บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
5.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5239 out_tok=2397 at=2026-07-25T15:15:35 -->
# EKH กำไรสุทธิปี 64 หดตัว 5.6% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-การตลาดดันค่าใช้จ่าย
## รายได้รวมทรงตัว แต่ต้นทุนขาย-ค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่ม กดดันอัตรากำไรขั้นต้น-สุทธิ
บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้จากการขายรวม 6,518.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% จากปีก่อน โดยมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 4.1% จากการปรับกลยุทธ์เน้นผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่สำหรับบริโภคในครัวเรือนและการส่งเสริมการขาย อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 4.0% และต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น 6.4% ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 533.3 ล้านบาท ลดลง 5.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ EKH ในปี 2564 ปรับตัวลดลง มาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ลดลง 1.5 จุดเปอร์เซ็นต์ จาก 41.8% ในปี 2563 เป็น 40.3% ในปี 2564 ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายด้านส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น** ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนในการจัดจำหน่าย ทำให้กำไรสุทธิลดลง 5.6% จาก 564.9 ล้านบาท เป็น 533.3 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ **ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น** และ **การที่ปี 2563 มีรายการครั้งเดียว** คือส่วนลดจากบริษัทคู่ค้าและซัพพลายเออร์เพื่อช่วยเหลือในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งรายการนี้ไม่มีในปี 2564 ทำให้ต้นทุนขายในปี 2564 ดูสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนช่องทางการกระจายสินค้าเพื่อรองรับการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ทำให้ **ค่าใช้จ่ายด้านส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น** 6.4% เพื่อกระตุ้นยอดขาย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าได้บริหารจัดการต้นทุนคงที่เพื่อลดผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และได้ดำเนินงานตามแผนบริหารรายได้โดยเน้นผลิตภัณฑ์เพื่อบริโภคในครัวเรือนและการปรับเปลี่ยนช่องทางการขาย รวมถึงการส่งเสริมด้านราคา แต่การที่ราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะต่อไปได้ ต้องติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและประสิทธิภาพของกลยุทธ์การตลาดอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเพิ่ม 1.4%**: อยู่ที่ 6,518.0 ล้านบาท จากปริมาณการขายที่เติบโต 4.1% หลังปรับกลยุทธ์เน้นผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่และส่งเสริมการขาย
* **กำไรสุทธิลดลง 5.6%**: อยู่ที่ 533.3 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 564.9 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว 1.5%**: อยู่ที่ 40.3% จาก 41.8% สาเหตุหลักจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และรายการส่วนลดพิเศษในปี 2563
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 2.1%**: แม้ต้นทุนค่าขนส่งและส่งเสริมการขายเพิ่ม แต่ค่าใช้จ่ายบริหารลดลงจากการบริหารจัดการที่ดีขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 22.5%**: เหลือ 12.9 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินต้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH มีรายได้จากการขายรวม 6,518.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% จากปีก่อนที่ 6,425.4 ล้านบาท โดยมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 4.1% เป็น 61.9 ล้านยูนิตเคส จาก 59.5 ล้านยูนิตเคส ในปี 2563 การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายมาจากการปรับกลยุทธ์การขายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ COVID-19 โดยเน้นผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่สำหรับบริโภคในครัวเรือน (Home Consumption) และการส่งเสริมการขายด้านราคาในบางผลิตภัณฑ์และช่องทางการจำหน่าย
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายในปี 2564 อยู่ที่ 3,893.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% จากปีก่อนที่ 3,741.9 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 1.5 จุดเปอร์เซ็นต์ จาก 41.8% ในปี 2563 เป็น 40.3% ในปี 2564 สาเหตุหลักมาจากปี 2563 มีรายการครั้งเดียวคือส่วนลดจากคู่ค้าและซัพพลายเออร์ ประกอบกับราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร รวมกันอยู่ที่ 2,009.6 ล้านบาท ลดลง 2.1% จากปีก่อนที่ 2,052.9 ล้านบาท แม้ต้นทุนค่าขนส่งจะเพิ่มขึ้น 7.7% จากราคาเชื้อเพลิง และค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น 6.4% แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.3% จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น
ส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 2564 อยู่ที่ 533.3 ล้านบาท ลดลง 5.6% จากปีก่อนที่ 564.9 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 8.8% เป็น 8.2%
## โอกาส
* **การปรับกลยุทธ์การขาย**: บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์การขายโดยเน้นผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่สำหรับบริโภคในครัวเรือน (Home Consumption) และการปรับเปลี่ยนช่องทางการขาย (Omnichannel) รวมถึงการส่งเสริมด้านราคาด้วยการเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่ามากขึ้น (Price Mix) ซึ่งช่วยรักษามูลค่าส่วนแบ่งการตลาดในภาคใต้ได้
