บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.97
0.01 (1.02%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7311 out_tok=2400 at=2026-07-25T14:03:13 -->
# DOD พลิกขาดทุนสุทธิ 398 ล้านบาทปี 65 รับผลกระทบเศรษฐกิจ-ตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์
## รายได้หด 47% กำไรขั้นต้นวูบ 67% ฝ่ายจัดการชี้เศรษฐกิจชะลอ-ปรับฐานลูกค้า-ตั้งสำรองหนี้
บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 398.34 ล้านบาท เทียบกับปี 2564 ที่มีกำไร 49.79 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 47.09% และกำไรขั้นต้นที่หดตัว 67.67% ประกอบกับการตั้งสำรองผลขาดทุนจากด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงินจำนวนมาก ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ DOD ในปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **1) การลดลงอย่างมากของรายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้น** และ **2) การตั้งสำรองผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงินจำนวนมาก**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **รายได้และกำไรขั้นต้นลดลง:** ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากการขายลดลง 47.09% (537.16 ล้านบาท จาก 1,015.32 ล้านบาท) และกำไรขั้นต้นลดลง 67.67% (140.50 ล้านบาท จาก 434.62 ล้านบาท) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับเปลี่ยนฐานลูกค้าเพื่อกระจายความเสี่ยงในการขาย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการขายและอาจรวมถึงราคาขายเฉลี่ย นอกจากนี้ การที่กำไรขั้นต้นลดลงในอัตราที่สูงกว่ารายได้ แสดงให้เห็นว่าต้นทุนขายอาจไม่ได้ลดลงตามสัดส่วน หรืออาจมีต้นทุนบางส่วนที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง
* **การตั้งสำรองผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงิน:** ค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 933.25% (405.86 ล้านบาท จาก 39.28 ล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงินสำหรับลูกหนี้การค้าที่คาดว่าจะเรียกเก็บเงินไม่ได้ การตั้งสำรองจำนวนมากนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิของบริษัท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าการปรับเปลี่ยนฐานลูกค้าเพื่อกระจายความเสี่ยงนั้นเป็นเหตุผลหลักของการลดลงของรายได้และกำไรขั้นต้น แต่การตั้งสำรองจำนวนมากจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงินอาจเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time) หรืออาจมีปัจจัยต่อเนื่องที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมจากความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ในอนาคต นอกจากนี้ การลงทุนในบริษัท สยาม เฮอเบิล เทค จำกัด เพื่อผลิตสารสกัดกัญชง อาจเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และกำไรในอนาคต แต่ยังต้องรอผลการดำเนินงานที่ชัดเจน
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิปี 2565:** พลิกขาดทุนสุทธิ 398.34 ล้านบาท จากปี 2564 ที่มีกำไร 49.79 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายลดลง 47.09%:** อยู่ที่ 537.16 ล้านบาท จาก 1,015.32 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรขั้นต้นลดลง 67.67%:** อยู่ที่ 140.50 ล้านบาท จาก 434.62 ล้านบาทในปี 2564
* **ค่าใช้จ่ายอื่นพุ่ง 933.25%:** ส่วนใหญ่มาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงิน 405.86 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมลดลง 20.66%:** อยู่ที่ 1,290.92 ล้านบาท จาก 1,626.99 ล้านบาท โดยลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นลดลง 83.04%
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 8.94%:** อยู่ที่ 397.29 ล้านบาท จาก 364.70 ล้านบาท โดยเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคารเพิ่มขึ้น 80.13%
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 537.16 ล้านบาท ลดลง 47.09% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีรายได้ 1,015.32 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 67.67% มาอยู่ที่ 140.50 ล้านบาท จาก 434.62 ล้านบาทในปี 2564 ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 35.17% จากการเริ่มดำเนินงานของบริษัทย่อยในการผลิตสารสกัดกัญชง และค่าใช้จ่ายอื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 933.25% ซึ่งเกิดจากการตั้งสำรองผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงิน ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 22.56 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ถึง 398.34 ล้านบาท
## โอกาส
* **การลงทุนในบริษัท สยาม เฮอเบิล เทค จำกัด:** เป็นการต่อยอดธุรกิจเดิมและขยายธุรกิจใหม่ในการผลิตสารสกัดประเภทกัญชง ซึ่งอาจเป็นแหล่งรายได้และกำไรในอนาคต
* **การพัฒนาแบรนด์สินค้าของตนเอง:** มุ่งมั่นพัฒนาแบรนด์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขาย อัตรากำไรขั้นต้น และความสามารถในการจ่ายคืนหนี้ของลูกค้า
* **ความเสี่ยงจากการตั้งสำรองหนี้สูญ:** การตั้งสำรองผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงินจำนวนมาก สะท้อนถึงความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกหนี้
