บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
5.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7732 out_tok=3027 at=2026-07-25T14:06:58 -->
EKH กำไรสุทธิ Q4/65 พุ่ง 293% รับกำไรพิเศษจากการลงทุน KLINIQ
EKH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 352.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 293.09% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากกิจการโรงพยาบาลจะลดลงก็ตาม โดยปัจจัยหลักมาจากกำไรจากการลงทุนในหุ้น KLINIQ ที่เข้ามาหนุนผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ EKH ในไตรมาส 4 ปี 2565 ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างโดดเด่น คือ **กำไรจากการลงทุนในตราสารทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไร** โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการลงทุนในบริษัท เดอะคลีนิกค์คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ ซึ่งมีมูลค่าถึง 409.96 ล้านบาท ปัจจัยนี้เข้ามาชดเชยการลดลงของรายได้หลักจากกิจการโรงพยาบาลได้อย่างมีนัยสำคัญ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ EKH ในไตรมาส 4 ปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 293.09% (จาก 89.57 ล้านบาท เป็น 352.09 ล้านบาท) มาจาก **รายการกำไรจากการลงทุนในตราสารทุน** ซึ่งเป็นรายการพิเศษ (one-time gain) จากการลงทุนในหุ้น KLINIQ มูลค่า 409.96 ล้านบาท ในขณะที่รายได้จากกิจการโรงพยาบาลกลับลดลง 9.62% ในไตรมาส 4/2565 เมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากกลไกที่ชัดเจน โดยรายได้หลักจากกิจการโรงพยาบาลของ EKH ในไตรมาส 4 ปี 2565 ปรับตัวลดลง 9.62% มาอยู่ที่ 250.81 ล้านบาท (จาก 277.51 ล้านบาท) ซึ่งเป็นผลมาจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้สัดส่วนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาลดลง ประกอบกับการปรับปรุงรายได้ค้างรับจากการตรวจรักษาโควิด-19 เป็นจำนวน 30.50 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 25.88% และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 43.30% เป็น 35.50% อย่างไรก็ตาม การรับรู้กำไรจากการลงทุนในหุ้น KLINIQ ซึ่งเป็นรายการพิเศษ ได้เข้ามาช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** กำไรจากการลงทุนในหุ้น KLINIQ เป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติของธุรกิจโรงพยาบาล ดังนั้น จึงไม่น่าจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในลักษณะเดียวกันนี้ในไตรมาสถัดไป แม้ว่าบริษัทฯ จะมีสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่กำไรที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้มาจากรายการพิเศษเป็นหลัก
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 293.09% ใน Q4/65:** บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 352.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 89.57 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้โรงพยาบาลลดลง 9.62% ใน Q4/65:** รายได้จากกิจการโรงพยาบาลอยู่ที่ 250.81 ล้านบาท ลดลงจาก 277.51 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* **กำไรขั้นต้นหดตัว 25.88% ใน Q4/65:** กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 89.05 ล้านบาท ลดลงจาก 120.15 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
* **รายได้รวมเติบโต 106.28% ใน Q4/65:** รายได้รวมอยู่ที่ 669.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 324.78 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้อื่น (กำไรจากตราสารทุน)
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 59.88%:** กำไรสุทธิรวมทั้งปีอยู่ที่ 551.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 344.83 ล้านบาทในปี 2564
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 68.78%:** ณ สิ้นปี 2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 2,248.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,332.24 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นมาก
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีรายได้รวม 669.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q4/64) ที่มีรายได้รวม 324.78 ล้านบาท โดยการเพิ่มขึ้นนี้มาจากรายได้อื่นหรือกำไรจากตราสารทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไร จากการลงทุนใน KLINIQ ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2565 สูงถึง 352.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 293.09% จาก 89.57 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,491.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.17% จาก 1,201.03 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำไรจากตราสารทุนและเงินปันผลรับ ส่งผลให้กำไรสุทธิทั้งปี 2565 อยู่ที่ 551.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.88% จาก 344.83 ล้านบาทในปี 2564
อย่างไรก็ตาม รายได้จากกิจการโรงพยาบาลในไตรมาส 4 ปี 2565 ปรับตัวลดลง 9.62% มาอยู่ที่ 250.81 ล้านบาท และทั้งปีลดลง 8.54% มาอยู่ที่ 1,048.51 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง ทำให้สัดส่วนการเข้ารับการรักษาพยาบาลลดลง ประกอบกับการปรับปรุงรายได้ค้างรับจากการตรวจรักษาโควิด-19 เป็นจำนวน 30.50 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นในไตรมาส 4 ปี 2565 ลดลง 25.88% และทั้งปีลดลง 19.14%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของรายได้จากกิจการโรงพยาบาล:** แม้ในไตรมาส 4/65 รายได้จากโรงพยาบาลจะลดลง แต่การที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง อาจส่งผลดีต่อการกลับมาใช้บริการทางการแพทย์ปกติของผู้ป่วยทั่วไปในระยะยาว
* **การลงทุนใน KLINIQ:** การลงทุนใน KLINIQ ซึ่งเป็นธุรกิจคลินิกความงามที่กำลังเติบโต อาจสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคตหาก KLINIQ ยังคงเติบโตได้ตามแผน
