บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
3.48
+0.02 (+0.58%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3233 out_tok=2061 at=2026-07-25T13:17:31 -->
# CPI กำไรสุทธิปี 64 พุ่ง 84% รับราคาขายผลิตภัณฑ์หลักปรับสูงขึ้น
## รายได้-กำไรโตเด่น รับอานิสงส์ราคาขายเฉลี่ยเพิ่ม 38% แม้ต้นทุนวัตถุดิบขยับแรง
บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ CPI รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 292.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 84% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ทำได้ 159.05 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าการเพิ่มขึ้นของราคาขายผลิตภัณฑ์หลักเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการในปีที่ผ่านมา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ CPI ในปี 2564 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 84% มาจาก **การเพิ่มขึ้นของราคาขายโดยเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์หลักที่สูงถึง 38%** ซึ่งสามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้น 109 ล้านบาท เป็น 520 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะลดลงเล็กน้อยจาก 13% เป็น 12% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของราคาขายผลิตภัณฑ์หลักในปี 2564 เป็นผลมาจากปัจจัยด้านอุปทานและอุปสงค์ในตลาดน้ำมันปาล์ม โดยทั่วไปแล้ว ราคาขายที่สูงขึ้นจะส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขาย ซึ่งในปีนี้รายได้รวมอยู่ที่ 5,597 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,707 ล้านบาท หรือ 44% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 1,569 ล้านบาท หรือ 47% จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การปรับราคาขายที่มากกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของต้นทุนในภาพรวม ทำให้บริษัทสามารถรักษาการเติบโตของกำไรได้ นอกจากนี้ ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 10% ยังเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนรายได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านต้นทุน** จากข้อมูลที่ระบุ ฝ่ายจัดการได้ปรับราคาขายผลิตภัณฑ์หลักเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนสภาวะตลาด ณ ขณะนั้น และการที่ปริมาณขายยังคงเพิ่มขึ้น แสดงว่าบริษัทยังสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดได้ อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นในอัตราที่มากกว่าราคาขายที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้ GPM ลดลง เป็นสัญญาณที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หากต้นทุนวัตถุดิบยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่สามารถผลักภาระไปสู่ราคาขายได้ทั้งหมด อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 84%:** กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 292.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 159.05 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้เติบโต 44%:** รายได้จากการขายรวม 5,597 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,707 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 38% และปริมาณขายเพิ่ม 10%
* **ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 47% ตามราคาวัตถุดิบเฉลี่ยที่สูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย:** GPM ปรับลดจาก 13% เป็น 12% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มในอัตราที่มากกว่าราคาขาย
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่ม 16% ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายประกันความเสี่ยง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการปี 2564 ของ CPI แสดงการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 292.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รายได้จากการขายเติบโต 44% มาอยู่ที่ 5,597 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับขึ้นของราคาขายผลิตภัณฑ์หลักถึง 38% ประกอบกับปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 10% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 47% ตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเล็กน้อยจาก 13% เป็น 12% ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 5% ตามปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 16% ส่วนใหญ่จากการประกันความเสี่ยงที่สูงขึ้น
## โอกาส
* **ราคาผลิตภัณฑ์หลักที่ปรับตัวสูงขึ้น:** การที่บริษัทสามารถปรับราคาขายผลิตภัณฑ์หลักได้สอดคล้องกับสภาวะตลาด เป็นโอกาสในการรักษาและเพิ่มรายได้
* **ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น:** การเติบโตของปริมาณขาย 10% บ่งชี้ถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ยังคงมีอยู่ และศักยภาพในการขยายตลาด
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** หากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มมีความผันผวนสูงตามปัจจัยตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิต:** นอกเหนือจากวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าขนส่ง ค่าพลังงาน อาจปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การส่งออกอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
* **ค่าใช้จ่ายในการประกันความเสี่ยง:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มในตลาดโลก
* ความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขายผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับต้นทุน
* ทิศทางของปริมาณขายในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการประกันความเสี่ยง
* ผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาลผลิตน้ำมันปาล์ม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในส่วนของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 44% นั้น เป็นผลโดยตรงจากการที่ราคาขายโดยเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์หลักปรับตัวสูงขึ้นถึง 38% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ ขณะที่ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 10% แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาด อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 47% ซึ่งสูงกว่าราคาขายเล็กน้อย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 13% เป็น 12% การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน และเพิ่มขึ้นในอัตราที่มากกว่าราคาขายที่เพิ่มขึ้น เป็นประเด็นที่ต้องให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไร
ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 5% สอดคล้องกับปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการดำเนินงาน ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 16% นั้น มีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการประกันความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นกลยุทธ์ของบริษัทในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านราคาหรืออัตราแลกเปลี่ยน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในปี 2564 อย่างชัดเจน จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
CPI โชว์ผลประกอบการปี 2564 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 84% เป็นผลจากการปรับขึ้นของราคาขายผลิตภัณฑ์หลักที่สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มในอัตราที่มากกว่าราคาขายเล็กน้อย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย เป็นประเด็นที่ต้องจับตาต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเติบโตในอนาคต แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนควรพิจารณา
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,273.48
ล้านบาท
↑ 15.4% YoY
กำไรขั้นต้น
151.72
ล้านบาท
↓ 2.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.91
%
กำไรสุทธิ
7.47
ล้านบาท
↓ 87.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.59
%
D/E Ratio
0.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,273
↑ + 15.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
152
↓ -2.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7
↓ -87.2%
YoY
D/E Ratio
0.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.35
ROE (%)
13.05
ROA (%)
12.40
Book Value/หุ้น
5.52
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+42
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+72
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
42.26
-74.58%
|
166.22
-117.24%
|
-964.31
-950.96%
|
113.32
-125.48%
|
-444.72
-285.11%
|
240.24
+80.09%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
71.56
+13.71%
|
62.93
-19.53%
|
78.20
-743.62%
|
-12.15
-144.29%
|
27.43
-272.62%
|
-15.89
-23.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-129.75
-55.47%
|
-291.40
-135.87%
|
812.42
-676.47%
|
-140.93
-136.69%
|
384.15
-268.66%
|
-227.76
+57.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-15.93
-74.41%
|
-62.25
-15.51%
|
-73.68
+85.31%
|
-39.76
+19.90%
|
-33.16
+872.43%
|
-3.41
-89.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
98.17
+35.78%
|
72.30
-7.39%
|
78.07
-28.62%
|
109.37
+16.62%
|
93.78
+31.79%
|
71.16
-44.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
110.95
+13.02%
|
98.17
+35.78%
|
72.30
-7.39%
|
78.07
-28.62%
|
109.37
+16.62%
|
93.78
+31.79%
|