ่มธุรกิจรับจ้างพิมพ์ก็ได้รับผลกระทบจากการที่ลูกค้าในกลุ่มที่ใช้สิ่งพิมพ์เพื่อประชาสัมพันธ์ปรับลดงบประมาณลงเช่นกัน
แม้ว่าบริษัทจะมีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้สอดคล้องกับภาวะรายได้ที่ลดลง โดยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลดลง 0.44% แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หดตัวได้ทั้งหมด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่คาดว่าจะมีการใช้เม็ดเงินโฆษณาคึกคักในปี 2565 โดยเฉพาะรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ GPI ดำเนินงานอยู่ แต่เอกสารยังระบุถึงความไม่แน่นอนจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนที่เพิ่มขึ้น และแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และตู้คอนเทนเนอร์ที่ยังไม่คลี่คลาย
อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมีรายได้ใหม่จากการให้บริการตกแต่งรถยนต์เพื่องานแสดงสินค้าและการแข่งขัน รวมถึงการซื้อขายรถยนต์สะสม ซึ่งเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นในปี 2564 อาจเป็นปัจจัยบวกที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 31.45 ล้านบาท ลดลง 14.89% YoY** จาก 36.95 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการขายและบริการรวม 497.54 ล้านบาท ลดลง 2.33% YoY** จาก 509.41 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 41.60%** จาก 41.16%
* **อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ลดลงเป็น 6.32%** จาก 7.25%
* **กลุ่มธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด รายได้ลดลง 3.83%** เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์และโควิด-19
* **กลุ่มธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อดิจิทัล รายได้ลดลง 11.56%** จากการปรับลดงบประมาณลูกค้าและคู่แข่งเพิ่มขึ้น
* **กลุ่มธุรกิจรับจ้างพิมพ์ รายได้ลดลง 11.82%** จากการปรับลดงบประมาณลูกค้า
* **มีรายได้ใหม่จากกลุ่มอื่นๆ เพิ่มขึ้น 13.23 ล้านบาท** จากการให้บริการตกแต่งรถยนต์และการซื้อขายรถยนต์สะสม
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสิบสองเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 497.54 ล้านบาท ลดลง 2.33% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (2563) ที่มีรายได้ 509.41 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าและทำให้บริษัทไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ
ในส่วนของกำไรขั้นต้น อยู่ที่ 206.98 ล้านบาท ลดลง 1.28% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 41.16% เป็น 41.60%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีการบริหารจัดการที่ดี โดยลดลง 0.44% มาอยู่ที่ 168.03 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลงชั่วคราว
ส่งผลให้กำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 31.45 ล้านบาท ลดลง 14.89% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (2563) ที่มีกำไร 36.95 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 6.32% ลดลงจาก 7.25% ในปีก่อน
เมื่อจำแนกตามกลุ่มธุรกิจ พบว่ากลุ่มธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดมีรายได้ลดลง 3.83% กลุ่มธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อดิจิทัลลดลง 11.56% และกลุ่มธุรกิจรับจ้างพิมพ์ลดลง 11.82% อย่างไรก็ตาม มีรายได้จากกลุ่มอื่นๆ เพิ่มขึ้น 13.23 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ใหม่จากการให้บริการตกแต่งรถยนต์และการซื้อขายรถยนต์สะสม
## โอกาส
* **อุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2565 คาดการณ์คึกคัก:** โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ที่มีนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้แบรนด์รถยนต์ต่างๆ เริ่มเปิดตัวรถยนต์ EV มากขึ้น และมีการทำแคมเปญเพื่อสร้างความเป็นผู้นำตลาด ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของ GPI
* **ธุรกิจที่สอดรับยุค New Normal:** เช่น Delivery service, Streaming Platforms, E-commerce platforms และอื่นๆ ที่คาดว่าจะมีการใช้เม็ดเงินโฆษณา
* **ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล, หมวดสุขภาพและความงาม, ท่องเที่ยวและการพักผ่อนภายในประเทศ:** เป็นกลุ่มธุรกิจที่คาดว่าจะมีการใช้เม็ดเงินโฆษณาอย่างคึกคัก
* **รายได้ใหม่จากกลุ่มอื่นๆ:** การให้บริการตกแต่งรถยนต์เพื่องานแสดงสินค้าและการแข่งขัน รวมถึงการซื้อมาขายไปของรถยนต์สะสม เป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่เติบโตขึ้น
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ยังคงมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะการพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรมและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **ต้นทุนประกอบการที่ปรับตัวสูงขึ้น:** ทั้งจากราคาพลังงานและราคาวัตถุดิบ
* **ปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และตู้คอนเทนเนอร์:** ยังไม่คลี่คลาย อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และภาคการผลิต
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมสื่อ:** จำนวนคู่แข่งทางการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อรายได้
* **การปรับลดงบประมาณการประชาสัมพันธ์ของกลุ่มลูกค้า:** ส่งผลกระทบต่อรายได้ในกลุ่มธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อดิจิทัล
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรม:** โดยเฉพาะงานใหญ่ๆ เช่น Bangkok International Motor Show ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 ว่าจะสามารถจัดได้ตามปกติหรือไม่ และมีมาตรการรองรับอย่างไร
