บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
0.20
+0.01 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6715 out_tok=2282 at=2026-07-25T15:09:16 -->
# GLOCON ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 422.3 ล้านบาท รับผลกระทบย้ายโรงงาน-สต็อกเสียหาย
## รายได้รวมโต 19.6% แต่กำไรขั้นต้นหด 73% ฝ่ายบริหารคาดผลขาดทุนครั้งเดียวไม่เกิดซ้ำ
บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOCON รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 2,227.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.6% จากปีก่อน แต่กลับมีผลขาดทุนสุทธิ 422.3 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 166.6 ล้านบาทในปี 2564 โดยสาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนที่รับรู้เพียงครั้งเดียวจำนวน 306.6 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการย้ายโรงงานและสินค้าคงเหลือเสียหาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการปี 2565 พลิกขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ผลขาดทุนที่รับรู้เพียงครั้งเดียว (One-time Loss) จำนวน 306.6 ล้านบาท** ซึ่งบดบังการเติบโตของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 19.6% และทำให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง 73.0%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ผลขาดทุนครั้งเดียวเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก ได้แก่
1. **สินค้าคงเหลือเสียหายและค่าใช้จ่ายในการย้ายโรงงานของบริษัท เอ็นพีพีฟู้ด เซอร์วิส จำกัด:** เป็นจำนวน 191.8 ล้านบาท โดยสินค้าคงเหลือเสียหายเกิดจากการปนเปื้อนเชื้อเกินเกณฑ์มาตรฐานระหว่างการย้ายโรงงาน
2. **ค่าใช้จ่ายในการย้ายโรงงานของบริษัท เอ็นพีพีฟู้ด เซอร์วิส จำกัด และบริษัท ฟรุตตี้ ดราย จำกัด:** รวมถึงการโอนกลับรายได้จำนวน 59 ล้านบาทที่ออกเอกสารการขายไม่ถูกต้องในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2565 ซึ่งถูกบันทึกในไตรมาส 4 ปี 2565
นอกจากนี้ การย้ายโรงงานยังส่งผลให้ยอดขายหยุดชะงักในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากต้องทำการตรวจสอบระบบคุณภาพและใบอนุญาต ทำให้ทั้งสองบริษัทไม่ได้ยอดขายตามแผน ส่งผลให้กำลังการผลิตลดลง 30% ในธุรกิจอาหารแช่แข็ง และ 50% ในธุรกิจผลไม้อบแห้ง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** ฝ่ายบริหารมองว่าผลขาดทุนที่เกิดเพียงครั้งเดียวจะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต เนื่องจากโรงงานทั้งหมดได้รับใบอนุญาตที่จำเป็นแล้ว และคาดว่ารายได้จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นสู่ระดับปกติในเดือนมีนาคม 2566 การย้ายโรงงานถือเป็นการลงทุนเพื่อการขยายธุรกิจในอนาคต เนื่องจากโรงงานเดิมมีกำลังการผลิตเต็มที่แล้ว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 19.6% เป็น 2,227.5 ล้านบาท** จาก 1,862.2 ล้านบาทในปี 2564
* **ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 422.3 ล้านบาท** พลิกจากขาดทุน 166.6 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรขั้นต้นลดลง 73.0% เป็น 81.3 ล้านบาท** จาก 301.3 ล้านบาทในปี 2564
* **ผลขาดทุนครั้งเดียว 306.6 ล้านบาท** เกิดจากสินค้าคงเหลือเสียหายและค่าใช้จ่ายย้ายโรงงาน
* **ธุรกิจบรรจุภัณฑ์รายได้เติบโต 24.7%** จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและผลิตภัณฑ์ใหม่
* **ธุรกิจอาหารแปรรูปและผลไม้อบแห้งรายได้ลดลง** จากผลกระทบการย้ายโรงงาน
* **ธุรกิจลูกชิ้นและไส้กรอกเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ มี.ค. 2565** และมีการปรับกลยุทธ์ช่องทางขาย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 2,227.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.6% จาก 1,862.2 ล้านบาทในปี 2564 โดยรายได้จากกลุ่มธุรกิจอาหารคิดเป็น 62.4% และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ 37.4% อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 73.0% มาอยู่ที่ 81.3 ล้านบาท ส่งผลให้ผลขาดทุนจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น และขาดทุนสุทธิสำหรับปีอยู่ที่ 422.3 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 166.6 ล้านบาทในปี 2564
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์:** ได้รับแรงหนุนจากลูกค้าเดิมที่มียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นและผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการขยายสู่ลูกค้ารายใหม่
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอาหาร:** โรงงานอาหารแปรรูปและผลไม้อบแห้งได้รับใบอนุญาตครบถ้วนในไตรมาส 4 ปี 2565 และเริ่มฟื้นตัวยอดขายปลายปี
* **การขยายธุรกิจลูกชิ้นและไส้กรอก:** มีการปรับสัดส่วนช่องทางการขายเข้าสู่ Modern Trade และพิจารณาปรับรูปแบบสาขาเป็นแฟรนไชส์ รวมถึงการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ
* **การลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ:** การย้ายโรงงานและการลงทุนในธุรกิจลูกชิ้นทิพย์ เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** ราคาเม็ดพลาสติกและค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ แม้จะมีการทยอยปรับราคาขายและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต
* **ต้นทุนธุรกิจลูกชิ้น:** ได้รับผลกระทบจากไข้หวัดหมูที่ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นสองเท่า
* **การพึ่งพิงฤดูกาลผลิต:** ธุรกิจอาหารบางประเภทอาจมีความอ่อนไหวต่อฤดูกาลผลิตและสภาพอากาศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* การฟื้นตัวของยอดขายธุรกิจอาหารแปรรูปและผลไม้อบแห้งสู่ระดับปกติในเดือนมีนาคม 2566
* ผลกระทบจากการปรับราคาขายสินค้าในธุรกิจลูกชิ้นและไส้กรอกต่อปริมาณการขาย
* ความคืบหน้าในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและต้นทุนในธุรกิจบรรจุภัณฑ์
* การขยายช่องทาง Modern Trade และรูปแบบแฟรนไชส์ในธุรกิจลูกชิ้นและไส้กรอก
* ผลกระทบจากไข้หวัดหมูต่อต้นทุนวัตถุดิบและการบริหารจัดการต้นทุนของธุรกิจลูกชิ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาเม็ดพลาสติกและค่าขนส่งที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ขณะที่ธุรกิจลูกชิ้นเผชิญต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นสองเท่าจากไข้หวัดหมู บริษัทได้มีการปรับราคาขายสินค้าเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
**Volume:** ยอดขายในธุรกิจอาหารแปรรูปและผลไม้อบแห้งลดลงเนื่องจากการย้ายโรงงาน แต่เริ่มฟื้นตัวปลายปี 2565 ธุรกิจบรรจุภัณฑ์มียอดขายเพิ่มขึ้นจากการสั่งซื้อที่มากขึ้นและผลิตภัณฑ์ใหม่ ธุรกิจลูกชิ้นเริ่มรับรู้รายได้และมีการขยายช่องทางขาย
**GPM:** กำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 73.0% จากผลกระทบของการย้ายโรงงานและสินค้าเสียหาย แม้จะมีความพยายามในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและราคาขาย
**ช่องทางขาย:** มีการขยายช่องทาง Modern Trade ในธุรกิจลูกชิ้นและไส้กรอก และพิจารณาปรับรูปแบบเป็นแฟรนไชส์
**สต็อก:** มีการรับรู้ผลขาดทุนจากสินค้าคงเหลือเสียหายจำนวนมากจากการย้ายโรงงาน
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลในเอกสาร
**ฤดูกาลผลิต:** การย้ายโรงงานส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตและยอดขายในช่วงเวลาหนึ่ง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 2,102.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,432.8 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการออกหุ้นเพิ่มทุนและแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 512% เป็น 252.7 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,480.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,008.1 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินและออกหุ้นกู้เพื่อลงทุนในธุรกิจลูกชิ้นทิพย์เป็นจำนวน 450 ล้านบาท รวมถึงการรวมสินทรัพย์และหนี้สินของธุรกิจลูกชิ้นทิพย์เข้ามา
## สรุปท้าย
GLOCON ปี 2565 เผชิญความท้าทายจากการย้ายโรงงานและสินค้าคงเหลือเสียหาย ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิ 422.3 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโต 19.6% แต่กำไรขั้นต้นหดตัวอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารคาดว่าผลขาดทุนครั้งเดียวจะไม่เกิดขึ้นอีก และการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ โดยเฉพาะในธุรกิจบรรจุภัณฑ์และลูกชิ้น จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต ขณะที่นักลงทุนควรจับตาการฟื้นตัวของยอดขายและการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GLOCON ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
532.61
ล้านบาท
↓ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
85.24
ล้านบาท
↑ 9.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.00
%
กำไรสุทธิ
-232.24
ล้านบาท
↓ 19.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-43.60
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
533
↓ -0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
85
↑ + 9.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-232
↓ -19.3%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GLOCON
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
-53.84
ROA (%)
-15.27
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GLOCON
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-136
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GLOCON
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-135.63
+15.66%
|
-117.27
+380.02%
|
-24.43
-48.50%
|
-47.44
-11.31%
|
-53.49
|
-113.44
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7.22
-109.71%
|
-74.32
-112.36%
|
601.07
-1,359.84%
|
-47.71
-65.10%
|
-136.72
|
-115.35
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
208.57
+226.09%
|
63.96
-105.93%
|
-1,079.42
-6,536.61%
|
16.77
-62.86%
|
45.15
|
471.68
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
80.16
-162.80%
|
-127.64
-74.61%
|
-502.79
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
34.34
-86.41%
|
252.69
+512.43%
|
41.26
-58.67%
|
99.83
-59.23%
|
244.89
-20.82%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
80.19
+133.52%
|
34.34
-86.41%
|
252.69
+512.43%
|
41.26
-58.67%
|
99.83
-59.24%
|
0.00
|