บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
3.48
+0.02 (+0.58%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3319 out_tok=1836 at=2026-07-27T09:07:54 -->
# CPI กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 297% รับราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์หลักพุ่ง 40%
## รายได้-กำไรโตแรงตามราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์หลักที่เพิ่มขึ้น 40% ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มน้อยกว่า ส่งผล GPM ขยายตัว
บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ CPI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 118.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 297% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 29.93 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโตสูงและอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ CPI ในไตรมาส 2 ปี 2564 พุ่งสูงขึ้น 297% มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์หลักถึง 40%** ควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณขาย 19% ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายรวมเติบโตถึง 65% นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ยังขยายตัวจาก 13% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 17% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่าราคาขาย
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 592 ล้านบาท หรือ 65% มาจากการที่ปริมาณขายในไตรมาส 2 ปี 2564 เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปีก่อน และราคาขายโดยเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์หลักเพิ่มขึ้นถึง 40% ในขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 448 ล้านบาท หรือ 56% โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบโดยเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบนี้มีอัตราที่น้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของราคาขาย ทำให้ GPM ขยายตัวจาก 13% เป็น 17% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 2 ล้านบาท (10%) จากค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 43 ล้านบาท (91%) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายในการประกันความเสี่ยงที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์หลักที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และ GPM ในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นจากค่าใช้จ่ายประกันความเสี่ยงอาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 297%**: อยู่ที่ 118.81 ล้านบาท จาก 29.93 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายเติบโต 65%**: อยู่ที่ 1,506 ล้านบาท จาก 914 ล้านบาทในปีก่อน
* **ราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์หลักเพิ่ม 40%**: เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก
* **ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 19%**: สนับสนุนการเติบโตของรายได้
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัว**: จาก 13% เป็น 17% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มน้อยกว่าราคาขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 91%**: ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายประกันความเสี่ยง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ CPI มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 1,506 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% จาก 914 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ขณะที่ต้นทุนขายอยู่ที่ 1,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 13% เป็น 17% แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 91% แต่ผลจากการเติบโตของรายได้และ GPM ที่สูงกว่า ทำให้กำไรสุทธิเติบโตขึ้นถึง 297%
## โอกาส
* **ราคาผลิตภัณฑ์หลักที่สูงขึ้น**: เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้และอัตรากำไร
* **ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น**: แสดงถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ยังคงมีอยู่
## ความเสี่ยง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น**: โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการประกันความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น 91% อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิหากไม่สามารถควบคุมได้
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ**: แม้ในไตรมาสนี้ต้นทุนวัตถุดิบจะเพิ่มน้อยกว่าราคาขาย แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์หลักในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายประกันความเสี่ยง
* การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนวัตถุดิบหลัก
* ปริมาณการขายในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในส่วนของรายได้จากการขาย ไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 1,506 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 19% และราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์หลักที่สูงขึ้นถึง 40% ซึ่งเป็นผลดีต่อรายได้รวมของบริษัทฯ ในขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 56% โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นนี้อยู่ในอัตราที่น้อยกว่าราคาขาย ทำให้บริษัทฯ สามารถรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ได้ จาก 13% ในปีก่อน มาเป็น 17% ในไตรมาสนี้
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 10% จากค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นถึง 91% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ามีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการประกันความเสี่ยงที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด)
## สรุปท้าย
CPI ในไตรมาส 2 ปี 2564 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตถึง 297% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นของราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์หลักถึง 40% ซึ่งช่วยหนุนรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นให้ขยายตัวได้ดี แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ปัจจัยบวกจากราคาขายก็สามารถชดเชยได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์หลัก ต้นทุนวัตถุดิบ และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPI ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,273.48
ล้านบาท
↑ 15.4% YoY
กำไรขั้นต้น
151.72
ล้านบาท
↓ 2.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.91
%
กำไรสุทธิ
7.47
ล้านบาท
↓ 87.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.59
%
D/E Ratio
0.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,273
↑ + 15.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
152
↓ -2.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7
↓ -87.2%
YoY
D/E Ratio
0.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.35
ROE (%)
13.05
ROA (%)
12.40
Book Value/หุ้น
5.52
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+42
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+72
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
42.26
-74.58%
|
166.22
-117.24%
|
-964.31
-950.96%
|
113.32
-125.48%
|
-444.72
-285.11%
|
240.24
+80.09%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
71.56
+13.71%
|
62.93
-19.53%
|
78.20
-743.62%
|
-12.15
-144.29%
|
27.43
-272.62%
|
-15.89
-23.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-129.75
-55.47%
|
-291.40
-135.87%
|
812.42
-676.47%
|
-140.93
-136.69%
|
384.15
-268.66%
|
-227.76
+57.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-15.93
-74.41%
|
-62.25
-15.51%
|
-73.68
+85.31%
|
-39.76
+19.90%
|
-33.16
+872.43%
|
-3.41
-89.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
98.17
+35.78%
|
72.30
-7.39%
|
78.07
-28.62%
|
109.37
+16.62%
|
93.78
+31.79%
|
71.16
-44.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
110.95
+13.02%
|
98.17
+35.78%
|
72.30
-7.39%
|
78.07
-28.62%
|
109.37
+16.62%
|
93.78
+31.79%
|