บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
5.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6106 out_tok=2277 at=2026-07-25T15:50:03 -->
# EKH กำไรสุทธิ Q1/66 โต 5.22% รับแรงหนุนกำไรพิเศษจากการลงทุน KLINIQ
## รายได้โรงพยาบาลหดตัว 5.26% ตามสถานการณ์โควิดคลี่คลาย แต่รายได้รวมยังเติบโตจากกำไรลงทุน
บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 300.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.03% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 78.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.22% แม้รายได้จากกิจการโรงพยาบาลจะลดลง แต่การเติบโตของรายได้รวมและกำไรสุทธิได้รับแรงหนุนสำคัญจากกำไรจากการลงทุนในหุ้นบริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ EKH ในไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโต 5.22% มาอยู่ที่ 78.34 ล้านบาท มาจาก **"กำไรจากการลงทุนในตราสารทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไร"** ซึ่งบริษัทได้ลงทุนใน KLINIQ เป็นจำนวน 28.80 ล้านบาท ในขณะที่รายได้หลักจากกิจการโรงพยาบาลกลับปรับตัวลดลงถึง 5.26%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้จากกิจการโรงพยาบาล เกิดจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง ส่งผลให้สัดส่วนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาลดลง โดยรายได้จากผู้ป่วยในลดลง 3.67% และรายได้จากผู้ป่วยนอกลดลง 6.96% ซึ่งทั้งสองส่วนนี้เป็นผลโดยตรงจากการลดลงของผู้ป่วยโควิดที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิถูกชดเชยด้วยกำไรพิเศษจากการลงทุนใน KLINIQ ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานหลักของธุรกิจโรงพยาบาล ทำให้แม้รายได้จากการดำเนินงานหลักจะลดลง แต่กำไรสุทธิโดยรวมยังคงเติบโตได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยกำไรพิเศษจากการลงทุนใน KLINIQ เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time gain) จากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน ณ สิ้นงวด ซึ่งไม่ได้สะท้อนถึงการดำเนินงานปกติของธุรกิจโรงพยาบาล ในขณะที่รายได้หลักจากกิจการโรงพยาบาลมีแนวโน้มที่จะเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปหลังยุคโควิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเพิ่ม 5.22% YoY:** อยู่ที่ 78.34 ล้านบาท จาก 74.45 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเพิ่ม 8.03% YoY:** อยู่ที่ 300.17 ล้านบาท จาก 277.87 ล้านบาท
* **รายได้โรงพยาบาลลดลง 5.26% YoY:** อยู่ที่ 261.03 ล้านบาท จาก 275.53 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการลดลงของผู้ป่วยโควิด
* **กำไรขั้นต้นลดลง 13.96% YoY:** อยู่ที่ 110.65 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 46.68% เป็น 42.39%
* **กำไรพิเศษจากการลงทุนใน KLINIQ:** จำนวน 28.80 ล้านบาท เป็นปัจจัยหนุนกำไรสุทธิหลัก
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 34.53% YoY:** อยู่ที่ 51.97 ล้านบาท จาก 38.63 ล้านบาท สาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าตอบแทนพนักงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH มีรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2566 จำนวน 300.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.03% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นหรือกำไรจากตราสารทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไร จากการลงทุนในบริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 78.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม รายได้จากกิจการโรงพยาบาลในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 261.03 ล้านบาท ลดลง 5.26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้สัดส่วนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาลดลง โดยรายได้จากผู้ป่วยในลดลง 3.67% และรายได้จากผู้ป่วยนอกลดลง 6.96%
ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 2.36% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 13.96% และอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงจาก 46.68% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 42.39% ในไตรมาสนี้
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 34.53% เป็น 51.97 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนและค่าตอบแทนพนักงาน รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการตลาด ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 13.90% เป็น 17.31%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกิจกรรมทางสังคม:** การกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติหลังโควิด อาจส่งผลดีต่อจำนวนผู้เข้ารับบริการโรงพยาบาลในระยะยาว
* **การลงทุนในธุรกิจอื่น:** การลงทุนใน KLINIQ อาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และผลกำไรเพิ่มเติมในอนาคต หากการลงทุนดังกล่าวประสบความสำเร็จ
