บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
1.80
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5896 out_tok=2714 at=2026-07-25T16:39:18 -->
# GPI กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกโต 7.37% รับแรงหนุนจากงานมอเตอร์โชว์
## รายได้รวมโต 16.32% แม้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากงานแสดงสินค้า
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ GPI รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิรวม 82.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 552.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.32% เป็นผลมาจากการจัดงาน Bangkok International Motor Show เป็นหลัก แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับลดลงเล็กน้อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ GPI ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด โดยเฉพาะงาน Bangkok International Motor Show (BIMS) ครั้งที่ 43** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตถึง 16.32% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) กลับปรับลดลงเล็กน้อยจาก 47.00% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 44.63% ในปีนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้หลักมาจาก **กลุ่มธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด** ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 20.64% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจัดงาน Bangkok International Motor Show (BIMS) ครั้งที่ 43 ที่กลับมาจัดได้เต็มรูปแบบมากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคบริการตามภาวะเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
ส่วนการปรับลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นนั้น แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุสาเหตุชัดเจน แต่โดยทั่วไปอาจเกิดจากต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานที่เพิ่มขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของรายได้ภายในกลุ่มธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าเอง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 2.93% โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไรสุทธิที่ลดลงเล็กน้อยจาก 16.08% มาอยู่ที่ 14.85%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน** การฟื้นตัวของภาคบริการและการจัดงานแสดงสินค้าเป็นแนวโน้มที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงาน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงแนวโน้มระยะต่อไปที่ต้องติดตาม ได้แก่ การปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าจ้างและราคาสินค้า, อุปสงค์ของต่างประเทศที่ชะลอตัว และการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจัดงานในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 16.32%** แตะ 552.64 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 7.37%** อยู่ที่ 82.05 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย** จาก 47.00% เป็น 44.63%
* **อัตรากำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย** จาก 16.08% เป็น 14.85%
* **รายได้กลุ่มจัดงานแสดงสินค้าโตเด่น 20.64%** จากงาน Bangkok International Motor Show
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 2.93%** จากค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 552.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการจัดงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 43 ที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กลุ่มธุรกิจสิ่งพิมพ์และดิจิทัลมีรายได้เติบโตเล็กน้อย 0.48% จากการให้บริการโฆษณาสิ่งพิมพ์และเว็บไซต์ อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจรับจ้างพิมพ์และกลุ่มอื่นๆ มีรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง -25.02% และ -29.35% ตามลำดับ
ในด้านกำไรขั้นต้น บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นรวม 246.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.45% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อยจาก 47.00% เป็น 44.63% สาเหตุหลักมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการจัดงานมอเตอร์โชว์ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 2.93% เป็น 132.64 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ส่งผลให้กำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 82.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.37% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 14.85%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคบริการและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ:** การที่เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัว โดยเฉพาะภาคบริการที่ฟื้นตัวต่อเนื่องตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศที่ค่อนข้างทรงตัว จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของบริษัทฯ
* **การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่:** แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่คาดว่าจะมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน จะเป็นโอกาสในการจัดงานแสดงสินค้าที่น่าสนใจยิ่งขึ้น
* **การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกออนไลน์และโลจิสติกส์:** ความต้องการรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ขยายตัวจากการเติบโตของภาคก่อสร้าง ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ และโลจิสติกส์ อาจส่งผลดีต่อการจัดงานที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์เพื่อการพาณิชย์
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนค่าจ้างและราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น:** การปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าจ้างและราคาสินค้า อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ หากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคหรือลูกค้าได้
