บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.97
0.01 (1.02%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7294 out_tok=2931 at=2026-07-25T14:51:51 -->
# DOD Q1/2566: รายได้-กำไร ดิ่งเหว 27-858% รับแรงกดดันเศรษฐกิจ-ปรับฐานลูกค้า
## รายได้หด 27% กำไรสุทธิพลิกขาดทุนหนัก 858% ฝ่ายจัดการชี้เศรษฐกิจชะลอ-ปรับเปลี่ยนฐานลูกค้าเป็นปัจจัยหลัก
บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 17.43 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 0.72 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายลดลง 26.99% มาอยู่ที่ 117.41 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและบริษัทได้ปรับเปลี่ยนฐานลูกค้าเพื่อกระจายความเสี่ยง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ DOD ในไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ **การลดลงของรายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัว** ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังกำไรจากการดำเนินงานและกำไรสุทธิ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การหดตัวของรายได้จากการขาย 26.99%** และ **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ที่ลดลงจาก 30.84% ในปีก่อน เหลือ 29.96%** ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 29.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่สูงถึง 134.74% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 8.95% ทำให้บริษัทพลิกขาดทุนจากการดำเนินงาน 18.02 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 6.52 ล้านบาทในปีก่อน และขาดทุนสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 17.43 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 0.72 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **การลดลงของรายได้** เป็นผลมาจากการที่บริษัทมีการ **ปรับเปลี่ยนฐานลูกค้าเพื่อกระจายความเสี่ยงในการขาย** ซึ่งอาจส่งผลให้ยอดขายจากลูกค้ารายเดิมลดลงชั่วคราว หรือการหาลูกค้าใหม่ที่อาจมีปริมาณการสั่งซื้อที่น้อยลงในช่วงแรก ขณะเดียวกัน **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** ก็มีสาเหตุมาจากการปรับเปลี่ยนฐานลูกค้าเช่นกัน ซึ่งอาจหมายถึงการต้องเสนอเงื่อนไขทางการค้าที่อาจส่งผลต่ออัตรากำไร หรือการมีต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนฐานลูกค้าดังกล่าว นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (134.74%)** มาจากการทำสื่อโฆษณาเพื่อโปรโมทสินค้า ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว แต่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้น ส่วน **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น (8.95%)** มาจากค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อยที่เริ่มดำเนินการผลิตสารสกัดกัญชง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าการปรับเปลี่ยนฐานลูกค้าเพื่อกระจายความเสี่ยงนั้นเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ แต่ผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การลงทุนในสื่อโฆษณาและการขยายธุรกิจใหม่ผ่านบริษัทย่อยอาจส่งผลดีต่อการเติบโตในอนาคต แต่ต้องประเมินว่าบริษัทจะสามารถเพิ่มยอดขายและรักษาอัตรากำไรให้กลับมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q1/2566 ลดลง 26.99%** อยู่ที่ 117.41 ล้านบาท เทียบกับปีก่อน
* **พลิกขาดทุนสุทธิ Q1/2566 จำนวน 17.43 ล้านบาท** เทียบกับกำไร 0.72 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ลดลง** จาก 30.84% ใน Q1/2565 เป็น 29.96% ใน Q1/2566
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายพุ่งสูงขึ้น 134.74%** จากการทำสื่อโฆษณา
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8.95%** จากการเริ่มดำเนินงานของบริษัทย่อยผลิตสารสกัดกัญชง
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 8.52%** มาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและต้นทุนการซื้อธุรกิจใหม่
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 29.18%** โดยมีสาเหตุหลักจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในบริษัทย่อย
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) มีผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2566 ที่น่ากังวล โดยรายได้จากการขายลดลง 43.41 ล้านบาท หรือ 26.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 117.41 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 14.42 ล้านบาท หรือ 29.07% อยู่ที่ 35.18 ล้านบาท แม้ต้นทุนขายจะลดลงตามสัดส่วนรายได้ แต่การปรับเปลี่ยนฐานลูกค้าส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นถึง 6.71 ล้านบาท หรือ 134.74% จากการลงทุนด้านการตลาด และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 3.41 ล้านบาท หรือ 8.95% จากการดำเนินงานของบริษัทย่อย ส่งผลให้บริษัทขาดทุนจากการดำเนินงาน 18.02 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 6.52 ล้านบาทในปีก่อน เมื่อรวมรายการอื่น ๆ บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 17.43 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 0.72 ล้านบาท
## โอกาส
* **การลงทุนในบริษัทย่อยใหม่:** การลงทุนในบริษัทสยาม เฮอเบิล เทค จำกัด เพื่อผลิตสารสกัดกัญชง ถือเป็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจเดิมและขยายสู่ธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ
* **การพัฒนาแบรนด์สินค้าของตนเอง:** ความมุ่งมั่นในการพัฒนาแบรนด์สินค้าของตนเองจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทในระยะยาว
* **การกระจายความเสี่ยงฐานลูกค้า:** แม้จะส่งผลกระทบในระยะสั้น แต่การปรับเปลี่ยนฐานลูกค้าเพื่อกระจายความเสี่ยงจะช่วยลดการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่ และสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** เป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและความสามารถในการจ่ายคืนหนี้ของลูกค้า
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันสูง ทั้งด้านราคา คุณภาพ และการตลาด
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่เป็นความเสี่ยงทั่วไปของธุรกิจที่ต้องใช้วัตถุดิบในการผลิต
