DCC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
DCC
บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
1.32
+0.01 (+0.76%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก การจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จากการปรับวิธีการคำนวณค่าขนส่งให้เหมาะสมโดยคำนึงถึงน้ำหนักและระยะทาง เพื่อรองรับราคาเฉลี่ยน้ำมันดีเซลที่ปรับเพิ่มขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=19575 out_tok=3298 at=2026-07-25T15:29:07 --> # ไทยยูเนี่ยน Q3/2564 กำไรสุทธิลดลง 5.8% แต่รายได้หลักยังเติบโตแข็งแกร่ง ## รายได้ธุรกิจหลักยังแกร่งท่ามกลางต้นทุนขนส่งพุ่ง-บาทอ่อนค่าหนุนยอดขาย บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 1,937 ล้านบาท ลดลง 5.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 2.2% เป็น 35,539 ล้านบาท โดยมีปัจจัยบวกจากยอดขายอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น รวมถึงธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่เติบโตต่อเนื่อง แต่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น และการอ่อนค่าของเงินบาทที่ส่งผลดีต่อยอดขายแต่ก็กระทบต่อต้นทุนบางส่วน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการในไตรมาส 3/2564 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากธุรกิจหลัก (อาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็น และอาหารสัตว์เลี้ยง) ที่ช่วยชดเชยผลกระทบจากปัจจัยลบต่างๆ** แม้กำไรสุทธิจะลดลง 5.8% มาอยู่ที่ 1,937 ล้านบาท แต่หากพิจารณาจากยอดขายรวมที่เพิ่มขึ้น 2.2% เป็น 35,539 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าและขยายตลาดของธุรกิจหลักได้เป็นอย่างดี ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น:** มียอดขายเติบโต 11.0% จากการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารในเอเชียและสหรัฐอเมริกา รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 13.1% จาก 11.1% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลดีจากธุรกิจกุ้งและล็อบสเตอร์ * **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า:** มียอดขายเติบโต 11.4% จากความต้องการที่สูง การเปิดตัวสินค้าใหม่ และการขยายฐานลูกค้า แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงมาอยู่ที่ 23.6% จาก 26.2% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากผลกระทบจากการปิดโรงงานชั่วคราวและค่าขนส่งที่สูงขึ้น * **ปัจจัยลบที่กระทบกำไร:** * **ต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น:** ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อ ยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 12.4% เป็น 12.7% * **การปิดโรงงานชั่วคราว:** จากสถานการณ์ COVID-19 ในบางพื้นที่ เช่น เวียดนามและไทย ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตและแรงงานในระยะสั้น * **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** โดยเฉพาะจากธุรกิจ Avanti และ Red Lobster ที่มีผลประกอบการลดลง * **การปรับมูลค่าทางบัญชีของสัญญาเช่า Red Lobster** ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในแง่การเติบโตของรายได้จากธุรกิจหลัก แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดันด้านต้นทุน** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์การผลิตจะเข้าสู่ภาวะปกติในไตรมาส 4/2564 ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากการปิดโรงงาน อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากค่าระวางเรือและค่าขนส่งที่สูงขึ้นคาดว่าจะยังคงอยู่ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2565 และอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายในปี 2565 จากราคาบรรจุภัณฑ์และน้ำมันที่สูงขึ้น ดังนั้น แม้รายได้จะเติบโตต่อเนื่อง แต่ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นอาจเผชิญความท้าทาย ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2564 อยู่ที่ 1,937 ล้านบาท ลดลง 5.8% YoY** แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง * **รายได้รวม Q3/2564 เพิ่มขึ้น 2.2% YoY เป็น 35,539 ล้านบาท** โดยธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็น และอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตโดดเด่น * **อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมทรงตัวที่ 18.0%** แม้ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงจะลดลง แต่ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็นปรับตัวดีขึ้น * **ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น 4.1% YoY** จากต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น * **การอ่อนค่าของเงินบาท** เป็นปัจจัยบวกต่อยอดขาย แต่ก็กระทบต้นทุนบางส่วน * **การลงทุนใน RBF** มูลค่า 3,000 ล้านบาท เพื่อเสริมศักยภาพในเอเชีย ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 35,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของยอดขายธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นที่เพิ่มขึ้น 11.0% และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าที่เพิ่มขึ้น 11.4% อย่างไรก็ตาม ยอดขายกลุ่มอาหารทะเลแปรรูปลดลง 8.0% เนื่องจากยอดขายกลับเข้าสู่ระดับปกติหลังจากการกักตุนสินค้าในปีที่แล้ว กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 6,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% โดยอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมอยู่ที่ 18.0% ทรงตัวใกล้เคียงกับ 18.2% ในปีก่อนหน้า แม้ว่าอัตรากำไรของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงจะลดลง แต่ได้รับการชดเชยจากธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานลดลง 5.7% มาอยู่ที่ 1,885 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 5.8% มาอยู่ที่ 1,937 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้น 4.1% จากต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น รวมถึงส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม และผลกระทบจากการปิดโรงงานชั่วคราว เมื่อพิจารณาจากตัวเลขทางการเงินที่สำคัญ: * **ยอดขาย:** 35,539 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 2.2% YoY) * **กำไรขั้นต้น:** 6,391 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1.0% YoY) * **EBITDA:** 3,780 ล้านบาท (ลดลงเล็กน้อย YoY) * **กำไรสุทธิ:** 1,937 ล้านบาท (ลดลง 5.8% YoY) * **อัตรากำไรขั้นต้น:** 18.0% (ทรงตัว YoY) * **อัตรากำไรสุทธิ:** 5.4% (ลดลง YoY) * **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** 1.08 เท่า (เพิ่มขึ้น YoY) ## โอกาส * **การฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหาร:** ส่งผลดีต่อยอดขายธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น โดยเฉพาะในเอเชียและสหรัฐอเมริกา * **ความต้องการสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงที่สูง:** หนุนการเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า * **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่:** ทั้งกลุ่ม "Healthy Living" และผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปที่มีอัตรากำไรสูง รวมถึงนวัตกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง * **การลงทุนใน RBF:** เสริมโอกาสการเติบโตในเอเชีย สนับสนุนธุรกิจ Culinary, โปรตีนทางเลือก และอาหารสัตว์เลี้ยง * **การขยายธุรกิจโปรตีนทางเลือก:** ผ่านการจัดงาน Plant-Based FEST และการลงทุนในสตาร์ทอัพด้านโปรตีนจากแมลง * **การมุ่งเน้นความยั่งยืน:** ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อภาพลักษณ์และโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น:** คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงปี 2565 และอาจกระทบต่อต้นทุนขายในปี 2565 จากราคาบรรจุภัณฑ์และน้ำมันที่สูงขึ้น * **การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์:** ส่งผลกระทบทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าจะยังคงอยู่ต่อเนื่อง * **การระบาดของ COVID-19:** ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตและแรงงานในบางพื้นที่ * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** เช่น ราคาปลาแซลมอนที่เพิ่มขึ้น YoY * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ที่อาจส่งผลต่ออัตรากำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือ:** ว่าจะสามารถบริหารจัดการหรือส่งผ่านไปยังผู้บริโภคได้มากน้อยเพียงใด * **สถานการณ์การผลิตในโรงงานต่างๆ:** โดยเฉพาะโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ว่าจะกลับสู่ภาวะปกติได้ตามคาดการณ์หรือไม่ * **ผลการดำเนินงานของ Red Lobster:** ซึ่งยังคงมีส่วนแบ่งขาดทุนและเป็นปัจจัยกดดันกำไร * **ความคืบหน้าของการลงทุนใน RBF:** และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นต่อธุรกิจของ TU * **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** โดยเฉพาะผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าต่อต้นทุน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อาหารและเครื่องดื่ม) **ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป:** ยอดขายลดลง 8.0% YoY กลับสู่ภาวะปกติหลังการกักตุนสินค้าในปีที่แล้ว แต่ยังคงมีอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงที่ 