DCC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
DCC
บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
1.39
+0.01 (+0.72%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก การจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จากการปรับวิธีการคำนวณค่าขนส่งให้เหมาะสมโดยคำนึงถึงน้ำหนักและระยะทาง เพื่อรองรับราคาเฉลี่ยน้ำมันดีเซลที่ปรับเพิ่มขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=19575 out_tok=3298 at=2026-07-25T15:29:07 --> # ไทยยูเนี่ยน Q3/2564 กำไรสุทธิลดลง 5.8% แต่รายได้หลักยังเติบโตแข็งแกร่ง ## รายได้ธุรกิจหลักยังแกร่งท่ามกลางต้นทุนขนส่งพุ่ง-บาทอ่อนค่าหนุนยอดขาย บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 1,937 ล้านบาท ลดลง 5.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 2.2% เป็น 35,539 ล้านบาท โดยมีปัจจัยบวกจากยอดขายอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น รวมถึงธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่เติบโตต่อเนื่อง แต่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น และการอ่อนค่าของเงินบาทที่ส่งผลดีต่อยอดขายแต่ก็กระทบต่อต้นทุนบางส่วน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการในไตรมาส 3/2564 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากธุรกิจหลัก (อาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็น และอาหารสัตว์เลี้ยง) ที่ช่วยชดเชยผลกระทบจากปัจจัยลบต่างๆ** แม้กำไรสุทธิจะลดลง 5.8% มาอยู่ที่ 1,937 ล้านบาท แต่หากพิจารณาจากยอดขายรวมที่เพิ่มขึ้น 2.2% เป็น 35,539 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าและขยายตลาดของธุรกิจหลักได้เป็นอย่างดี ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น:** มียอดขายเติบโต 11.0% จากการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารในเอเชียและสหรัฐอเมริกา รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 13.1% จาก 11.1% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลดีจากธุรกิจกุ้งและล็อบสเตอร์ * **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า:** มียอดขายเติบโต 11.4% จากความต้องการที่สูง การเปิดตัวสินค้าใหม่ และการขยายฐานลูกค้า แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงมาอยู่ที่ 23.6% จาก 26.2% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากผลกระทบจากการปิดโรงงานชั่วคราวและค่าขนส่งที่สูงขึ้น * **ปัจจัยลบที่กระทบกำไร:** * **ต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น:** ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อ ยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 12.4% เป็น 12.7% * **การปิดโรงงานชั่วคราว:** จากสถานการณ์ COVID-19 ในบางพื้นที่ เช่น เวียดนามและไทย ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตและแรงงานในระยะสั้น * **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** โดยเฉพาะจากธุรกิจ Avanti และ Red Lobster ที่มีผลประกอบการลดลง * **การปรับมูลค่าทางบัญชีของสัญญาเช่า Red Lobster** ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในแง่การเติบโตของรายได้จากธุรกิจหลัก แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดันด้านต้นทุน** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์การผลิตจะเข้าสู่ภาวะปกติในไตรมาส 4/2564 ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากการปิดโรงงาน อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากค่าระวางเรือและค่าขนส่งที่สูงขึ้นคาดว่าจะยังคงอยู่ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2565 และอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายในปี 2565 จากราคาบรรจุภัณฑ์และน้ำมันที่สูงขึ้น ดังนั้น แม้รายได้จะเติบโตต่อเนื่อง แต่ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นอาจเผชิญความท้าทาย ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2564 อยู่ที่ 1,937 ล้านบาท ลดลง 5.8% YoY** แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง * **รายได้รวม Q3/2564 เพิ่มขึ้น 2.2% YoY เป็น 35,539 ล้านบาท** โดยธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็น และอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตโดดเด่น * **อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมทรงตัวที่ 18.0%** แม้ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงจะลดลง แต่ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็นปรับตัวดีขึ้น * **ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น 4.1% YoY** จากต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น * **การอ่อนค่าของเงินบาท** เป็นปัจจัยบวกต่อยอดขาย แต่ก็กระทบต้นทุนบางส่วน * **การลงทุนใน RBF** มูลค่า 3,000 ล้านบาท เพื่อเสริมศักยภาพในเอเชีย ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 35,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของยอดขายธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นที่เพิ่มขึ้น 11.0% และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าที่เพิ่มขึ้น 11.4% อย่างไรก็ตาม ยอดขายกลุ่มอาหารทะเลแปรรูปลดลง 8.0% เนื่องจากยอดขายกลับเข้าสู่ระดับปกติหลังจากการกักตุนสินค้าในปีที่แล้ว กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 6,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% โดยอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมอยู่ที่ 18.0% ทรงตัวใกล้เคียงกับ 18.2% ในปีก่อนหน้า แม้ว่าอัตรากำไรของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงจะลดลง แต่ได้รับการชดเชยจากธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานลดลง 5.7% มาอยู่ที่ 1,885 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 5.8% มาอยู่ที่ 1,937 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้น 4.1% จากต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น รวมถึงส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม และผลกระทบจากการปิดโรงงานชั่วคราว เมื่อพิจารณาจากตัวเลขทางการเงินที่สำคัญ: * **ยอดขาย:** 35,539 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 2.2% YoY) * **กำไรขั้นต้น:** 6,391 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1.0% YoY) * **EBITDA:** 3,780 ล้านบาท (ลดลงเล็กน้อย YoY) * **กำไรสุทธิ:** 1,937 ล้านบาท (ลดลง 5.8% YoY) * **อัตรากำไรขั้นต้น:** 18.0% (ทรงตัว YoY) * **อัตรากำไรสุทธิ:** 5.4% (ลดลง YoY) * **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** 1.08 เท่า (เพิ่มขึ้น YoY) ## โอกาส * **การฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหาร:** ส่งผลดีต่อยอดขายธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น โดยเฉพาะในเอเชียและสหรัฐอเมริกา * **ความต้องการสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงที่สูง:** หนุนการเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า * **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่:** ทั้งกลุ่ม "Healthy Living" และผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปที่มีอัตรากำไรสูง รวมถึงนวัตกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง * **การลงทุนใน RBF:** เสริมโอกาสการเติบโตในเอเชีย สนับสนุนธุรกิจ Culinary, โปรตีนทางเลือก และอาหารสัตว์เลี้ยง * **การขยายธุรกิจโปรตีนทางเลือก:** ผ่านการจัดงาน Plant-Based FEST และการลงทุนในสตาร์ทอัพด้านโปรตีนจากแมลง * **การมุ่งเน้นความยั่งยืน:** ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อภาพลักษณ์และโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น:** คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงปี 2565 และอาจกระทบต่อต้นทุนขายในปี 2565 จากราคาบรรจุภัณฑ์และน้ำมันที่สูงขึ้น * **การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์:** ส่งผลกระทบทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าจะยังคงอยู่ต่อเนื่อง * **การระบาดของ COVID-19:** ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตและแรงงานในบางพื้นที่ * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** เช่น ราคาปลาแซลมอนที่เพิ่มขึ้น YoY * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ที่อาจส่งผลต่ออัตรากำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือ:** ว่าจะสามารถบริหารจัดการหรือส่งผ่านไปยังผู้บริโภคได้มากน้อยเพียงใด * **สถานการณ์การผลิตในโรงงานต่างๆ:** โดยเฉพาะโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ว่าจะกลับสู่ภาวะปกติได้ตามคาดการณ์หรือไม่ * **ผลการดำเนินงานของ Red Lobster:** ซึ่งยังคงมีส่วนแบ่งขาดทุนและเป็นปัจจัยกดดันกำไร * **ความคืบหน้าของการลงทุนใน RBF:** และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นต่อธุรกิจของ TU * **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** โดยเฉพาะผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าต่อต้นทุน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อาหารและเครื่องดื่ม) **ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป:** ยอดขายลดลง 8.0% YoY กลับสู่ภาวะปกติหลังการกักตุนสินค้าในปีที่แล้ว แต่ยังคงมีอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงที่ 