บริษัทบริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด(มหาชน)
SET · บริการเฉพาะกิจ
0.34
0.01 (2.86%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6775 out_tok=2478 at=2026-07-25T15:01:46 -->
## คาราบาวกรุ๊ป Q3/2566 กำไรสุทธิโต 11% รับแรงหนุนรายได้จัดจำหน่าย-คุมค่าใช้จ่าย
### รายได้จัดจำหน่ายสินค้าบุคคลภายนอกพุ่ง 22% ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบหลักเริ่มคลายกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการเติบโตของรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายสินค้าให้แก่บุคคลภายนอก และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด อย่างไรก็ตาม รายได้จากการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองยังคงปรับตัวลดลง โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดันจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบหลักบางรายการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ CBG ในไตรมาส 3/2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายสินค้าให้แก่บุคคลภายนอกที่เพิ่มขึ้นถึง 22% YoY** ประกอบกับการ **บริหารจัดการค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่ลดลง 20% YoY** ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากยอดขายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองที่ลดลง โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายมาจาก **ความหลากหลายและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง** โดยบริษัทฯ ใช้ประโยชน์จาก **เครือข่ายช่องทางการค้าแบบดั้งเดิม (Traditional trade) และหน่วยรถเงินสดที่มีประสิทธิภาพ** ในการกระจายสินค้า ทำให้เข้าถึงร้านค้าปลีกทั่วประเทศได้มากขึ้น นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ สามารถ **ควบคุมค่าใช้จ่ายขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ** โดยลดลงทั้ง YoY และ QoQ สะท้อนถึงการทำแผนควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ทำให้ต้นทุนต่อรายได้จากการขายรวมลดลง
ในส่วนของผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเอง แม้จะมียอดขายลดลง 14% YoY โดยเฉพาะจากตลาดต่างประเทศ เช่น กัมพูชา เมียนมา และจีน ที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนในการนำเข้า และการฟื้นตัวที่จำกัด แต่ในตลาดในประเทศยังคงเติบโตได้ดีจากการคงราคาขายปลีกที่ 10 บาท และกิจกรรมทางการตลาดที่กระตุ้นการรับรู้และส่วนแบ่งทางการตลาด
สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเล็กน้อยจาก 29% เป็น 27% YoY นั้น เกิดจากการ **เพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น น้ำตาล** และการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมผลิตภัณฑ์ตามยอดขาย แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบบางชนิดจะเริ่มปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่าย เนื่องจากบริษัทฯ จะเริ่มมีรายได้และกำไรจากการรับจ้างจัดจำหน่าย **เบียร์คาราบาวและเบียร์ตะวันแดง** ในไตรมาส 4/2566 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ในส่วนนี้ให้เติบโตขึ้นอีก นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ ยังคงดำเนินกลยุทธ์คงราคาขายปลีก 10 บาท และกิจกรรมทางการตลาดในประเทศ รวมถึงการลงทุนในบริษัทร่วมทุนและจัดตั้งโรงงานผลิตที่เมียนมา เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่แน่นอนในการนำเข้าสินค้า จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการดำเนินงานในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจโลกและในบางประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY และ 10% QoQ**
* **รายได้จากการขายรวม 4,707 ล้านบาท เติบโตคงที่ทั้ง YoY และ QoQ**
* **รายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายบุคคลภายนอกพุ่ง 22% YoY** จากความหลากหลายผลิตภัณฑ์และการกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพ
* **รายได้จากการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองลดลง 14% YoY** โดยเฉพาะจากตลาดต่างประเทศ (CLMV, จีน)
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยเป็น 27%** จากต้นทุนวัตถุดิบหลักที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 20% YoY** จากแผนควบคุมค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 4,707 ล้านบาท เติบโตคงที่ทั้ง YoY และ QoQ โดยรายได้จากการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองอยู่ที่ 2,798 ล้านบาท ลดลง 14% YoY และ 7% QoQ ซึ่งได้รับผลกระทบหลักจากยอดขายธุรกิจต่างประเทศ ในขณะที่รายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายให้แก่บุคคลภายนอกเพิ่มขึ้น 22% YoY เป็น 1,450 ล้านบาท และรายได้จากการขายอื่นเพิ่มขึ้น 254% YoY เป็น 398 ล้านบาท จากการผลิตและขายขวดแก้วและกระป๋องอะลูมิเนียมให้แก่บุคคลภายนอก
กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,262 ล้านบาท ลดลง 7% YoY คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 27% ลดลงจาก 29% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น น้ำตาล
ค่าใช้จ่ายขายและบริหารรวมอยู่ที่ 655 ล้านบาท ลดลง 20% YoY และ 8% QoQ คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากการขายรวม 14%
ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 70% YoY เป็น 51 ล้านบาท จากทิศทางดอกเบี้ยนโยบายที่สูงขึ้นและการเบิกเงินกู้เพิ่ม
ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลง 22% YoY เป็น 80 ล้านบาท คิดเป็นอัตราภาษีที่แท้จริง 13% จากการได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ เท่ากับ 530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY และ 10% QoQ
