DRT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
DRT
บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
5.30
+0.05 (+0.95%)

สรุปสั้น

รายได้จากการขายและการให้บริการจํานวน 4,815.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 9.91 และมีกําไรสุทธิจํานวน 585.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 5.03 เนื่องจากนโยบายในการบริหารจัดการด้านการผลิต การขาย และ การตลาดอย่างต่อเนื่อง มีผลทําให้กลุ่มบริษัทสามารถรักษาอัตรากําไรขั้นต้นให้อยู่ในเกณฑ์ที่กําหนด และมีกําไรสุทธิและ กําไรสะสมเพิ่มขึ้น รายได้จากการขายสินค้าจํานวน 4,452.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 382.94 ล้านบาทหรือร้อยละ 9.41 เนื่องจากรายได้จากการขายสินค้าผ่านกลุ่มลูกค้าโครงการบ้านจัดสรรเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.47 และกลุ่มลูกค้าโมเดิร์น เทรดเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.18 รายได้จากการให้บริการจํานวน 362.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 51.16 ล้านบาทหรือร้อยละ 16.41 เนื่องจากรายได้ค่าบริการเพิ่มขึ้น 25.87 ล้านบาท และรายได้ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น 25.29 ล้านบาท รายได้อื่นจํานวน 10.30 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 17.80 ล้านบาทหรือร้อยละ 63.35 เนื่องจากรายได้จากการ ขายที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ที่จังหวัดสระบุรี จํานวน 14.05 ล้านบาท ในปี 2563

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13483 out_tok=3058 at=2026-07-27T09:23:39 --> # DRT กำไรสุทธิ Q2/64 ลดลงเล็กน้อย 2.22% แม้รายได้โต 8.92% ## รายได้จากการขายสินค้าโตเด่น 8% หนุนภาพรวม แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นกดดันกำไรสุทธิ บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 178.53 ล้านบาท ลดลง 2.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายและการให้บริการจะเติบโตถึง 8.92% เป็น 1,301.13 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการในรอบนี้มาจากรายได้จากการขายสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ถูกหักล้างด้วยต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ DRT ในไตรมาส 2/2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าที่แข็งแกร่ง** ซึ่งเพิ่มขึ้น 8.00% หรือ 89.28 ล้านบาท เป็น 1,205.89 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปัจจัยนี้ถูกกดดันจาก **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า** ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลงเล็กน้อย 2.22% หรือ 4.06 ล้านบาท มาอยู่ที่ 178.53 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้จากการขายสินค้ามาจากปัจจัยบวกหลายด้าน ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของยอดขายในกลุ่มลูกค้าโครงการบ้านจัดสรรถึง 49.78%, กลุ่มลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้น 19.67% และกลุ่มลูกค้าโมเดิร์นเทรดเพิ่มขึ้น 19.24% ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นในตลาดเหล่านี้ ในขณะเดียวกัน ต้นทุนจากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น 6.97% โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบ ค่าจ้าง เงินเดือน ค่าซ่อมบำรุง ค่าก๊าซ ค่าไฟฟ้า ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าลูกบด และค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารโดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 16.75% โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 22.66% จากค่าจ้างบริการ ค่าส่งเสริมการขาย และค่าจ้างพนักงานที่สูงขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 17.06% จากค่าภาษีและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เงินเดือนพนักงาน และค่าดำเนินการสำหรับสินค้าส่งออกที่ปรับตัวสูงขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้จากการขายสินค้าจะเติบโตได้ดีจากหลายกลุ่มลูกค้า แต่การที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ เป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ ฝ่ายจัดการยังคงมีเป้าหมายรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรไว้ที่ 80%-90% ซึ่งอาจช่วยควบคุมต้นทุนการผลิตได้ในระดับหนึ่ง แต่ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งระหว่างประเทศ รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อกำลังซื้อและบรรยากาศการบริโภค จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อรักษาระดับกำไรในระยะต่อไปได้หรือไม่ ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q2/64 เติบโต 8.92%** แตะ 1,301.13 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายสินค้าที่เพิ่มขึ้น 8.00% * **กำไรสุทธิ Q2/64 ลดลง 2.22%** อยู่ที่ 178.53 ล้านบาท แม้รายได้เติบโต เนื่องจากต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น * **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 64 เพิ่มขึ้น 6.76%** เป็น 374.50 ล้านบาท โดยได้รับผลดีจากการบริหาร Product Mix และการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง * **อัตรากำไรขั้นต้น (GP) ดีขึ้น** ในไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 31.11% จาก 30.87% ในปีก่อน และ 6 เดือนแรกปี 64 อยู่ที่ 30.64% จาก 30.28% * **EBITDA Q2/64 เพิ่มขึ้น 2.81%** เป็น 303.87 ล้านบาท และ 6 เดือนแรกปี 64 เพิ่มขึ้น 9.58% เป็น 627.03 ล้านบาท * **ROE และ ROA ปรับตัวดีขึ้น** ณ สิ้น Q2/64 อยู่ที่ 36.89% และ 21.78% ตามลำดับ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2564 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 1,301.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าที่เพิ่มขึ้น 8.00% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการขายในกลุ่มลูกค้าโครงการบ้านจัดสรร (เพิ่มขึ้น 49.78%), กลุ่มลูกค้าต่างประเทศ (เพิ่มขึ้น 19.67%) และกลุ่มลูกค้าโมเดิร์นเทรด (เพิ่มขึ้น 19.24%) นอกจากนี้ รายได้จากการให้บริการยังเติบโตได้ดีถึง 22.12% จากรายได้ค่าขนส่งและค่าบริการที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนจากการขายและการให้บริการรวมเพิ่มขึ้น 8.55% โดยต้นทุนจากการขายสินค้าปรับตัวสูงขึ้น 6.97% ตามปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายขายและบริหารโดยรวมเพิ่มขึ้น 16.75% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ด้วยปัจจัยดังกล่าว ทำให้กำไรขั้นต้น (GP) ในไตรมาส 2/64 เพิ่มขึ้น 9.75% เป็น 404.74 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 2.22% มาอยู่ที่ 178.53 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมีสัดส่วนสูงกว่าการเติบโตของกำไรขั้นต้น สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 รายได้รวมเติบโต 8.37% เป็น 2,631.26 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6.76% เป็น 374.50 ล้านบาท โดยได้รับผลดีจากการบริหาร Product Mix การบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง และอัตราการเดินเครื่องจักรที่สูงกว่า 90% ## โอกาส * **การเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** แม้จะมีความท้าทายจากสถานการณ์ COVID-19 แต่การที่กลุ่มลูกค้าโครงการบ้านจัดสรรยังคงมีการเติบโตของการสั่งซื้อ แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่ยังคงมีอยู่ * **การขยายตลาดต่างประเทศ:** การเติบโตของยอดขายในกลุ่มลูกค้าต่างประเทศสะท้อนถึงศักยภาพในการขยายตลาดนอกประเทศ * **การบริหาร Product Mix และต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการ Product Mix และการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี * **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต:** การรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรให้อยู่ในระดับสูง (80%-90%) ช่วยให้ต้นทุนการผลิตสามารถแข่งขันได้ ## ความเสี่ยง * **สถานการณ์ COVID-19:** การแพร่ระบาดที่รุนแรงส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการบริโภค ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และอาจนำไปสู่มาตรการภาครัฐที่เข้มงวดขึ้น เช่น การปิดห้างสรรพสินค้า หรือไซต์งานก่อสร้าง * **กำลังซื้อภาคประชาชน:** การถูกเลิกจ้างหรือลดเงินเดือนส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในการซื้อบ้านใหม่หรือซ่อมแซมบ้าน * **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** การอ่อนค่าของเงินบาททำให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบสูงขึ้น และความล่าช้าในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น * **การเปิดโครงการใหม่:** การชะลอการเปิดโครงการใหม่ของลูกค้ากลุ่มบ้านจัดสรรอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในอนาคต ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่าย:** บริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้อย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบต่ออัตรากำไร * **การฟื้นตัวของกำลังซื้อ:** มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการฉีดวัคซีน จะส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคมากน้อยเพียงใด * **การปรับตัวต่อสถานการณ์ COVID-19:** กลยุทธ์การกระจายสินค้าไปยังตลาดตัวแทนจำหน่ายในประเทศ และการทดแทนการส่งออก จะสามารถชดเชยผลกระทบได้หรือไม่ * **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การตรวจนับและนโยบายการตั้งสำรองสินค้าคงเหลือ เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพหรือล้าสมัย * **การบริหารจัดการลูกหนี้:** การติดตามและประเมินคุณภาพลูกหนี้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงหนี้สูญ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ในส่วนของรายได้จากการขายสินค้า DRT มีการเติบโตที่น่าสนใจในกลุ่มลูกค้าโครงการบ้านจัดสรร ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักในภาคอสังหาริมทรัพย์ การเพิ่มขึ้นถึง 49.78% ในไตรมาสนี้ แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวหรือความต้องการในการก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าลูกค้ากลุ่มนี้มีการชะลอการเปิดโครงการใหม่ๆ เพื่อรักษาความสามารถในการทำรายได้ อาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาว่าการเติบโตนี้จะต่อเนื่องได้หรือไม่ ในด้านต้นทุนการผลิต พบว่ามีการปรับตัวสูงขึ้นตามปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบริษัทพยายามหาวัตถุดิบทดแทนในประเทศเพื่อลดผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินบาทและต้นทุนการขนส่งระหว่างประเทศ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,459.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.19% จากสิ้นปี 2563 โดยมีลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นสุทธิเพิ่มขึ้น แต่สินทรัพย์ถาวรและสินค้าคงเหลือลดลง หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 9.83% เป็น 1,336.18 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ระยะสั้นลดลงจำนวนมาก แม้ว่าเงินกู้ระยะยาวจะเพิ่มขึ้นก็ตาม ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 9.62% เป็น 2,123.42 ล้านบาท ทำให้ **อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ปรับลดลงจาก 0.76 เท่า มาอยู่ที่ 0.63 เท่า** ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานในไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 690.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น และการลดลงของสินค้าคงเหลือ แม้ว่าจะมีลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นก็ตาม ในขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินลดลงเช่นกัน โดยหลักมาจากการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและเงินปันผล ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญของผลประกอบการ DRT ในไตรมาส 2/2564 คือ การเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นผลดีจากการขยายตัวในกลุ่มลูกค้าโครงการบ้านจัดสรร ต่างประเทศ และโมเดิร์นเทรด อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงกว่ารายได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าภาพรวม 6 เดือนแรกจะยังคงเติบโตได้ดีก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์ COVID-19 ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน และกำลังซื้อที่อาจชะลอตัว เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ในขณะที่ฐานะการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ลดลง และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DRT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
975.07 ล้านบาท
↓ 4.2% YoY
กำไรขั้นต้น
232.38 ล้านบาท
↑ 14.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.83 %
กำไรสุทธิ
73.40 ล้านบาท
↑ 11.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.53 %
D/E Ratio
0.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
975
↓ -4.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
232
↑ + 14.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
73
↑ + 11.5% YoY
D/E Ratio
0.74

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DRT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
975.07
-4.15%
1,017.31
-15.26%
1,200.49
-4.24%
1,253.70
+12.13%
1,118.12
+16.89%
956.60
-9.60%
กำไรขั้นต้น
232.38
+14.62%
202.74
-34.58%
309.88
+5.58%
293.51
+13.80%
257.93
+2.76%
251.01
-11.49%
ค่าใช้จ่ายรวม
166.70
-3.67%
173.05
-5.76%
183.62
+7.10%
171.45
+2.96%
166.53
+5.90%
157.25
-6.14%
กำไรสุทธิ
73.40
+11.50%
65.83
-47.18%
124.61
+6.30%
117.22
+27.16%
92.18
-3.25%
95.28
-2.18%
กำไรต่อหุ้น
0.09
+11.11%
0.08
-47.06%
0.15