20.7% และเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับช่วงก่อน COVID-19 (Q3/2562) **ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็ง แช่เย็น และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง:** ยอดขายเติบโต 11.0% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจกุ้งและล็อบสเตอร์ที่ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของร้านอาหารในเอเชียและสหรัฐฯ อัตรากำไรขั้นต้นปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 13.1% **ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และอื่นๆ:** ยอดขายเติบโต 11.4% YoY จากความต้องการที่สูงและการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 23.6% เนื่องจากผลกระทบจากการปิดโรงงานชั่วคราวและค่าขนส่งที่สูงขึ้น **การกระจายรายได้ตามภูมิภาค:** สัดส่วนยอดขายในอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้น 3.7% YoY และยุโรปเพิ่มขึ้น 2.1% YoY โดยได้รับปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 161,687 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากมูลค่าสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น และการลงทุนในบริษัทย่อย/ร่วมทุน หนี้สินรวมปรับสูงขึ้น 16.1% มาอยู่ที่ 103,174 ล้านบาท เนื่องจากการเตรียมจัดหาเงินกู้ล่วงหน้าและออกหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5.0% มาอยู่ที่ 58,513 ล้านบาท **กระแสเงินสด:** ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 เงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 4,011 ล้านบาท แม้จะลดลงจากปีก่อน แต่ยังคงเป็นบวก โดยมี EBITDA 11,341 ล้านบาท เงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 6,300 ล้านบาท จาก 2,858 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากการลงทุนใน RBF เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 4,365 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน **อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ:** * **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 1.08 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.97 เท่าในปีก่อน * **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อ EBITDA:** อยู่ที่ 4.39 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 4.17 เท่าในปีก่อน * **อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย:** อยู่ที่ 8.51 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 8.89 เท่าในปีก่อน * **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** อยู่ที่ 1.31 เท่า ลดลงจาก 1.40 เท่าในปีก่อน * **จำนวนวันสินค้าคงคลังสุทธิ:** เพิ่มขึ้นเป็น 135 วัน จาก 123 วันในปีก่อน เนื่องจากมูลค่าสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น ## สรุปท้าย ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ในไตรมาส 3/2564 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก โดยเฉพาะกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็น และอาหารสัตว์เลี้ยง ที่ยังคงเติบโตได้ดีแม้จะเผชิญกับต้นทุนค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นและผลกระทบจากการปิดโรงงานชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การอ่อนค่าของเงินบาทช่วยหนุนยอดขาย แต่ก็กระทบต่อต้นทุนบางส่วน การลงทุนใน RBF และการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมและยั่งยืนเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตระยะยาว แต่ความเสี่ยงด้านต้นทุนค่าขนส่งและวัตถุดิบยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DCC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,450.81 ล้านบาท
↓ 12.1% YoY
กำไรขั้นต้น
564.70 ล้านบาท
↓ 13.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
38.92 %
กำไรสุทธิ
179.73 ล้านบาท
↓ 26.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.39 %
D/E Ratio
0.48
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,451
↓ -12.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
565
↓ -13.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
180
↓ -26.2% YoY
D/E Ratio
0.48

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DCC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
1,450.81
-12.08%
1,650.19
-5.72%
1,750.35
-9.72%
1,938.87
-2.67%
1,992.01
+4.43%
1,907.46
-1.63%
กำไรขั้นต้น
564.70
-13.80%
655.14
-2.90%
674.74
-12.08%
767.42
-9.29%
846.04
+7.26%
788.81
+11.40%
ค่าใช้จ่ายรวม
347.72
-3.01%
358.52
+3.61%
346.04
-7.89%
375.66
-1.70%