## โอกาส
* **การรับจ้างจัดจำหน่ายสินค้าใหม่:** การเริ่มรับจ้างจัดจำหน่ายเบียร์คาราบาวและเบียร์ตะวันแดงในไตรมาส 4/2566 คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรในส่วนนี้
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** การลงทุนในบริษัทร่วมทุนและจัดตั้งโรงงานผลิตที่เมียนมา เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่แน่นอนในการนำเข้าสินค้า และการขยายการขายสินค้าไปยังประเทศใหม่ๆ
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์:** การปรับปรุงโฉมผลิตภัณฑ์และพัฒนาสูตรใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์น้ำดื่มและกาแฟ 3 in 1 ที่คาดว่าจะวางจำหน่ายภายในสิ้นปี 2566
* **การใช้พลังงานหมุนเวียน:** การติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาโรงงานรวม 10 เมกะวัตต์ เพื่อลดต้นทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
## ความเสี่ยง
* **สภาวะเศรษฐกิจ:** ความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV และจีน อาจส่งผลกระทบต่อยอดขาย
* **ความไม่แน่นอนในเมียนมา:** สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองในเมียนมา อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการลงทุน
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น น้ำตาล อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขัน:** การแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มชูกำลังและเครื่องดื่มอื่นๆ ยังคงมีอยู่สูง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ยอดขายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและ CLMV
* ผลประกอบการจากการรับจ้างจัดจำหน่ายเบียร์คาราบาวและเบียร์ตะวันแดงในไตรมาส 4/2566
* ความคืบหน้าในการจัดตั้งโรงงานผลิตที่เมียนมา และผลกระทบจากสถานการณ์ในประเทศ
* การเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำดื่มและกาแฟ 3 in 1 ที่ปรับปรุงโฉมใหม่
* แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบหลัก และการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย:** แม้รายได้รวมจะทรงตัว แต่โครงสร้างรายได้มีการเปลี่ยนแปลง โดยรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายเติบโตโดดเด่น ขณะที่รายได้จากการผลิตภายใต้แบรนด์ตนเองลดลง โดยเฉพาะจากต่างประเทศ
* **การกระจายสินค้า:** ความแข็งแกร่งของช่องทางหน่วยรถเงินสดและการกระจายสินค้าแบบดั้งเดิม เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่าย
* **ต้นทุน:** ต้นทุนวัตถุดิบหลักบางรายการเริ่มคลายตัว แต่ยังคงมีผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 19,567 ล้านบาท ลดลง 472 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากสินค้าคงเหลือลดลง หนี้สินรวม 8,862 ล้านบาท ลดลง 612 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ลดลง ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 140 ล้านบาท เป็น 10,705 ล้านบาท สะท้อนกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2566 และการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
## สรุปท้าย
CBG ในไตรมาส 3/2566 สามารถพลิกแรงกดดันจากยอดขายต่างประเทศที่ลดลง ด้วยการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่ายและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตได้ 11% YoY การขยายธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่ายสินค้าใหม่ในไตรมาส 4/2566 และการลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหาการนำเข้าในเมียนมา เป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตา ขณะที่ความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจและความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GENCO ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
114.15
ล้านบาท
↓ 60.3% YoY
กำไรขั้นต้น
31.48
ล้านบาท
↓ 52.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.58
%
กำไรสุทธิ
24.85
ล้านบาท
↓ 119% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
21.77
%
D/E Ratio
0.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
114
↓ -60.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
31
↓ -52.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
25
↓ -119%
YoY
D/E Ratio
0.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GENCO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.25
ROE (%)
3.92
ROA (%)
3.59
Book Value/หุ้น
1.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GENCO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+51
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GENCO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
51.13
+140.50%
|
21.26
-160.92%
|
-34.90
-41.41%
|
-59.57
+38.53%
|
-43.00
-273.95%
|
24.72
+123.91%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
10.92
-66.84%
|
32.93
-170.45%
|
-46.74
+0.34%
|
-46.58
-23.25%
|
-60.69
+14,702.44%
|
-0.41
-99.51%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
25.32
-298.74%
|
-12.74
-357.37%
|
4.95
-132.46%
|
-15.25
-57.53%
|
-35.91
+6.65%
|
-33.67
-27.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
87.37
+110.78%
|
41.45
-154.03%
|
-76.71
+15,555.10%
|
-0.49
-99.20%
|
-60.87
+550.32%
|
-9.36
-92.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
169.12
+155.85%
|
66.10
-50.50%
|
133.53
+23.81%
|
107.85
-33.78%
|
162.86
-5.43%
|
172.22
-40.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
205.34
+21.42%
|
169.12
+155.85%
|
66.10
-50.50%
|
133.53
+23.81%
|
107.85
-33.78%
|
162.86
-5.43%
|