บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
5.30
+0.05 (+0.95%)
สรุปสั้น
รายได้จากการขายและการให้บริการจํานวน 4,815.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 9.91 และมีกําไรสุทธิจํานวน 585.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 5.03 เนื่องจากนโยบายในการบริหารจัดการด้านการผลิต การขาย และ การตลาดอย่างต่อเนื่อง มีผลทําให้กลุ่มบริษัทสามารถรักษาอัตรากําไรขั้นต้นให้อยู่ในเกณฑ์ที่กําหนด และมีกําไรสุทธิและ กําไรสะสมเพิ่มขึ้น
รายได้จากการขายสินค้าจํานวน 4,452.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 382.94 ล้านบาทหรือร้อยละ 9.41 เนื่องจากรายได้จากการขายสินค้าผ่านกลุ่มลูกค้าโครงการบ้านจัดสรรเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.47 และกลุ่มลูกค้าโมเดิร์น เทรดเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.18 รายได้จากการให้บริการจํานวน 362.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 51.16 ล้านบาทหรือร้อยละ 16.41
เนื่องจากรายได้ค่าบริการเพิ่มขึ้น 25.87 ล้านบาท และรายได้ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น 25.29 ล้านบาท รายได้อื่นจํานวน 10.30 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 17.80 ล้านบาทหรือร้อยละ 63.35 เนื่องจากรายได้จากการ ขายที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ที่จังหวัดสระบุรี จํานวน 14.05 ล้านบาท ในปี 2563
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13333 out_tok=2770 at=2026-07-25T04:42:49 -->
DRT กำไรสุทธิ Q2/2566 ลดลง 10.35% ท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
รายได้รวมเติบโต 10.78% แต่ต้นทุนพุ่งสูงกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นหดตัว ฝ่ายบริหารเร่งบริหารต้นทุนและ Product Mix เพื่อรักษาอัตรากำไร
บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 166.87 ล้านบาท ลดลง 10.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและการให้บริการจะเติบโต 10.82% เป็น 1,516.30 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทันที
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ DRT ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลง คือ **แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) แม้ว่ารายได้จากการขายและการให้บริการจะยังคงเติบโตได้ดี
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น ปูนซีเมนต์ เยื่อกระดาษ และใยหิน รวมถึงต้นทุนพลังงาน ยังคงทรงตัวในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน ในขณะที่กลุ่มบริษัทไม่สามารถปรับราคาขายสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 29.10% ในไตรมาส 2/2565 มาอยู่ที่ 25.16% ในไตรมาส 2/2566 การที่ต้นทุนสินค้าขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ (16.96% เทียบกับ 10.82%) เป็นปัจจัยหลักที่กดดันกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
มีโอกาสที่จะเกิดความกดดันต่ออัตรากำไรอย่างต่อเนื่องในระยะสั้นถึงกลาง ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าในไตรมาส 3/2566 ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบหลักจะยังคงทรงตัวในระดับสูง และการปรับขึ้นราคาขายยังมีข้อจำกัด นอกจากนี้ ความต้องการสินค้าที่ลดลงจากการเข้าสู่ช่วงนอกฤดูการขาย และการชะลอตัวของดีมานด์ทั้งภาครัฐและเอกชนหลังการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการบริหาร Product Mix และรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรให้สูงกว่า 90% เพื่อสนับสนุนการทำตลาดภายใต้กลยุทธ์ ‘สวยครบเซตตราเพชรทั้งหลัง’
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง:** ไตรมาส 2/2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 166.87 ล้านบาท ลดลง 10.35% YoY
* **รายได้รวมเติบโต:** รายได้รวมอยู่ที่ 1,519.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.78% YoY
* **ต้นทุนพุ่งกดดันกำไรขั้นต้น:** ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 16.96% YoY ขณะที่รายได้เพิ่ม 10.82% YoY ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GP) ลดลงจาก 29.10% เหลือ 25.16%
* **การเติบโตของรายได้กระจายตัว:** รายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น 10.20% โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าโครงการบ้านจัดสรรที่เติบโต 22.79% และรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 18.24%
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** เพิ่มขึ้น 5.52% YoY โดยมีค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 4.50% เป็นหลัก
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.52 เท่า ลดลงจาก 0.57 เท่า ณ สิ้นปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2/2566 DRT มีรายได้รวมจากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 1,516.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าในทุกกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มโครงการบ้านจัดสรรที่เพิ่มขึ้นถึง 22.79% รวมถึงรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 18.24% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนจากการขายและการให้บริการได้ปรับตัวสูงขึ้นถึง 16.96% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GP) ลดลง 4.16% มาอยู่ที่ 381.56 ล้านบาท ประกอบกับค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 5.52% ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 166.87 ล้านบาท ลดลง 10.35% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 3,071.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.55% YoY แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 344.22 ล้านบาท ลดลง 8.95% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับไตรมาส 2
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้ในทุกช่องทาง:** การที่รายได้จากการขายสินค้าและบริการเติบโตได้ดีในทุกกลุ่มลูกค้า ทั้งโครงการบ้านจัดสรร ตัวแทนจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงโมเดิร์นเทรด แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขยายตลาด
* **กลยุทธ์ 'สวยครบเซตตราเพชรทั้งหลัง':** การเน้นการตลาดผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างแบบครบวงจร จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าที่หลากหลายและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
* **การบริหาร Product Mix:** การบริหาร Product Mix ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้ในระดับหนึ่ง
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ทรงตัวสูง:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันหากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันท่วงที