+6.25%
0.14
+26.32%
0.11
-2.56%
0.12
-2.50%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
23.83
+19.57%
19.93
-22.78%
25.81
+10.25%
23.41
+1.47%
23.07
-12.08%
26.24
-2.09%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
17.10
+0.53%
17.01
+11.18%
15.30
+11.84%
13.68
-8.13%
14.89
-9.43%
16.44
+3.85%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
7.53
+16.38%
6.47
-37.67%
10.38
+11.02%
9.35
+13.47%
8.24
-17.27%
9.96
+8.26%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
12.99
-33.14%
19.43
-24.31%
25.67
-6.99%
27.60
-3.73%
28.67
+7.90%
26.57
+36.75%
ROA(%)
9.51
-38.45%
15.45
-25.51%
20.74
-2.81%
21.34
+2.30%
20.86
+3.83%
20.09
+30.03%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.74
+45.10%
0.51
+10.87%
0.46
-19.30%
0.57
-6.56%
0.61
-19.74%
0.76
+49.02%
P/E
13.22
+15.76%
11.42
+3.25%
11.06
-3.49%
11.46
-5.52%
12.13
+35.68%
8.94
-15.26%
P/BV
1.88
-25.10%
2.51
-11.62%
2.84
-7.49%
3.07
-11.78%
3.48
+28.41%
2.71
+0.37%
BV
2.69
-10.63%
3.01
+4.88%
2.87
+9.54%
2.62
+9.17%
2.40
+11.11%
2.16
-6.90%
YIELD(%)
10.43
+51.38%
6.89
+12.40%
6.13
+7.36%
5.71
+13.52%
5.03
-33.64%
7.58
+31.60%
ราคาหุ้น
5.05
-33.11%
7.55
-7.36%
8.15
+1.24%
8.05
-3.59%
8.35
+42.74%
5.85
-6.40%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.74
ROE (%)
12.99
ROA (%)
9.51
Book Value/หุ้น
2.98

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DRT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,482.40
-3.03%
1,528.65
-5.88%
1,624.13
-9.21%
1,788.88
+27.95%
1,398.06
+12.80%
1,239.42
-12.11%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
2,455.75
+0.56%
2,441.98
+13.44%
2,152.57
+10.29%
1,951.73
-5.32%
2,061.41
-5.42%
2,179.43
+13.41%
รวมสินทรัพย์
3,938.15
-0.82%
3,970.63
+5.13%
3,776.70
+0.96%
3,740.61
+8.13%
3,459.47
+1.19%
3,418.84
+2.61%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
1,046.44
+3.48%
1,011.22
+16.80%
865.79
-19.72%
1,078.52
+9.89%
981.44
-19.56%
1,220.11
+42.24%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
628.00
+91.12%
328.59
-0.67%
330.79
+20.35%
274.86
-17.16%
331.78
+26.78%
261.70
+21.73%
รวมหนี้สิน
1,674.43
+24.98%
1,339.81
+11.97%
1,196.58
-11.59%
1,353.38
+3.06%
1,313.22
-11.38%
1,481.82
+38.13%
รวมส่วนของเจ้าของ
2,263.72
-13.95%
2,630.81
+1.96%
2,580.12
+8.08%
2,387.23
+11.23%
2,146.25
+10.80%
1,937.03
-14.26%
D/E
0.74
0.51
0.46
0.57
0.61
0.76
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
12.99
19.43
25.67
27.60
28.67
26.57
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
9.51
15.45
20.74
21.34
20.86
20.09
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.42
1.51
1.88
1.66
1.42
1.02
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.43
0.47
0.63
0.52
0.54
0.44
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
36.27
36.41
0.00
0.00
38.37
42.77
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
94.24
94.90
0.00
0.00
80.15
91.42
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
14.66
16.46
0.00
0.00
18.37
32.12
วงจรเงินสด
115.85
114.86
0.00
0.00
100.15
102.08
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-679
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+429
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DRT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-678.57
-0.94%
-685.01
-14.06%
-797.07
-24.02%
-1,049.10
+2.17%
-1,026.81
+47.01%
-698.44
+43.67%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
428.85
+215.54%
135.91
+341.41%
30.79
+25.98%
24.44
+26.17%
19.37
-87.17%
151.03
-263.59%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
238.66
-63.94%
661.86
-9.38%
730.36
-28.67%
1,023.90
+2.51%
998.84
+87.58%
532.48
-3.42%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-12.66
-35.64%
-19.67
-49.03%
-38.59
+812.29%
-4.23
-56.62%
-9.75
-40.80%
-16.47
-39.76%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
14.84
-2.30%
15.19
+33.48%
11.38
-50.52%
23.00
+4.21%
22.07
-29.53%
31.32
+54.21%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
13.40
-9.70%
14.84
-2.30%
15.19
+33.48%
11.38
-50.52%
23.00
+4.21%
22.07
-29.53%