* **ความไม่แน่นอนของธุรกิจที่หยุดดำเนินงาน:** เงินให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อยที่หยุดดำเนินงาน (บริษัทอัลทิมา ไลฟ์ จำกัด และบริษัท พีซีซีเอ แล็บบอราเทอรี่ จำกัด) ยังคงมีความเสี่ยงในการเรียกคืนเงิน แม้จะมีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญแล้วก็ตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้และกำไรขั้นต้น:** การปรับเปลี่ยนฐานลูกค้าจะส่งผลต่อยอดขายและอัตรากำไรในระยะยาวอย่างไร
* **ผลการดำเนินงานของบริษัท สยาม เฮอเบิล เทค จำกัด:** จะสามารถสร้างรายได้และกำไรตามที่คาดหวังได้หรือไม่
* **การเรียกคืนเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อยที่หยุดดำเนินงาน:** ความคืบหน้าในการจำหน่ายสินทรัพย์ของบริษัท พีซีซีเอ แล็บบอราเทอรี่ จำกัด
* **การบริหารจัดการลูกหนี้การค้า:** ความสามารถในการเรียกเก็บหนี้และแนวโน้มการตั้งสำรองหนี้สูญในอนาคต
* **สภาวะเศรษฐกิจ:** ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่ออุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **Volume/SSS:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล SSS หรือปริมาณการขายโดยตรง แต่ระบุว่ารายได้จากการขายลดลง 47.09% ซึ่งสะท้อนถึงปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **Market Share:** ไม่มีการกล่าวถึง Market Share ในเอกสาร
* **ราคาขาย:** ไม่มีการระบุการเปลี่ยนแปลงราคาขายโดยตรง แต่การปรับเปลี่ยนฐานลูกค้าเพื่อกระจายความเสี่ยงอาจส่งผลต่อราคาขายเฉลี่ย
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดต้นทุนวัตถุดิบโดยตรง แต่ระบุว่ากำไรขั้นต้นลดลงในอัตราที่สูงกว่ารายได้ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงต้นทุนที่ไม่ได้ลดลงตามสัดส่วน
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายลดลง 9.74% ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
* **ช่องทาง Modern Trade/Online:** ไม่มีการกล่าวถึงช่องทางการขาย Modern Trade หรือ Online โดยเฉพาะ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,290.92 ล้านบาท ลดลง 20.66% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นที่ลดลง 280.45 ล้านบาท เนื่องจากการตั้งสำรองผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงิน ในขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 8.94% มาอยู่ที่ 397.29 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการกู้ยืมเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคารเพิ่มขึ้น 61.70 ล้านบาท ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 29.21% มาอยู่ที่ 893.63 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ DOD โดยมีปัจจัยกดดันทั้งจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การปรับเปลี่ยนฐานลูกค้าที่ส่งผลให้รายได้และกำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และการตั้งสำรองผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงินจำนวนมาก ทำให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในธุรกิจสารสกัดกัญชงและการพัฒนาแบรนด์ของตนเอง อาจเป็นโอกาสในการฟื้นฟูผลประกอบการในอนาคต แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและความสามารถในการบริหารจัดการหนี้ของลูกหนี้อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DOD ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
144.94
ล้านบาท
↓ 5.7% YoY
กำไรขั้นต้น
45.02
ล้านบาท
↓ 28.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.06
%
กำไรสุทธิ
9.12
ล้านบาท
↓ 517% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.29
%
D/E Ratio
0.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
145
↓ -5.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
45
↓ -28.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
9
↓ -517%
YoY
D/E Ratio
0.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DOD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.21
ROE (%)
6.42
ROA (%)
3.80
Book Value/หุ้น
2.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DOD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-64
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+140
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DOD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-64.25
+742.07%
|
-7.63
-121.36%
|
35.72
-75.74%
|
147.22
-207.44%
|
-137.02
-142.65%
|
321.28
-2,472.82%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
140.36
+169.72%
|
52.04
-30.75%
|
75.15
+13.73%
|
66.08
-43.74%
|
117.45
-192.20%
|
-127.38
+1,194.51%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
15.13
-51.16%
|
30.98
-128.20%
|
-109.85
-8,550.00%
|
1.30
-97.66%
|
55.51
-141.64%
|
-133.32
+607.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
91.24
+21.01%
|
75.40
+7,220.39%
|
1.03
-102.28%
|
-45.16
-225.69%
|
35.93
-40.69%
|
60.58
-243.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
223.09
+228.12%
|
67.99
+124.61%
|
30.27
-81.28%
|
161.68
+13.06%
|
143.00
+73.50%
|
82.42
-39.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
129.23
-42.07%
|
223.09
+228.12%
|
67.99
+124.61%
|
30.27
-81.28%
|
161.68
+13.06%
|
143.00
+73.50%
|