บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.97
0.01 (1.02%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4287 out_tok=2283 at=2026-07-25T14:47:26 -->
# DOD พลิกขาดทุนหนัก Q2/65 รับผลกระทบโควิด-19-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้-กำไรหดตัวแรง ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากโควิด-19 และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ขณะที่การลงทุนในธุรกิจกัญชงเริ่มส่งผลต่อค่าใช้จ่าย
บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 25.72 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 57.83 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายลดลงถึง 46.09% สาเหตุหลักมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าลงทุนในธุรกิจสารสกัดกัญชงเพื่อต่อยอดและขยายธุรกิจใหม่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ DOD ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขาย** ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังกำไรขั้นต้นและกำไรจากการดำเนินงาน นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น** จากการเริ่มดำเนินงานของบริษัทย่อยที่ผลิตสารสกัดกัญชง ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันผลกำไร
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้จากการขายที่ลดลง 46.09%** เป็นผลโดยตรงจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและการบริโภค เมื่อรายได้ลดลงอย่างมาก ทำให้เกิด **การไม่เกิดการประหยัดขนาดในการผลิต (Economy of Scales)** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ลดลงตามไปด้วย แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายจะลดลงตามรายได้ แต่ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับเพิ่มขึ้น 74.38%** เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการเริ่มดำเนินงานของบริษัทสยาม เฮอเบิล เทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ผลิตสารสกัดกัญชงตั้งแต่ต้นปี 2565 ปัจจัยเหล่านี้รวมกันทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลงอย่างมาก จาก 14.71 ล้านบาท เหลือเพียง 2.77 ล้านบาท และเมื่อรวมรายการขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิกซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (เนื่องจากบริษัทย่อย 2 แห่งหยุดดำเนินงาน) ส่งผลให้ขาดทุนส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยด้านรายได้ที่ลดลงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้น มีแนวโน้มที่จะ **มีโอกาสต่อเนื่อง** หากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ระบุว่าบริษัทฯ ยังคงดำเนินการเพิ่มศักยภาพโดยการลงทุนในธุรกิจสารสกัดกัญชง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นการลงทุนเพื่อต่อยอดและขยายธุรกิจใหม่ ซึ่งอาจส่งผลดีต่อรายได้และกำไรในอนาคตหากธุรกิจใหม่นี้ประสบความสำเร็จ ส่วนการลดลงของขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิกนั้น เป็นผลจากการหยุดดำเนินงานของบริษัทย่อย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วและไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องในลักษณะเดิม
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 25.72 ล้านบาท** ในไตรมาส 2 ปี 2565 เทียบกับกำไร 57.83 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายลดลง 46.09%** อยู่ที่ 133.66 ล้านบาท จากผลกระทบโควิด-19
* **กำไรขั้นต้นลดลง 61.14%** และอัตรากำไรขั้นต้นหดตัว เนื่องจากรายได้ลดลงและขาด Economy of Scales
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 74.38%** จากการเริ่มดำเนินงานของบริษัทย่อยผลิตสารสกัดกัญชง
* **ขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิก (Discontinued Operations) ลดลง 61.03%** จาก 86.82 ล้านบาท เหลือ 33.84 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทย่อย 2 แห่งหยุดดำเนินงาน
* **ฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง** ด้วย Current Ratio 2.00 เท่า และ D/E Ratio 0.33 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย 133.66 ล้านบาท ลดลง 46.09% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 61.14% อยู่ที่ 41.32 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 74.38% เป็น 36.34 ล้านบาท ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 98.16% อยู่ที่ 1.47 ล้านบาท เมื่อรวมรายการขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิกซึ่งลดลง และรายการอื่น ส่งผลให้บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 25.72 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 57.83 ล้านบาท
## โอกาส
* **การลงทุนในธุรกิจสารสกัดกัญชง:** การเริ่มดำเนินงานของบริษัทสยาม เฮอเบิล เทค จำกัด เป็นการต่อยอดธุรกิจเดิมและขยายสู่ธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในอนาคต
* **การหยุดดำเนินงานของบริษัทย่อยที่ขาดทุน:** การยุติการดำเนินงานของบริษัทย่อยสองแห่งช่วยลดภาระขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิก
