บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
0.20
+0.01 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7055 out_tok=3091 at=2026-07-25T16:38:51 -->
# GLOCON Q3/2565 พลิกขาดทุนสุทธิ สวนทางรายได้รวมโต 33% รับแรงหนุนลูกชิ้นทิพย์
## รายได้รวมโตแรง 33% แต่กำไรสุทธิยังติดลบ เหตุต้นทุนพุ่ง-ย้ายโรงงานกระทบยอดขาย
บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOCON รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 2.25 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 17.95 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 33% เป็น 1,829.04 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากธุรกิจลูกชิ้นทิพย์ที่เข้ามารวมงบตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 อย่างไรก็ตาม การขาดทุนที่เพิ่มขึ้นเกิดจากต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากการย้ายโรงงานของบางธุรกิจที่ส่งผลต่อยอดขายในไตรมาสนี้
## Hero: หัวใจกำไร — ต้นทุนพุ่ง-ย้ายโรงงานกดดัน GPM ขณะลูกชิ้นทิพย์หนุนรายได้รวม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ GLOCON ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการย้ายโรงงานของบางธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายและกำไรขั้นต้น (GPM)** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตโดดเด่นถึง 33% จากการรวมงบของกิจการลูกชิ้นทิพย์เข้ามาก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายสูงขึ้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2565 เป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ราคาเม็ดพลาสติกและค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ GPM ลดลงจาก 14% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 10% ในปีนี้ แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น 39% ก็ตาม
* **ผลกระทบจากการย้ายโรงงาน:** การย้ายโรงงานของบริษัท ฟรุตตี้ดราย จำกัด และบริษัท เอ็นพีพีฟู้ด เซอร์วิส จำกัด เพื่อเข้ารับการตรวจสอบระบบมาตรฐานความปลอดภัยการผลิตอาหาร ส่งผลให้ยอดขายของทั้งสองบริษัทชะลอตัวลงในไตรมาส 3 ปี 2565 โดยเฉพาะธุรกิจอาหารแปรรูปที่ยอดขายลดลง 22% และธุรกิจผลไม้อบแห้งที่ยอดขายลดลง 48% ซึ่งส่งผลกระทบต่อ GPM ของกลุ่มธุรกิจอาหารโดยรวมที่ลดลงเล็กน้อยจาก 18% เป็น 20% (แต่ GPM ของธุรกิจอาหารแปรรูปและผลไม้อบแห้งเองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ)
* **การเติบโตของธุรกิจลูกชิ้นทิพย์:** การเข้าซื้อกิจการลูกชิ้นทิพย์ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้รวมของกลุ่มบริษัทให้เติบโตถึง 33% โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารที่มีรายได้จากการขายลูกชิ้นและไส้กรอกเพิ่มขึ้นถึง 100% ในงวด 9 เดือน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในไตรมาสถัดไป** ฝ่ายจัดการระบุว่าการย้ายโรงงานและการตรวจสอบระบบคุณภาพได้เสร็จสิ้นแล้วในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม 2565 ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ยอดขายของธุรกิจอาหารแปรรูปและผลไม้อบแห้งกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2565 นอกจากนี้ บริษัทได้ทยอยปรับราคาขายสินค้าและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ GPM ของธุรกิจบรรจุภัณฑ์กลับมาดีขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 เป็นต้นไป ส่วนธุรกิจลูกชิ้นทิพย์มีการปรับราคาขายและขยายช่องทาง modern trade ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 เติบโต 33% YoY เป็น 1,829.04 ล้านบาท** หนุนหลักจากธุรกิจลูกชิ้นทิพย์ที่เข้ามารวมงบ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/2565 ที่ 2.25 ล้านบาท** เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 17.95 ล้านบาท
* **GPM กลุ่มบรรจุภัณฑ์ลดลงจาก 14% เป็น 10%** จากต้นทุนเม็ดพลาสติกและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
* **ยอดขายธุรกิจอาหารแปรรูปและผลไม้อบแห้งลดลง 22% และ 48% ตามลำดับ** จากผลกระทบการย้ายโรงงาน
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 742% เป็น 347.51 ล้านบาท** จากการออกหุ้นเพิ่มทุนและแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 450 ล้านบาท** จากการกู้ยืมและออกหุ้นกู้เพื่อลงทุนในธุรกิจลูกชิ้นทิพย์
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายและการบริการรวม 555.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% YoY และรายได้จากการขายอาหารและเครื่องดื่ม 329.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 18% เป็น 555.18 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทมีขาดทุนสุทธิ 25.07 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 9.90 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 รายได้รวมเติบโต 33% YoY เป็น 1,829.04 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 2.25 ล้านบาท ลดลง 113% YoY จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 17.95 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการบันทึกกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย 17.32 ล้านบาท และขาดทุนจากค่าปรับทางแพ่ง 23.30 ล้านบาท ในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอาหารแปรรูปและผลไม้อบแห้ง:** การย้ายโรงงานเสร็จสิ้น คาดว่าจะส่งผลให้ยอดขายกลับมาฟื้นตัวในไตรมาส 4/2565
* **การขยายช่องทางและปรับราคาธุรกิจลูกชิ้น:** การขยายเข้า modern trade และการพิจารณาแฟรนไชส์ รวมถึงการปรับราคาขาย จะช่วยหนุนผลประกอบการของธุรกิจลูกชิ้นทิพย์
* **การบริหารต้นทุนและราคาขาย:** การทยอยปรับราคาขายและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต คาดว่าจะช่วยให้ GPM ของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ดีขึ้น
* **การเพิ่มทุนและเงินกู้ยืม:** การมีเงินสดเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุนและการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ รวมถึงการกู้ยืมเพื่อลงทุน จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายธุรกิจในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ผันผวน:** ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อต้นทุนเม็ดพลาสติกและค่าขนส่ง ซึ่งอาจกดดัน GPM หากไม่สามารถผลักภาระให้ผู้บริโภคได้ทั้งหมด