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** โดยเฉพาะการเปิดตัวรถยนต์ EV และการตอบรับของผู้บริโภค
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **การเติบโตของรายได้จากกลุ่มธุรกิจอื่นๆ:** โดยเฉพาะการให้บริการตกแต่งรถยนต์และการซื้อขายรถยนต์สะสม
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** และผลกระทบต่อมาตรการควบคุมต่างๆ ของภาครัฐ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการขายและบริการ:** โดยรวมลดลง 2.33% เป็น 497.54 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้หลักมาจากกลุ่มธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด (421.07 ล้านบาท หรือ 84.6% ของรายได้รวม) ซึ่งลดลง 3.83% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากมาตรการล็อกดาวน์และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถจัดกิจกรรมได้ตามแผน
กลุ่มธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อดิจิทัล มีรายได้ 38.02 ล้านบาท ลดลง 11.56% จากการปรับลดงบประมาณลูกค้าและคู่แข่งเพิ่มขึ้น
กลุ่มธุรกิจรับจ้างพิมพ์ มีรายได้ 25.21 ล้านบาท ลดลง 11.82% จากการแพร่ระบาดที่ส่งผลให้ลูกค้าปรับลดงบประมาณ
กลุ่มอื่นๆ มีรายได้ 13.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นรายได้ใหม่จากการให้บริการตกแต่งรถยนต์เพื่องานแสดงสินค้าและการแข่งขัน รวมถึงการซื้อมาขายไปของรถยนต์สะสม
**อัตรากำไรขั้นต้น:** อยู่ที่ 41.60% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 41.16% ในปีก่อน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและบริการได้ดีในระดับหนึ่ง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 อยู่ที่ 788.88 ล้านบาท ลดลง 3.09% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากเงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำอายุไม่เกิน 1 ปีที่ลดลง
**หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 57.16 ล้านบาท ลดลง 13.13% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากส่วนของหนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีลดลง
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 731.72 ล้านบาท ลดลง 2.21% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรสะสมที่ลดลง
**กระแสเงินสด:** ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 14.92 ล้านบาท ลดลง 36.45 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 42.15 ล้านบาท, กิจกรรมลงทุนติดลบ 22.68 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงินติดลบ 55.96 ล้านบาท
**อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ:**
* อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นเป็น 41.60%
* อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ลดลงเป็น 6.32%
* อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำที่ 0.08
## สรุปท้าย
GPI ในปี 2564 เผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้หลักจากธุรกิจจัดงานแสดงสินค้า ทำให้กำไรสุทธิหดตัวลง 14.89% แม้จะมีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีและมีรายได้ใหม่เข้ามาเสริม แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดและแรงกดดันด้านต้นทุนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2565 โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ EV ถือเป็นโอกาสสำคัญที่อาจช่วยผลักดันผลประกอบการของบริษัทให้กลับมาเติบโตได้ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GPI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
55.34
ล้านบาท
↓ 30.5% YoY
กำไรขั้นต้น
-27.29
ล้านบาท
↑ 203.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-49.32
%
กำไรสุทธิ
-62.92
ล้านบาท
↓ 27.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-113.69
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
55
↓ -30.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-27
↑ + 203.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-63
↓ -27.4%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GPI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
11.06
ROA (%)
12.57
Book Value/หุ้น
1.52
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GPI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+132
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-23
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GPI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
132.20
-136.98%
|
-357.49
-5.17%
|
-376.97
+4.76%
|
-359.85
-13.24%
|
-414.75
+391.29%
|
-84.42
-212.98%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-23.16
-146.20%
|
50.13
-44.45%
|
90.25
+25.31%
|
72.02
-2,787.31%
|
-2.68
-104.83%
|
55.50
-580.10%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-113.84
+174.31%
|
-41.50
+89.50%
|
-21.90
-71.02%
|
-75.56
-302.74%
|
37.27
-155.21%
|
-67.50
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-4.71
-98.65%
|
-348.69
+13.20%
|
-308.02
-33.02%
|
-459.89
+20.96%
|
-380.19
+294.84%
|
-96.29
-252.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
65.95
+193.89%
|
22.44
-11.30%
|
25.30
+69.57%
|
14.92
-70.66%
|
50.86
-65.54%
|
147.58
-45.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
61.24
-7.14%
|
65.95
+193.89%
|
22.44
-11.30%
|
25.30
+69.57%
|
14.92
-70.66%
|
50.86
-65.54%
|