บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
3.48
+0.02 (+0.58%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4195 out_tok=1933 at=2026-08-06T17:50:34 -->
# CPI กำไรสุทธิ Q2/2569 ดิ่ง 74% สวนทางราคาขาย เหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง
## ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกดดัน GPM หดตัวแรง แม้ราคาขายเฉลี่ยปรับขึ้นเล็กน้อย
บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ CPI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 65 ล้านบาท ลดลงถึง 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 253 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมาก แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์หลักจะปรับเพิ่มขึ้นก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ CPI ในไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าการปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ยอย่างมีนัยสำคัญ** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างรุนแรง จาก 25% ในปีก่อน เหลือเพียง 16% ในไตรมาสนี้ แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลงเพียง 11% แต่การหดตัวของ GPM ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ลดลงถึง 74%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนขายในไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการ **ราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นถึง 35%** ในขณะที่ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของผลิตภัณฑ์หลักเพิ่มขึ้นเพียง 9% การที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่มากกว่าราคาขายเฉลี่ย ทำให้บริษัทไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 12% จากค่าขนส่งและค่าส่งเสริมการขายที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 26% จากค่าใช้จ่ายพนักงานและทรัพย์สินที่สูงขึ้น ยิ่งซ้ำเติมผลประกอบการให้ลดลงไปอีก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบจะยังคงสูงต่อเนื่องหรือไม่ แต่การที่ราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ และส่งผลกระทบต่อ GPM อย่างรุนแรง ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยนี้มีลักษณะเป็น **แรงกดดันชั่วคราว** ที่เกิดจากสภาวะตลาดวัตถุดิบ หากราคาวัตถุดิบปรับลดลงในอนาคต หรือบริษัทสามารถปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนได้มากขึ้น ก็มีโอกาสที่ GPM จะฟื้นตัวกลับมาได้ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 74% YoY:** จาก 253 ล้านบาท ใน Q2/2568 เหลือ 65 ล้านบาท ใน Q2/2569
* **รายได้จากการขายลดลง 11% YoY:** อยู่ที่ 1,522 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณขายลดลง 19% แม้ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 9%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวรุนแรง:** จาก 25% ในปีก่อน เหลือ 16% ในไตรมาสนี้
* **ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง 35%:** เป็นปัจจัยหลักกดดัน GPM เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นน้อยกว่า
* **ค่าใช้จ่ายบริหารและขายเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่ม 12% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่ม 26%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 1,522 ล้านบาท ลดลง 180 ล้านบาท หรือ 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณขายผลิตภัณฑ์หลักลดลง 19% แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับเพิ่มขึ้น 9% ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 7.57 ล้านบาท หรือ 1% เป็น 1,285 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น 35% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25% เป็น 16% ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 3 ล้านบาท หรือ 12% เป็น 33 ล้านบาท จากค่าขนส่งและค่าส่งเสริมการขายที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 19 ล้านบาท หรือ 26% เป็น 97 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายพนักงานและทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 65 ล้านบาท ลดลง 188 ล้านบาท หรือ 74% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
เอกสารไม่ได้ระบุโอกาสในการเติบโต หรือปัจจัยบวกที่ชัดเจนสำหรับไตรมาสนี้
## ความเสี่ยง
ความเสี่ยงหลักที่ระบุในเอกสารคือ **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น นอกจากนี้ **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** อาจเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการในระยะต่อไป หากไม่สามารถควบคุมได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มในตลาดโลกและในประเทศ
* ความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขายผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหาร
* ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์หลักในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบและราคาขาย:** ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของ CPI คือความสัมพันธ์ระหว่างราคาวัตถุดิบ (เช่น ปาล์มน้ำมัน) และราคาขายผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ในไตรมาส 2 ปี 2569 ราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น 35% เป็นแรงกดดันหลัก ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ราคาขายเฉลี่ยจะปรับเพิ่มขึ้น 9% ก็ตาม สะท้อนว่าบริษัทไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปสู่ผู้บริโภคได้ทั้งหมด
**ปริมาณขาย:** ปริมาณขายผลิตภัณฑ์หลักที่ลดลง 19% เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขายโดยรวม การที่ปริมาณขายลดลงอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การแข่งขันในตลาด หรือความต้องการสินค้าที่ลดลง ซึ่งเป็นจุดที่ต้องติดตาม
**ต้นทุนการดำเนินงาน:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย (12%) และค่าใช้จ่ายในการบริหาร (26%) เป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากเป็นการเพิ่มขึ้นของต้นทุนคงที่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิมากขึ้นเมื่อรายได้หรือปริมาณขายไม่เป็นไปตามเป้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ CPI ในไตรมาส 2 ปี 2569 ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการพุ่งขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้หดตัวลงอย่างรุนแรง แม้จะมีการปรับขึ้นราคาขายเฉลี่ยบ้าง แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPI ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
1,273.48
ล้านบาท
↑ 15.4% YoY
กำไรขั้นต้น
151.72
ล้านบาท
↓ 2.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.91
%
กำไรสุทธิ
7.47
ล้านบาท
↓ 87.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.59
%
D/E Ratio
0.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,273
↑ + 15.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
152
↓ -2.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7
↓ -87.2%
YoY
D/E Ratio
0.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.35
ROE (%)
13.05
ROA (%)
12.40
Book Value/หุ้น
5.52
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+42
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+72
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
42.26
-74.58%
|
166.22
-117.24%
|
-964.31
-950.96%
|
113.32
-125.48%
|
-444.72
-285.11%
|
240.24
+80.09%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
71.56
+13.71%
|
62.93
-19.53%
|
78.20
-743.62%
|
-12.15
-144.29%
|
27.43
-272.62%
|
-15.89
-23.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-129.75
-55.47%
|
-291.40
-135.87%
|
812.42
-676.47%
|
-140.93
-136.69%
|
384.15
-268.66%
|
-227.76
+57.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-15.93
-74.41%
|
-62.25
-15.51%
|
-73.68
+85.31%
|
-39.76
+19.90%
|
-33.16
+872.43%
|
-3.41
-89.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
98.17
+35.78%
|
72.30
-7.39%
|
78.07
-28.62%
|
109.37
+16.62%
|
93.78
+31.79%
|
71.16
-44.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
110.95
+13.02%
|
98.17
+35.78%
|
72.30
-7.39%
|
78.07
-28.62%
|
109.37
+16.62%
|
93.78
+31.79%
|