* **การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงิน:** การมีสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้จากส่วนนี้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้พิเศษ:** ผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2565 ได้รับแรงหนุนจากกำไรพิเศษจากการลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่แน่นอนและไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** ธุรกิจโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชน รวมถึงคลินิกเฉพาะทางต่างๆ
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** การปรับปรุงเกณฑ์การจ่ายลดลงของค่าตรวจรักษาโควิด-19 และผลบังคับใช้ย้อนหลัง แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของภาครัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากกิจการโรงพยาบาล:** จับตาดูว่ารายได้จากผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกจะกลับมาเติบโตได้หรือไม่ หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* **ผลตอบแทนจากการลงทุนใน KLINIQ:** ติดตามผลการดำเนินงานของ KLINIQ และการรับรู้กำไรจากการลงทุนในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้รายได้โรงพยาบาลลดลง แต่ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลกลับปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงในไตรมาสนี้ ควรติดตามแนวโน้มว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 14.03% ในปี 2565 ควรติดตามว่าการเพิ่มขึ้นนี้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้หรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากกิจการโรงพยาบาล:** รายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) ในไตรมาส 4/65 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.96% มาอยู่ที่ 129.30 ล้านบาท แต่ทั้งปีลดลง 8.95% มาอยู่ที่ 540.22 ล้านบาท เนื่องจากผู้ป่วยโควิดลดลง ในขณะที่รายได้จากผู้ป่วยนอก (OPD) ในไตรมาส 4/65 ลดลง 19.36% มาอยู่ที่ 121.51 ล้านบาท และทั้งปีลดลง 8.09% มาอยู่ที่ 508.29 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของผู้เข้ารับบริการรักษาโควิด
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 4/65 อยู่ที่ 35.50% ลดลงจาก 43.30% ในปีก่อน และทั้งปีอยู่ที่ 41.92% ลดลงจาก 47.42% ซึ่งสอดคล้องกับรายได้โรงพยาบาลที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 17.55% ใน Q4/64 เป็น 10.35% ใน Q4/65 และจาก 14.41% ในปี 2564 เป็น 13.23% ในปี 2565 เนื่องจากมีรายได้อื่นจากเงินลงทุนใน KLINIQ เข้ามาช่วย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,248.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.78% จากปีก่อน โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 337.34% มาอยู่ที่ 776.10 ล้านบาท และสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 196.25% มาอยู่ที่ 620.00 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลงทุนในตราสารทุน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 315.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.86% โดยหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 152.31% ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 75.19% มาอยู่ที่ 1,932.90 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มทุนแบบ Private Placement และกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
EKH ปิดฉากปี 2565 ด้วยผลประกอบการที่โดดเด่นในไตรมาส 4 โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 293.09% จากปัจจัยพิเศษคือการรับรู้กำไรจากการลงทุนในหุ้น KLINIQ แม้ว่ารายได้หลักจากธุรกิจโรงพยาบาลจะเผชิญแรงกดดันจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และการปรับปรุงรายได้ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงินและส่วนของผู้ถือหุ้น แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากกิจการโรงพยาบาล และผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EKH ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
339.20
ล้านบาท
↑ 10.1% YoY
กำไรขั้นต้น
143.33
ล้านบาท
↑ 9.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.26
%
กำไรสุทธิ
81.69
ล้านบาท
↑ 30% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
24.08
%
D/E Ratio
0.16
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
339
↑ + 10.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
143
↑ + 9.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
82
↑ + 30%
YoY
D/E Ratio
0.16
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EKH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.16
ROE (%)
10.39
ROA (%)
11.12
Book Value/หุ้น
3.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EKH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-27
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-566
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EKH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-26.51
-85.35%
|
-180.97
+179.10%
|
-64.84
-42.04%
|
-111.87
-1,640.91%
|
7.26
-85.30%
|
49.38
-139.17%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-565.80
-19.69%
|
-704.50
-230.89%
|
538.25
-1,641.38%
|
-34.92
-78.98%
|
-166.12
-10,107.23%
|
1.66
-102.34%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
693.17
+109.77%
|
330.45
+39.44%
|
236.99
+61.01%
|
147.19
+214.44%
|
46.81
-62.16%
|
123.71
+4.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
100.88
-118.18%
|
-555.02
-178.13%
|
710.38
+173,163.41%
|
0.41
-100.37%
|
-112.05
-163.67%
|
175.98
-325.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
956.52
+24.53%
|
768.08
-1.03%
|
776.10
+337.34%
|
177.46
+5.71%
|
167.87
-14.83%
|
197.09
+158.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
628.32
-34.31%
|
956.52
+24.53%
|
768.08
-1.03%
|
776.10
+337.34%
|
177.46
+5.71%
|
167.87
-14.83%
|