* **ความไม่แน่นอนจากการปรับเปลี่ยนฐานลูกค้า:** การเปลี่ยนแปลงฐานลูกค้าอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไรในระยะสั้น จนกว่าจะสามารถสร้างฐานลูกค้าใหม่ที่แข็งแกร่งได้
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ:** ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์กัญชงอาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขาย:** จะสามารถฟื้นตัวกลับมาเติบโตได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** จะสามารถรักษาหรือปรับปรุงให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจได้หรือไม่ หลังจากการปรับเปลี่ยนฐานลูกค้า
* **ประสิทธิภาพของการลงทุนด้านการตลาด:** การลงทุนในสื่อโฆษณาจะสามารถสร้างยอดขายและผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้หรือไม่
* **ความคืบหน้าของบริษัทย่อยสยาม เฮอเบิล เทค:** การผลิตและจำหน่ายสารสกัดกัญชงจะสามารถสร้างรายได้และกำไรให้กับบริษัทได้มากน้อยเพียงใด
* **การบริหารจัดการเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น:** การเพิ่มขึ้นของหนี้สินส่วนนี้จะส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของบริษัทหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท DOD เผชิญกับความท้าทายสำคัญในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านรายได้และอัตรากำไร การที่รายได้จากการขายลดลง 26.99% สะท้อนถึงแรงกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรง การที่ฝ่ายจัดการเลือกที่จะ **ปรับเปลี่ยนฐานลูกค้าเพื่อกระจายความเสี่ยง** เป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นในระยะยาว แต่ในระยะสั้นอาจส่งผลให้ยอดขายโดยรวมลดลง หรืออาจต้องเสนอเงื่อนไขทางการค้าที่ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งเห็นได้จากการที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 30.84% เป็น 29.96%
การลงทุนใน **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นถึง 134.74%** เป็นสัญญาณของการพยายามกระตุ้นยอดขายและสร้างการรับรู้แบรนด์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคที่การแข่งขันสูง อย่างไรก็ตาม การลงทุนนี้ยังไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ในไตรมาสนี้
ในส่วนของ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 8.95%** มาจากการเริ่มดำเนินงานของบริษัทย่อยที่ผลิตสารสกัดกัญชง ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตและขยายไลน์ธุรกิจ การบริหารจัดการต้นทุนในส่วนนี้จะเป็นสิ่งสำคัญเพื่อไม่ให้กระทบต่อผลกำไรโดยรวม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,400.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110.03 ล้านบาท หรือ 8.52% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของ **สินค้าคงเหลือ 44.61 ล้านบาท** และ **ต้นทุนการซื้อธุรกิจที่ยังไม่ได้ปันส่วน 35.88 ล้านบาท** ซึ่งเกิดจากการลงทุนในบริษัทย่อยใหม่ การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลืออาจสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตหรือการขายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต หรืออาจเป็นผลจากการที่ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ในด้านหนี้สินรวม ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 อยู่ที่ 513.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115.91 ล้านบาท หรือ 29.18% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น 124.65 ล้านบาท** ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการชำระค่าหุ้นในบริษัทย่อยไม่ครบประมาณ 85 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของหนี้สินนี้ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มสูงขึ้น
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 ของ DOD สะท้อนถึงความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ฐานลูกค้า ซึ่งส่งผลให้รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนพลิกขาดทุนสุทธิ แม้ว่าการลงทุนในธุรกิจใหม่และแบรนด์ของตนเองจะเป็นโอกาสในการเติบโต แต่บริษัทจำเป็นต้องบริหารจัดการต้นทุนและเร่งสร้างยอดขายเพื่อชดเชยผลกระทบระยะสั้น และจับตาดูความสามารถในการฟื้นตัวของรายได้และอัตรากำไรในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DOD ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
144.94
ล้านบาท
↓ 5.7% YoY
กำไรขั้นต้น
45.02
ล้านบาท
↓ 28.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.06
%
กำไรสุทธิ
9.12
ล้านบาท
↓ 517% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.29
%
D/E Ratio
0.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
145
↓ -5.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
45
↓ -28.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
9
↓ -517%
YoY
D/E Ratio
0.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DOD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.21
ROE (%)
6.42
ROA (%)
3.80
Book Value/หุ้น
2.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DOD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-64
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+140
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DOD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-64.25
+742.07%
|
-7.63
-121.36%
|
35.72
-75.74%
|
147.22
-207.44%
|
-137.02
-142.65%
|
321.28
-2,472.82%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
140.36
+169.72%
|
52.04
-30.75%
|
75.15
+13.73%
|
66.08
-43.74%
|
117.45
-192.20%
|
-127.38
+1,194.51%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
15.13
-51.16%
|
30.98
-128.20%
|
-109.85
-8,550.00%
|
1.30
-97.66%
|
55.51
-141.64%
|
-133.32
+607.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
91.24
+21.01%
|
75.40
+7,220.39%
|
1.03
-102.28%
|
-45.16
-225.69%
|
35.93
-40.69%
|
60.58
-243.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
223.09
+228.12%
|
67.99
+124.61%
|
30.27
-81.28%
|
161.68
+13.06%
|
143.00
+73.50%
|
82.42
-39.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
129.23
-42.07%
|
223.09
+228.12%
|
67.99
+124.61%
|
30.27
-81.28%
|
161.68
+13.06%
|
143.00
+73.50%
|