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อรายได้จากการขายและกำลังซื้อ
* **ต้นทุนการผลิต:** การไม่เกิด Economy of Scales จากรายได้ที่ลดลงส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การลงทุนในธุรกิจใหม่ยังคงมีค่าใช้จ่ายที่ต้องบริหารจัดการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากการขายในไตรมาสถัดไป และผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจ
* ความคืบหน้าและผลประกอบการของธุรกิจสารสกัดกัญชงจากบริษัทสยาม เฮอเบิล เทค จำกัด
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตเพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
* การบริหารค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางการขยายธุรกิจใหม่
* แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
ในไตรมาส 2 ปี 2565 DOD เผชิญกับความท้าทายอย่างมากในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของรายได้จากการขายที่ลดลงถึง 46.09% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อการผลิตและการขาย ทำให้ไม่สามารถเกิด Economy of Scales ได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ปรับตัวลดลงตามไปด้วย แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายจะถูกควบคุมให้ลดลงตามสัดส่วนรายได้ แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 74.38% อันเนื่องมาจากการลงทุนและเริ่มดำเนินงานของบริษัทย่อยใหม่ในธุรกิจสารสกัดกัญชง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายธุรกิจของบริษัทฯ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.15% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 117.50 ล้านบาท แต่มีลูกหนี้การค้าคงที่เพิ่มขึ้น 112.68 ล้านบาท และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 22.76 ล้านบาท จากการลงทุนในเครื่องจักรโรงสกัดของบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง ด้านหนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 9.76% จากสิ้นปี 2564 เป็นผลจากการรับเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร 54.32 ล้านบาท แม้ว่าจะมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น แต่ฐานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) ที่ 2.00 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio) ที่ 0.33 เท่า ซึ่งบ่งชี้ถึงสภาพคล่องและความมั่นคงทางการเงินในระดับที่ดี
## สรุปท้าย
DOD ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกอย่างโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนการผลิตอย่างรุนแรง ทำให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุน อย่างไรก็ตาม การลงทุนในธุรกิจสารสกัดกัญชงและการปรับโครงสร้างการดำเนินงานด้วยการหยุดบริษัทย่อยที่ขาดทุน เป็นการเดินหน้าเพื่อสร้างโอกาสในระยะยาว แม้ว่าความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจยังคงอยู่ แต่ฐานะการเงินที่แข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้บริษัทสามารถบริหารจัดการและผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DOD ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
144.94
ล้านบาท
↓ 5.7% YoY
กำไรขั้นต้น
45.02
ล้านบาท
↓ 28.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.06
%
กำไรสุทธิ
9.12
ล้านบาท
↓ 517% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.29
%
D/E Ratio
0.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
145
↓ -5.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
45
↓ -28.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
9
↓ -517%
YoY
D/E Ratio
0.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DOD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.21
ROE (%)
6.42
ROA (%)
3.80
Book Value/หุ้น
2.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DOD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-64
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+140
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DOD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-64.25
+742.07%
|
-7.63
-121.36%
|
35.72
-75.74%
|
147.22
-207.44%
|
-137.02
-142.65%
|
321.28
-2,472.82%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
140.36
+169.72%
|
52.04
-30.75%
|
75.15
+13.73%
|
66.08
-43.74%
|
117.45
-192.20%
|
-127.38
+1,194.51%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
15.13
-51.16%
|
30.98
-128.20%
|
-109.85
-8,550.00%
|
1.30
-97.66%
|
55.51
-141.64%
|
-133.32
+607.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
91.24
+21.01%
|
75.40
+7,220.39%
|
1.03
-102.28%
|
-45.16
-225.69%
|
35.93
-40.69%
|
60.58
-243.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
223.09
+228.12%
|
67.99
+124.61%
|
30.27
-81.28%
|
161.68
+13.06%
|
143.00
+73.50%
|
82.42
-39.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
129.23
-42.07%
|
223.09
+228.12%
|
67.99
+124.61%
|
30.27
-81.28%
|
161.68
+13.06%
|
143.00
+73.50%
|