บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
1.39
+0.01 (+0.72%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก การจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จากการปรับวิธีการคำนวณค่าขนส่งให้เหมาะสมโดยคำนึงถึงน้ำหนักและระยะทาง เพื่อรองรับราคาเฉลี่ยน้ำมันดีเซลที่ปรับเพิ่มขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6058 out_tok=3019 at=2026-07-25T14:36:11 -->
# DCC กำไร Q3/2565 ลดลง 12% รับต้นทุนก๊าซพุ่ง-ยอดขายทรงตัว
## รายได้ทรงตัวแต่ต้นทุนพุ่ง กดดันกำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง 12% ขณะที่ 9 เดือนแรกกำไรหดตัวเล็กน้อย
บริษัท ไดนาสตี้ เซรามิค จำกัด (มหาชน) หรือ DCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 322.6 ล้านบาท ลดลง 12.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโตเล็กน้อย 3.3% แต่ถูกกดดันจากต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,289.8 ล้านบาท ลดลง 2.0%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ DCC ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับลดลง คือ **ต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่าบริษัทจะสามารถผลักภาระต้นทุนไปสู่ราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นได้ถึง 11.1% แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ประกอบกับปริมาณขายที่ลดลง 8.0% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 3.9% และส่งผลให้กำไรสุทธิรวมลดลง 12.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2565 แม้รายได้จากการขายจะทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน แต่ต้นทุนก๊าซที่เพิ่มขึ้น 46.3% ก็ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 43.4% เป็น 43.1% ประกอบกับรายได้อื่นที่ลดลง ทำให้กำไรสุทธิรวมลดลง 2.0%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การปรับตัวสูงขึ้นของ **ค่าก๊าซซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิต** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของ DCC โดยในไตรมาส 3 ปี 2565 ค่าก๊าซปรับตัวสูงขึ้นถึง 44.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าบริษัทจะมีการปรับเพิ่มราคาขายเฉลี่ยเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ย (11.1%) ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนก๊าซที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ปริมาณการขายกระเบื้องที่ลดลง 8.0% ในไตรมาส 3 ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
ในส่วนของรายได้อื่นที่ลดลง 29.7% ในไตรมาส 3 เป็นผลมาจากรายได้พื้นที่เช่าสาขาลดลง 15.7% เนื่องจากมีการปรับลดอัตราค่าเช่าเพื่อช่วยเหลือผู้เช่าตามสภาวะเศรษฐกิจ
ส่วนค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 7.7% ในไตรมาส 3 มาจากค่าน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น 33.1% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 2.4% ส่วนหนึ่งมาจากค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เรียกเก็บเต็มจำนวนจากปีก่อนที่ได้รับสิทธิลดหย่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** จากเอกสารที่ระบุว่า "ค่าก๊าซซึ่งเป็นต้นทุนหลักยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง" บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านต้นทุนยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทสามารถปรับเพิ่มราคาขายเฉลี่ยได้ในระดับหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้บางส่วน แต่การที่ปริมาณขายลดลงอาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคจะฟื้นตัวได้เมื่อใด
สำหรับรายได้ค่าเช่าที่ลดลงนั้น เป็นผลจากการปรับลดอัตราค่าเช่าเพื่อช่วยเหลือผู้เช่า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ส่วนนี้ในระยะสั้น แต่หากสภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวและผู้เช่าสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ ก็มีโอกาสที่รายได้ส่วนนี้จะปรับตัวดีขึ้นได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง 12.0%** อยู่ที่ 322.6 ล้านบาท จาก 366.7 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q3/2565 เพิ่มขึ้น 3.3%** อยู่ที่ 1,894.9 ล้านบาท จาก 1,834.1 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/2565 ลดลง** อยู่ที่ 41.1% จาก 44.2% เนื่องจากต้นทุนก๊าซสูงขึ้น 44.6%
* **ปริมาณขายกระเบื้อง Q3/2565 ลดลง 8.0%** แต่ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 11.1%
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 ลดลง 2.0%** อยู่ที่ 1,289.8 ล้านบาท จาก 1,315.7 ล้านบาท
* **ต้นทุนก๊าซเป็นปัจจัยกดดันหลัก** ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากค่าน้ำมัน และค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มจากภาษีที่ดินฯ
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2565:** บริษัทมีรายได้จากการขาย 1,894.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากปีก่อน โดยมีปริมาณขายกระเบื้องลดลง 8.0% แต่ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 11.1% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 9.0% โดยเฉพาะค่าก๊าซที่สูงขึ้น 44.6% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 44.2% เป็น 41.1% รายได้อื่นลดลง 29.7% จากรายได้ค่าเช่าที่ลดลง ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 7.7% จากค่าน้ำมัน และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 2.4% จากภาษีที่ดินฯ ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 12.0% อยู่ที่ 322.6 ล้านบาท
**งวด 9 เดือนแรกปี 2565:** บริษัทมีรายได้จากการขาย 6,416.1 ล้านบาท ลดลง 0.2% จากปีก่อน แม้ราคาขายเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 14.1% แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 0.4% โดยต้นทุนก๊าซเพิ่มขึ้น 46.3% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 43.4% เป็น 43.1% รายได้อื่นลดลง 16.9% ต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 1.6% และต้นทุนทางการเงินลดลง 15.9% ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 2.0% อยู่ที่ 1,289.8 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับเพิ่มราคาขาย:** บริษัทมีความสามารถในการปรับเพิ่มราคาขายเฉลี่ยเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่ออัตรากำไรได้ในระดับหนึ่ง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้ต้นทุนก๊าซจะสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนอื่น ๆ เช่น ต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่ลดลง และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่าย
* **การลงทุนในระบบบริหารงานขาย:** การลงทุนในระบบบริหารงานขายใหม่เพื่อรองรับการจัดการข้อมูล จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนพลังงานผันผวน:** การที่ค่าก๊าซซึ่งเป็นต้นทุนหลักยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจกดดันอัตรากำไรของบริษัทในอนาคต