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหาร:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจจำกัดความสามารถในการปรับขึ้นราคาขายสินค้า
* **ความเสี่ยงด้านการผลิต:** การตรวจสอบระบบคุณภาพโรงงานใหม่ที่อาจล่าช้ากว่ากำหนด หรือปัญหาการผลิตที่อาจเกิดขึ้นหลังการย้ายโรงงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้ม GPM ของกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์:** การปรับราคาขายและประสิทธิภาพการผลิตจะสามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้มากน้อยเพียงใด
* **การฟื้นตัวของยอดขายธุรกิจอาหารแปรรูปและผลไม้อบแห้ง:** ยอดขายจะกลับมาเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ในไตรมาส 4/2565 หรือไม่
* **ผลประกอบการของธุรกิจลูกชิ้นทิพย์:** การขยายช่องทางและปรับราคาจะส่งผลต่อการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตโดยรวม:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* **ความคืบหน้าในการปรับโครงสร้างธุรกิจ:** การยุติการดำเนินงานร้านอาหาร A&W และ Kitchen Plus จะส่งผลต่อภาพรวมการเงินอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 39% YoY เป็น 224.10 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2565 จากการเพิ่มขึ้นของยอดสั่งซื้อจากลูกค้ารายเดิมและผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ GPM ลดลงจาก 12% เป็น 7% เนื่องจากต้นทุนเม็ดพลาสติกและค่าขนส่งที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการคาดว่า GPM จะดีขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 เป็นต้นไป
**กลุ่มธุรกิจอาหาร:**
* **อาหารแปรรูป:** รายได้ลดลง 22% YoY ในไตรมาส 3/2565 เป็น 134.50 ล้านบาท เนื่องจากโรงงานใหม่มีการชะลอการขายเพื่อรอการตรวจสอบระบบคุณภาพ ซึ่งคาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวในไตรมาส 4/2565
* **ผลไม้อบแห้ง:** รายได้ลดลง 48% YoY ในไตรมาส 3/2565 เป็น 59.68 ล้านบาท จากผลกระทบการย้ายโรงงานเช่นกัน และคาดว่าจะฟื้นตัวในไตรมาส 4/2565
* **ลูกชิ้นและไส้กรอก:** มีรายได้ 135.81 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565 จากการรวมงบตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 โดยมีการปรับสัดส่วนช่องทางการขายเข้า modern trade และพิจารณาแฟรนไชส์ รวมถึงปรับราคาขายตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 เพื่อให้สอดคล้องกับราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
* **ร้านอาหาร:** บริษัทได้ยุติการดำเนินกิจการร้านอาหาร A&W และ Kitchen Plus ในไตรมาส 1 ปี 2565 เพื่อลดการขาดทุน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,870.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 1,150.30 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 347.51 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 742%) จากการออกหุ้นเพิ่มทุนและแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 495.67 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 37%) และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 756.40 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 37%) จากการย้ายและปรับปรุงโรงงาน
ในด้านหนี้สิน หนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 439.04 ล้านบาท จาก 365.77 ล้านบาท โดยมีเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคารเพิ่มขึ้น 54.24 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 513.29 ล้านบาท จาก 258.03 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น 76.54 ล้านบาท และมีการออกหุ้นกู้ 297.20 ล้านบาท เพื่อนำมาลงทุนในธุรกิจลูกชิ้นทิพย์
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินเพื่อรองรับการลงทุนและการขยายธุรกิจ
## สรุปท้าย
GLOCON ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากการย้ายโรงงานที่ส่งผลต่อยอดขายและกำไรขั้นต้น แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการเข้าซื้อกิจการลูกชิ้นทิพย์ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ทยอยปรับกลยุทธ์ทั้งการปรับราคาขาย การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการขยายช่องทางขาย ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนผลประกอบการให้ฟื้นตัวได้ในไตรมาส 4 ปี 2565 และปีถัดไป โดยนักลงทุนควรจับตาแนวโน้ม GPM และการฟื้นตัวของยอดขายในกลุ่มธุรกิจอาหารแปรรูปและผลไม้อบแห้ง รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GLOCON ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
532.61
ล้านบาท
↓ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
85.24
ล้านบาท
↑ 9.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.00
%
กำไรสุทธิ
-232.24
ล้านบาท
↓ 19.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-43.60
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
533
↓ -0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
85
↑ + 9.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-232
↓ -19.3%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GLOCON
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
-53.84
ROA (%)
-15.27
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GLOCON
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-136
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GLOCON
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-135.63
+15.66%
|
-117.27
+380.02%
|
-24.43
-48.50%
|
-47.44
-11.31%
|
-53.49
|
-113.44
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7.22
-109.71%
|
-74.32
-112.36%
|
601.07
-1,359.84%
|
-47.71
-65.10%
|
-136.72
|
-115.35
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
208.57
+226.09%
|
63.96
-105.93%
|
-1,079.42
-6,536.61%
|
16.77
-62.86%
|
45.15
|
471.68
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
80.16
-162.80%
|
-127.64
-74.61%
|
-502.79
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
34.34
-86.41%
|
252.69
+512.43%
|
41.26
-58.67%
|
99.83
-59.23%
|
244.89
-20.82%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
80.19
+133.52%
|
34.34
-86.41%
|
252.69
+512.43%
|
41.26
-58.67%
|
99.83
-59.24%
|
0.00
|