* **ความต้องการสินค้าที่ลดลงและชะลอตัว:** การเข้าสู่ช่วงนอกฤดูการขาย และความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาล อาจส่งผลให้ดีมานด์ทั้งภาครัฐและเอกชนชะลอตัวลง
* **ข้อจำกัดในการปรับขึ้นราคาขาย:** การแข่งขันในตลาดและสภาวะเศรษฐกิจอาจทำให้บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงได้ทั้งหมด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** ติดตามทิศทางราคาอย่างใกล้ชิดว่าจะมีแนวโน้มลดลงหรือทรงตัวสูงต่อไป
* **การปรับขึ้นราคาขาย:** สังเกตการณ์ว่าบริษัทจะสามารถปรับราคาขายสินค้าเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้มากน้อยเพียงใด
* **การบริหาร Product Mix และอัตราการเดินเครื่องจักร:** ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การฟื้นตัวของดีมานด์ในตลาด:** จับตาดูสัญญาณการฟื้นตัวของความต้องการสินค้าวัสดุก่อสร้าง ทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐ
* **การดำเนินงานในไตรมาส 3/2566:** ประเมินผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาลและสภาวะเศรษฐกิจต่อยอดขายและกำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง DRT ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง แม้ว่ารายได้จากการขายสินค้าจะเติบโตได้ดี โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าโครงการบ้านจัดสรรที่เพิ่มขึ้น 22.79% ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ในบางส่วน แต่การที่ต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างปูนซีเมนต์ เยื่อกระดาษ และใยหิน รวมถึงต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทเผชิญความท้าทายในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น การที่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันท่วงทีตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 29.10% ในปีก่อน เหลือ 25.16% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นจุดที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
การบริหาร Product Mix และการรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรให้สูงกว่า 90% เป็นกลยุทธ์สำคัญที่บริษัทนำมาใช้เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น และสนับสนุนการทำตลาดผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างภายใต้กลยุทธ์ ‘สวยครบเซตตราเพชรทั้งหลัง’ ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและตอบสนองความต้องการของตลาดที่หลากหลาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 DRT มีสินทรัพย์รวม 3,810.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.87% จากสิ้นปี 2565 โดยมีลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นสุทธิเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยหลัก ในขณะที่หนี้สินรวมลดลง 3.83% มาอยู่ที่ 1,301.49 ล้านบาท จากการลดลงของเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 0.52 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและต่ำกว่า 2 เท่าตามเงื่อนไขเงินกู้
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 5.11% มาอยู่ที่ 2,509.14 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 344.22 ล้านบาท แต่มีการจ่ายเงินปันผล 222.31 ล้านบาท ทำให้มูลค่าหุ้นตามบัญชีเพิ่มขึ้นจาก 2.79 บาท เป็น 2.93 บาทต่อหุ้น
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 607.04 ล้านบาท สูงกว่ากำไรสุทธิก่อนภาษี ซึ่งเป็นผลมาจากรายการที่ไม่กระทบเงินสด เช่น ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น และการลดลงของสินค้าคงเหลือ อย่างไรก็ตาม มีการใช้เงินสดสุทธิในกิจกรรมลงทุน 143.82 ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องจักรผลิตกระเบื้องหลังคาคอนกรีต (CT-6) และมีการใช้เงินสดสุทธิในกิจกรรมจัดหาเงิน 455.07 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการชำระคืนเงินกู้ยืมและจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
DRT เผชิญความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นในไตรมาส 2/2566 ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่ารายได้จะยังคงเติบโตได้ดีจากทุกช่องทางการจัดจำหน่าย อย่างไรก็ตาม บริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เพียงพอต่อการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุนและรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรให้สูง การบริหาร Product Mix และการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประคองผลประกอบการให้เป็นไปตามเป้าหมายท่ามกลางสภาวะตลาดที่ยังมีความไม่แน่นอน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DRT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
975.07
ล้านบาท
↓ 4.2% YoY
กำไรขั้นต้น
232.38
ล้านบาท
↑ 14.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.83
%
กำไรสุทธิ
73.40
ล้านบาท
↑ 11.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.53
%
D/E Ratio
0.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
975
↓ -4.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
232
↑ + 14.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
73
↑ + 11.5%
YoY
D/E Ratio
0.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DRT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.74
ROE (%)
12.99
ROA (%)
9.51
Book Value/หุ้น
2.98
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DRT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-679
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+429
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DRT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-678.57
-0.94%
|
-685.01
-14.06%
|
-797.07
-24.02%
|
-1,049.10
+2.17%
|
-1,026.81
+47.01%
|
-698.44
+43.67%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
428.85
+215.54%
|
135.91
+341.41%
|
30.79
+25.98%
|
24.44
+26.17%
|
19.37
-87.17%
|
151.03
-263.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
238.66
-63.94%
|
661.86
-9.38%
|
730.36
-28.67%
|
1,023.90
+2.51%
|
998.84
+87.58%
|
532.48
-3.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-12.66
-35.64%
|
-19.67
-49.03%
|
-38.59
+812.29%
|
-4.23
-56.62%
|
-9.75
-40.80%
|
-16.47
-39.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
14.84
-2.30%
|
15.19
+33.48%
|
11.38
-50.52%
|
23.00
+4.21%
|
22.07
-29.53%
|
31.32
+54.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
13.40
-9.70%
|
14.84
-2.30%
|
15.19
+33.48%
|
11.38
-50.52%
|
23.00
+4.21%
|
22.07
-29.53%
|