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** ธุรกิจโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชน รวมถึงคลินิกเฉพาะทาง
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** ผู้บริโภคอาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเข้ารับบริการทางการแพทย์หลังยุคโควิด เช่น การใช้บริการ Telemedicine มากขึ้น
* **ความผันผวนของรายได้พิเศษ:** กำไรจากรายการพิเศษ เช่น การลงทุนในตราสารทุน อาจไม่สม่ำเสมอและไม่สามารถคาดการณ์ได้ในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากกิจการโรงพยาบาลในไตรมาสถัดไป จะสามารถฟื้นตัวกลับมาเติบโตได้หรือไม่
* ผลตอบแทนจากการลงทุนใน KLINIQ จะเป็นอย่างไรในระยะยาว
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและสุทธิ
* แผนการขยายธุรกิจหรือการลงทุนใหม่ๆ ของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากกิจการโรงพยาบาล:** ลดลง 5.26% YoY เป็น 261.03 ล้านบาท โดยรายได้จากผู้ป่วยในลดลง 3.67% และผู้ป่วยนอกลดลง 6.96% สะท้อนผลกระทบจากการลดลงของผู้ป่วยโควิด
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับลดลงจาก 46.68% เป็น 42.39% เนื่องจากต้นทุนกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (2.36%) ในขณะที่รายได้ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 34.53% YoY เป็น 51.97 ล้านบาท คิดเป็น 17.31% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจาก 13.90% ในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าตอบแทนพนักงาน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 3.02% เป็น 2,316.33 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนและไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (190.16% และ 10.65% ตามลำดับ) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลงทุนในตราสารทุน
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ลดลง 5.41% เป็น 734.09 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 3.62% เป็น 304.19 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 9.13%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 4.10% เป็น 2,012.13 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
EKH ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับความท้าทายจากรายได้หลักในธุรกิจโรงพยาบาลที่ลดลงตามการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และการแข่งขันที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิได้จากการรับรู้กำไรพิเศษจากการลงทุนใน KLINIQ ซึ่งเป็นรายการครั้งคราว นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานหลัก และผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EKH ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
339.20
ล้านบาท
↑ 10.1% YoY
กำไรขั้นต้น
143.33
ล้านบาท
↑ 9.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.26
%
กำไรสุทธิ
81.69
ล้านบาท
↑ 30% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
24.08
%
D/E Ratio
0.16
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
339
↑ + 10.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
143
↑ + 9.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
82
↑ + 30%
YoY
D/E Ratio
0.16
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EKH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.16
ROE (%)
10.39
ROA (%)
11.12
Book Value/หุ้น
3.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EKH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-27
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-566
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EKH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-26.51
-85.35%
|
-180.97
+179.10%
|
-64.84
-42.04%
|
-111.87
-1,640.91%
|
7.26
-85.30%
|
49.38
-139.17%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-565.80
-19.69%
|
-704.50
-230.89%
|
538.25
-1,641.38%
|
-34.92
-78.98%
|
-166.12
-10,107.23%
|
1.66
-102.34%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
693.17
+109.77%
|
330.45
+39.44%
|
236.99
+61.01%
|
147.19
+214.44%
|
46.81
-62.16%
|
123.71
+4.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
100.88
-118.18%
|
-555.02
-178.13%
|
710.38
+173,163.41%
|
0.41
-100.37%
|
-112.05
-163.67%
|
175.98
-325.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
956.52
+24.53%
|
768.08
-1.03%
|
776.10
+337.34%
|
177.46
+5.71%
|
167.87
-14.83%
|
197.09
+158.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
628.32
-34.31%
|
956.52
+24.53%
|
768.08
-1.03%
|
776.10
+337.34%
|
177.46
+5.71%
|
167.87
-14.83%
|