20.7% และเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับช่วงก่อน COVID-19 (Q3/2562) **ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็ง แช่เย็น และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง:** ยอดขายเติบโต 11.0% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจกุ้งและล็อบสเตอร์ที่ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของร้านอาหารในเอเชียและสหรัฐฯ อัตรากำไรขั้นต้นปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 13.1% **ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และอื่นๆ:** ยอดขายเติบโต 11.4% YoY จากความต้องการที่สูงและการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 23.6% เนื่องจากผลกระทบจากการปิดโรงงานชั่วคราวและค่าขนส่งที่สูงขึ้น **การกระจายรายได้ตามภูมิภาค:** สัดส่วนยอดขายในอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้น 3.7% YoY และยุโรปเพิ่มขึ้น 2.1% YoY โดยได้รับปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 161,687 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากมูลค่าสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น และการลงทุนในบริษัทย่อย/ร่วมทุน หนี้สินรวมปรับสูงขึ้น 16.1% มาอยู่ที่ 103,174 ล้านบาท เนื่องจากการเตรียมจัดหาเงินกู้ล่วงหน้าและออกหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5.0% มาอยู่ที่ 58,513 ล้านบาท **กระแสเงินสด:** ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 เงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 4,011 ล้านบาท แม้จะลดลงจากปีก่อน แต่ยังคงเป็นบวก โดยมี EBITDA 11,341 ล้านบาท เงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 6,300 ล้านบาท จาก 2,858 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากการลงทุนใน RBF เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 4,365 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน **อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ:** * **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 1.08 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.97 เท่าในปีก่อน * **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อ EBITDA:** อยู่ที่ 4.39 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 4.17 เท่าในปีก่อน * **อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย:** อยู่ที่ 8.51 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 8.89 เท่าในปีก่อน * **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** อยู่ที่ 1.31 เท่า ลดลงจาก 1.40 เท่าในปีก่อน * **จำนวนวันสินค้าคงคลังสุทธิ:** เพิ่มขึ้นเป็น 135 วัน จาก 123 วันในปีก่อน เนื่องจากมูลค่าสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น ## สรุปท้าย ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ในไตรมาส 3/2564 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก โดยเฉพาะกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็น และอาหารสัตว์เลี้ยง ที่ยังคงเติบโตได้ดีแม้จะเผชิญกับต้นทุนค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นและผลกระทบจากการปิดโรงงานชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การอ่อนค่าของเงินบาทช่วยหนุนยอดขาย แต่ก็กระทบต่อต้นทุนบางส่วน การลงทุนใน RBF และการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมและยั่งยืนเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตระยะยาว แต่ความเสี่ยงด้านต้นทุนค่าขนส่งและวัตถุดิบยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DCC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,450.81 ล้านบาท
↓ 12.1% YoY
กำไรขั้นต้น
564.70 ล้านบาท
↓ 13.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
38.92 %
กำไรสุทธิ
179.73 ล้านบาท
↓ 26.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.39 %
D/E Ratio
0.48
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,451
↓ -12.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
565
↓ -13.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
180
↓ -26.2% YoY
D/E Ratio
0.48

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DCC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,450.81
-12.08%
1,650.19
-5.72%
1,750.35
-9.72%
1,938.87
-2.67%
1,992.01
+4.43%
1,907.46
-1.63%
กำไรขั้นต้น —
564.70
-13.80%
655.14
-2.90%
674.74
-12.08%
767.42
-9.29%
846.04
+7.26%
788.81
+11.40%
ค่าใช้จ่ายรวม —
347.72
-3.01%
358.52
+3.61%
346.04
-7.89%
375.66
-1.70%
382.15
+6.89%
357.52
-10.68%
กำไรสุทธิ —