* **การเพิ่มปริมาณผลิตภัณฑ์**: การเพิ่มปริมาณในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มบางขนาดโดยจำหน่ายในราคาเดิม เป็นการเพิ่มความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภค
* **การขยายช่องทางการจำหน่าย**: การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายน้ำดื่มน้ำทิพย์ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น
* **ผลิตภัณฑ์ไม่มีน้ำตาล**: การส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ไม่มีน้ำตาลในรูปแบบรสชาติใหม่ๆ ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้เพิ่มสูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น**: เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง
* **ต้นทุนราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น**: ส่งผลต่อต้นทุนค่าขนส่ง ซึ่งบริษัทฯ พยายามบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบ
* **การแข่งขันในตลาด**: แม้จะรักษาส่วนแบ่งการตลาดได้ แต่การแข่งขันยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ**: มาตรการควบคุม COVID-19 และภาวะเศรษฐกิจอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ**: จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การตลาด**: การส่งเสริมการขายและการปรับช่องทางจำหน่ายจะช่วยเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งการตลาดได้มากน้อยเพียงใด
* **การบริหารจัดการต้นทุน**: ความสามารถในการควบคุมต้นทุนค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* **การปรับตัวของผู้บริโภค**: การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย**: เพิ่มขึ้น 1.4% เป็น 6,518.0 ล้านบาท โดยมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 4.1% เป็น 61.9 ล้านยูนิตเคส
* **กลยุทธ์การขาย**: เน้นผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่สำหรับบริโภคในครัวเรือน, การปรับช่องทางการขายแบบ Omnichannel, การเสนอผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่า (เพิ่มปริมาณแต่ราคาเดิม), การขยายช่องทางน้ำดื่ม, และการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ไม่มีน้ำตาล
* **ส่วนแบ่งการตลาด**: รักษาส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-Alcohol) และน้ำอัดลม (Soda) ในภาคใต้ได้ที่ 26.1% และ 81.5% ตามลำดับ
* **ต้นทุนขาย**: เพิ่มขึ้น 4.0% เป็น 3,893.3 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น**: ลดลง 1.5 จุดเปอร์เซ็นต์ เป็น 40.3%
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย**: เพิ่มขึ้น 0.5% เป็น 1,277.9 ล้านบาท โดยมีต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น 7.7% และค่าส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น 6.4%
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร**: ลดลง 6.3% เป็น 731.7 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด)
## สรุปท้าย
ปี 2564 EKH เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 5.6% แม้จะมีความพยายามในการปรับกลยุทธ์การขายเพื่อเพิ่มปริมาณและรักษาส่วนแบ่งการตลาด แต่การบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในปีถัดไป เพื่อรักษาอัตรากำไรให้ดีขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EKH ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
339.20
ล้านบาท
↑ 10.1% YoY
กำไรขั้นต้น
143.33
ล้านบาท
↑ 9.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.26
%
กำไรสุทธิ
81.69
ล้านบาท
↑ 30% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
24.08
%
D/E Ratio
0.16
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
339
↑ + 10.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
143
↑ + 9.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
82
↑ + 30%
YoY
D/E Ratio
0.16
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EKH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.16
ROE (%)
10.39
ROA (%)
11.12
Book Value/หุ้น
3.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EKH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-27
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-566
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EKH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-26.51
-85.35%
|
-180.97
+179.10%
|
-64.84
-42.04%
|
-111.87
-1,640.91%
|
7.26
-85.30%
|
49.38
-139.17%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-565.80
-19.69%
|
-704.50
-230.89%
|
538.25
-1,641.38%
|
-34.92
-78.98%
|
-166.12
-10,107.23%
|
1.66
-102.34%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
693.17
+109.77%
|
330.45
+39.44%
|
236.99
+61.01%
|
147.19
+214.44%
|
46.81
-62.16%
|
123.71
+4.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
100.88
-118.18%
|
-555.02
-178.13%
|
710.38
+173,163.41%
|
0.41
-100.37%
|
-112.05
-163.67%
|
175.98
-325.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
956.52
+24.53%
|
768.08
-1.03%
|
776.10
+337.34%
|
177.46
+5.71%
|
167.87
-14.83%
|
197.09
+158.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
628.32
-34.31%
|
956.52
+24.53%
|
768.08
-1.03%
|
776.10
+337.34%
|
177.46
+5.71%
|
167.87
-14.83%
|