382.15
+6.89%
357.52
-10.68%
กำไรสุทธิ
179.73
-26.17%
243.42
-9.40%
268.68
-21.53%
342.40
-11.66%
387.60
+7.21%
361.52
+51.77%
กำไรต่อหุ้น
0.02
-25.93%
0.03
-10.00%
0.03
-21.05%
0.04
-11.63%
0.04
+7.50%
0.04
+53.85%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
38.92
-1.96%
39.70
+2.98%
38.55
-2.60%
39.58
-6.80%
42.47
+2.71%
41.35
+13.23%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
23.97
+10.31%
21.73
+9.91%
19.77
+2.01%
19.38
+1.04%
19.18
+2.35%
18.74
-9.21%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
12.39
-16.00%
14.75
-3.91%
15.35
-13.08%
17.66
-9.25%
19.46
+2.69%
18.95
+54.19%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
12.83
-20.61%
16.16
-13.86%
18.76
-32.40%
27.75
-13.87%
32.22
-17.41%
39.01
+141.40%
ROA(%)
11.19
-19.38%
13.88
-10.34%
15.48
-30.02%
22.12
-8.33%
24.13
+5.93%
22.78
+64.12%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.48
+6.67%
0.45
-11.76%
0.51
-8.93%
0.56
+5.66%
0.53
-34.57%
0.81
+80.00%
P/E
11.34
-20.03%
14.18
+36.48%
10.39
-32.31%
15.35
-0.84%
15.48
+24.34%
12.45
-12.51%
P/BV
1.56
-31.88%
2.29
+14.50%
2.00
-54.55%
4.40
-2.00%
4.49
+17.54%
3.82
+29.49%
BV
0.78
+1.30%
0.77
+8.45%
0.71
+10.94%
0.64
+1.59%
0.63
+8.62%
0.58
-9.38%
YIELD(%)
6.64
+104.31%
3.25
-63.11%
8.81
+34.30%
6.56
+25.67%
5.22
+25.78%
4.15
-25.09%
ราคาหุ้น
1.21
-31.25%
1.76
+23.08%
1.43
-49.29%
2.82
-0.70%
2.84
+27.93%
2.22
+17.46%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.48
ROE (%)
12.83
ROA (%)
11.19
Book Value/หุ้น
0.80

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DCC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
3,158.55
+5.01%
2,982.43
+6.60%
2,797.91
+11.69%
2,505.15
+8.69%
2,304.86
-12.06%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
7,356.50
+2.04%
7,077.70
+7.43%
6,588.15
+2.34%
6,437.62
-0.82%
6,490.77
+6.39%
รวมสินทรัพย์
10,515.05
+2.91%
10,060.13
+7.18%
9,386.06
+4.96%
8,942.77
+1.67%
8,795.63
+0.85%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
2,764.83
+11.59%
2,626.88
-0.77%
2,647.34
+8.05%
2,450.09
-24.39%
3,240.30
-34.24%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
623.36
-7.38%
751.59
+3.13%
728.80
+11.17%
655.59
-5.95%
697.08
+152.67%
รวมหนี้สิน
3,388.20
+7.54%
3,378.47
+0.07%
3,376.14
+8.71%
3,105.68
-21.12%
3,937.38
-24.32%
รวมส่วนของเจ้าของ
7,126.85
+0.85%
6,681.66
+11.18%
6,009.92
+2.96%
5,837.09
+20.15%
4,858.25
+38.06%
D/E
0.48
0.51
0.56
0.53
0.81
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
12.83
18.76
27.75
32.22
39.01
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
11.19
15.48
22.12
24.13
22.78
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.14
1.14
1.06
1.02
0.71
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.06
0.09
0.07
0.09
0.07
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
8.38
0.00
0.00
6.68
9.70
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
279.39
0.00
0.00
167.34
156.12
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
63.45
0.00
0.00
65.50
60.30
วงจรเงินสด
224.32
0.00
0.00
108.52
105.53
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-999
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-83
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DCC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-999.48
-29.13%
-1,410.22
-2.89%
-1,452.15
-13.94%
-1,687.40
-15.10%
-1,987.52
-5.04%
-2,093.00
+68.83%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-82.60
-128.43%
290.57
-67.16%
884.92
+1,806.33%
46.42
-138.69%
-119.98
-134.11%
351.77
-129.73%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
1,367.22
+18.56%
1,153.21
+105.60%
560.89
-65.37%
1,619.88
-23.15%
2,107.84
+17.11%
1,799.83
-24.07%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
35.76
+6.49%
33.58
-629.65%
-6.34
-69.95%
-21.10
-6,305.88%
0.34
-99.42%
58.60
-211.73%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
58.16
-33.45%
87.39
+119.13%
39.88
-31.52%
58.24
-17.82%
70.87
-39.91%
117.93
-6.29%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
52.69
-9.41%
58.16
-33.45%
87.39
+119.13%
39.88
-31.52%
58.24
-17.82%
70.87
-39.91%