* **อุปสงค์ของต่างประเทศที่ชะลอตัว:** การชะลอตัวของอุปสงค์จากต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ได้
* **การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจ้างงาน:** การที่ผู้ว่าจ้างงานเปลี่ยนรูปแบบการจ้างพิมพ์ ส่งผลให้รายได้จากกลุ่มธุรกิจรับจ้างพิมพ์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการจัดงานแสดงสินค้าในไตรมาส 4/2565 และปี 2566 ว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* ผลกระทบจากการปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าจ้างและราคาสินค้าต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์
* ความสามารถในการปรับตัวของกลุ่มธุรกิจสิ่งพิมพ์และดิจิทัล รวมถึงกลุ่มธุรกิจรับจ้างพิมพ์ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด
* การบริหารจัดการกระแสเงินสด โดยเฉพาะการรับเงินล่วงหน้าจากการจัดงาน และการบริหารสภาพคล่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**กลุ่มธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด:** เป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่สร้างรายได้ให้แก่ GPI โดยในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีรายได้เติบโตถึง 20.64% ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดงาน Bangkok International Motor Show (BIMS) ครั้งที่ 43 ที่กลับมาจัดได้เต็มรูปแบบ สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และกำลังซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้อาจได้รับแรงกดดันจากต้นทุนการจัดงานที่เพิ่มขึ้น
**กลุ่มธุรกิจสิ่งพิมพ์และสื่่อดิจิทัล:** มีการเติบโตเล็กน้อย 0.48% จากการให้บริการโฆษณาสิ่งพิมพ์และเว็บไซต์ แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวเพื่อหารายได้จากช่องทางดิจิทัล แม้ว่าสื่อสิ่งพิมพ์อาจมีแนวโน้มลดลง แต่การผสมผสานกับสื่อดิจิทัลยังคงเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญ
**กลุ่มธุรกิจรับจ้างพิมพ์:** ประสบปัญหาการลดลงของรายได้ถึง 25.02% เนื่องจากผู้ว่าจ้างเปลี่ยนรูปแบบการจ้างพิมพ์ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาว่าบริษัทฯ จะสามารถปรับกลยุทธ์เพื่อหาลูกค้าใหม่หรือนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปได้หรือไม่
**กลุ่มอื่นๆ:** รายได้ลดลง 29.35% จากการให้บริการตกแต่งรถยนต์และการแข่งขัน ซึ่งอาจเป็นธุรกิจที่มีความผันผวนสูง หรือได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของตลาด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 856.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.58% จากปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากเงินสดและเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากการรับเงินคืนจากเงินฝากประจำที่ครบกำหนด หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 58.78% เป็น 90.76 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.65% เป็น 765.77 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 88.76 ล้านบาท ลดลง 58.65 ล้านบาทจากปีก่อน โดยเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 120.30 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากรายได้รับล่วงหน้าจากการจัดงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 43 เงินสดสุทธิจากกิจกรรมการลงทุนติดลบ 14.54 ล้านบาท จากการซื้อที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และเงินฝากประจำเพื่อเป็นหลักประกัน ส่วนเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินติดลบ 31.81 ล้านบาท จากการรับเงินกู้ระยะสั้นและการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
GPI โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโตได้ดีจากแรงหนุนของงาน Bangkok International Motor Show ซึ่งสะท้อนการฟื้นตัวของภาคบริการและอุตสาหกรรมยานยนต์ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นและสุทธิที่ปรับลดลงเล็กน้อย รวมถึงความเสี่ยงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและอุปสงค์ที่ชะลอตัว เป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความสามารถในการรักษาการเติบโตและอัตรากำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GPI ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
55.34
ล้านบาท
↓ 30.5% YoY
กำไรขั้นต้น
-27.29
ล้านบาท
↑ 203.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-49.32
%
กำไรสุทธิ
-62.92
ล้านบาท
↓ 27.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-113.69
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
55
↓ -30.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-27
↑ + 203.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-63
↓ -27.4%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GPI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
11.06
ROA (%)
12.57
Book Value/หุ้น
1.52
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GPI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+132
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-23
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GPI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
132.20
-136.98%
|
-357.49
-5.17%
|
-376.97
+4.76%
|
-359.85
-13.24%
|
-414.75
+391.29%
|
-84.42
-212.98%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-23.16
-146.20%
|
50.13
-44.45%
|
90.25
+25.31%
|
72.02
-2,787.31%
|
-2.68
-104.83%
|
55.50
-580.10%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-113.84
+174.31%
|
-41.50
+89.50%
|
-21.90
-71.02%
|
-75.56
-302.74%
|
37.27
-155.21%
|
-67.50
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-4.71
-98.65%
|
-348.69
+13.20%
|
-308.02
-33.02%
|
-459.89
+20.96%
|
-380.19
+294.84%
|
-96.29
-252.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
65.95
+193.89%
|
22.44
-11.30%
|
25.30
+69.57%
|
14.92
-70.66%
|
50.86
-65.54%
|
147.58
-45.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
61.24
-7.14%
|
65.95
+193.89%
|
22.44
-11.30%
|
25.30
+69.57%
|
14.92
-70.66%
|
50.86
-65.54%
|