179.73
-26.17%
243.42
-9.40%
268.68
-21.53%
342.40
-11.66%
387.60
+7.21%
361.52
+51.77%
กำไรต่อหุ้น —
0.02
-25.93%
0.03
-10.00%
0.03
-21.05%
0.04
-11.63%
0.04
+7.50%
0.04
+53.85%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
38.92
-1.96%
39.70
+2.98%
38.55
-2.60%
39.58
-6.80%
42.47
+2.71%
41.35
+13.23%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
23.97
+10.31%
21.73
+9.91%
19.77
+2.01%
19.38
+1.04%
19.18
+2.35%
18.74
-9.21%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
12.39
-16.00%
14.75
-3.91%
15.35
-13.08%
17.66
-9.25%
19.46
+2.69%
18.95
+54.19%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
12.83
-20.61%
16.16
-13.86%
18.76
-32.40%
27.75
-13.87%
32.22
-17.41%
39.01
+141.40%
ROA(%) —
11.19
-19.38%
13.88
-10.34%
15.48
-30.02%
22.12
-8.33%
24.13
+5.93%
22.78
+64.12%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.48
+6.67%
0.45
-11.76%
0.51
-8.93%
0.56
+5.66%
0.53
-34.57%
0.81
+80.00%
P/E —
11.34
-20.03%
14.18
+36.48%
10.39
-32.31%
15.35
-0.84%
15.48
+24.34%
12.45
-12.51%
P/BV —
1.56
-31.88%
2.29
+14.50%
2.00
-54.55%
4.40
-2.00%
4.49
+17.54%
3.82
+29.49%
BV —
0.78
+1.30%
0.77
+8.45%
0.71
+10.94%
0.64
+1.59%
0.63
+8.62%
0.58
-9.38%
YIELD(%) —
6.64
+104.31%
3.25
-63.11%
8.81
+34.30%
6.56
+25.67%
5.22
+25.78%
4.15
-25.09%
ราคาหุ้น —
1.21
-31.25%
1.76
+23.08%
1.43
-49.29%
2.82
-0.70%
2.84
+27.93%
2.22
+17.46%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.48
ROE (%)
12.83
ROA (%)
11.19
Book Value/หุ้น
0.80

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DCC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
3,158.55
+5.01%
—
2,982.43
+6.60%
2,797.91
+11.69%
2,505.15
+8.69%
2,304.86
-12.06%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
7,356.50
+2.04%
—
7,077.70
+7.43%
6,588.15
+2.34%
6,437.62
-0.82%
6,490.77
+6.39%
รวมสินทรัพย์ —
10,515.05
+2.91%
—
10,060.13
+7.18%
9,386.06
+4.96%
8,942.77
+1.67%
8,795.63
+0.85%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
2,764.83
+11.59%
—
2,626.88
-0.77%
2,647.34
+8.05%
2,450.09
-24.39%
3,240.30
-34.24%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
623.36
-7.38%
—
751.59
+3.13%
728.80
+11.17%
655.59
-5.95%
697.08
+152.67%
รวมหนี้สิน —
3,388.20
+7.54%
—
3,378.47
+0.07%
3,376.14
+8.71%
3,105.68
-21.12%
3,937.38
-24.32%
รวมส่วนของเจ้าของ —
7,126.85
+0.85%
—
6,681.66
+11.18%
6,009.92
+2.96%
5,837.09
+20.15%
4,858.25
+38.06%
D/E —
0.48
—
0.51
0.56
0.53
0.81
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
12.83
—
18.76
27.75
32.22
39.01
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
11.19
—
15.48
22.12
24.13
22.78
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.14
—
1.14
1.06
1.02
0.71
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.06
—
0.09
0.07
0.09
0.07
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
8.38
—
0.00
0.00
6.68
9.70
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
279.39
—
0.00
0.00
167.34
156.12
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
63.45
—
0.00
0.00
65.50
60.30
วงจรเงินสด —
224.32
—
0.00
0.00
108.52
105.53
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-999
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-83
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DCC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-999.48
-29.13%
-1,410.22
-2.89%
-1,452.15
-13.94%
-1,687.40
-15.10%
-1,987.52
-5.04%
-2,093.00
+68.83%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-82.60
-128.43%
290.57
-67.16%
884.92
+1,806.33%
46.42
-138.69%
-119.98
-134.11%
351.77
-129.73%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
1,367.22
+18.56%
1,153.21
+105.60%
560.89
-65.37%
1,619.88
-23.15%
2,107.84
+17.11%
1,799.83
-24.07%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
35.76
+6.49%
33.58
-629.65%
-6.34
-69.95%
-21.10
-6,305.88%
0.34
-99.42%
58.60
-211.73%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
58.16
-33.45%
87.39
+119.13%
39.88
-31.52%
58.24
-17.82%
70.87
-39.91%
117.93
-6.29%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
52.69
-9.41%
58.16
-33.45%
87.39
+119.13%
39.88
-31.52%
58.24
-17.82%
70.87
-39.91%