* **กำลังซื้อของผู้บริโภค:** ปริมาณการขายที่ลดลงอาจสะท้อนถึงกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขายในระยะต่อไป
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะไม่ได้ระบุโดยตรง แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมกระเบื้องยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจจำกัดความสามารถในการปรับขึ้นราคาขาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาพลังงาน:** โดยเฉพาะราคาค่าก๊าซ ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของบริษัท
* **ปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ย:** การเปลี่ยนแปลงของสองปัจจัยนี้จะส่งผลโดยตรงต่อรายได้และอัตรากำไร
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทในการควบคุมต้นทุนอื่น ๆ นอกเหนือจากค่าก๊าซ
* **สภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** ผลกระทบต่ออุปสงค์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้าง
* **การปรับลดอัตราค่าเช่า:** แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากพื้นที่เช่า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้อง บริษัท DCC ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน (ก๊าซธรรมชาติ) ซึ่งเป็นสัดส่วนสำคัญของต้นทุนขาย การที่ค่าก๊าซปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 44.6% ในไตรมาส 3 และ 46.3% ใน 9 เดือนแรก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้บริษัทจะพยายามส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคด้วยการปรับขึ้นราคาขายเฉลี่ย 11.1% ในไตรมาส 3 แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
ปริมาณการขายที่ลดลง 8.0% ในไตรมาส 3 อาจสะท้อนถึงภาวะอุปสงค์ที่ชะลอตัวในภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท การที่ฝ่ายจัดการไม่ได้กล่าวถึงการเปิดโครงการใหม่ หรือการรับรู้รายได้จาก Backlog ในเอกสารนี้ ทำให้ยังไม่เห็นปัจจัยบวกจากการขยายธุรกิจในส่วนนี้
รายได้อื่นที่ลดลง 29.7% ในไตรมาส 3 ส่วนใหญ่มาจากรายได้ค่าเช่าที่ลดลง 15.7% เนื่องจากมีการปรับลดอัตราค่าเช่าเพื่อช่วยเหลือผู้เช่า ซึ่งเป็นผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อผู้เช่าของบริษัท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 9,327.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 13.3% ส่วนใหญ่มาจากสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 15.6% สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.8%
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,432.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.5% จากสิ้นปี 2564 ส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น 28.8% และหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้น 17.1%
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 5,895.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% จากสิ้นปี 2564 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น 1.8% หักลบด้วยเงินปันผลที่จ่ายออกไป
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลืออาจบ่งชี้ถึงการสต็อกวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิต หรือสินค้าที่ผลิตแล้วแต่ยังขายไม่ได้ ขณะที่การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นอาจบ่งชี้ถึงความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
หัวใจหลักที่กดดันผลประกอบการของ DCC ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **ต้นทุนก๊าซที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้บริษัทจะพยายามส่งผ่านต้นทุนด้วยการปรับขึ้นราคาขาย แต่ก็ไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด ประกอบกับปริมาณขายที่ลดลง ทำให้กำไรสุทธิลดลง 12.0% ภาพรวม 9 เดือนแรก กำไรสุทธิลดลง 2.0% ความเสี่ยงสำคัญคือความผันผวนของราคาพลังงานและกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ซึ่งต้องจับตาแนวโน้มต้นทุนและยอดขายในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DCC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,450.81
ล้านบาท
↓ 12.1% YoY
กำไรขั้นต้น
564.70
ล้านบาท
↓ 13.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
38.92
%
กำไรสุทธิ
179.73
ล้านบาท
↓ 26.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.39
%
D/E Ratio
0.48
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,451
↓ -12.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
565
↓ -13.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
180
↓ -26.2%
YoY
D/E Ratio
0.48
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.48
ROE (%)
12.83
ROA (%)
11.19
Book Value/หุ้น
0.80
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-999
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-83
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-999.48
-29.13%
|
-1,410.22
-2.89%
|
-1,452.15
-13.94%
|
-1,687.40
-15.10%
|
-1,987.52
-5.04%
|
-2,093.00
+68.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-82.60
-128.43%
|
290.57
-67.16%
|
884.92
+1,806.33%
|
46.42
-138.69%
|
-119.98
-134.11%
|
351.77
-129.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,367.22
+18.56%
|
1,153.21
+105.60%
|
560.89
-65.37%
|
1,619.88
-23.15%
|
2,107.84
+17.11%
|
1,799.83
-24.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
35.76
+6.49%
|
33.58
-629.65%
|
-6.34
-69.95%
|
-21.10
-6,305.88%
|
0.34
-99.42%
|
58.60
-211.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
58.16
-33.45%
|
87.39
+119.13%
|
39.88
-31.52%
|
58.24
-17.82%
|
70.87
-39.91%
|
117.93
-6.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
52.69
-9.41%
|
58.16
-33.45%
|
87.39
+119.13%
|
39.88
-31.52%
|
58.24
-17.82%
|
70.87
-39.91%
|