บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
3.48
+0.02 (+0.58%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3381 out_tok=2218 at=2026-07-25T12:02:00 -->
# CPI กำไรสุทธิ Q3/2566 หดตัว 30% YoY เหตุราคาขาย-ปริมาณลด สวนทางต้นทุนวัตถุดิบที่ลดเร็วกว่า
## รายได้-กำไร ปรับตัวตามราคาขายและปริมาณผลิตที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงช่วยชะลอผลกระทบ
บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ CPI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 27.87 ล้านบาท ลดลง 30.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 40.33 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการปรับตัวลงของราคาขายและปริมาณขายผลิตภัณฑ์หลัก แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะลดลงตามไปด้วย แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หดตัวได้ทั้งหมด
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ CPI ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การลดลงของรายได้จากการขาย** ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายผลิตภัณฑ์หลักที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าต้นทุนขายจะลดลงในอัตราที่มากกว่ารายได้ที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หดตัวได้ทั้งหมด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **รายได้จากการขายในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 1,253 ล้านบาท ลดลง 290 ล้านบาท หรือ 19%** เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก **ราคาขายโดยเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์หลักลดลง 43%** และ **ปริมาณขายลดลง 11%** การลดลงของราคาขายและปริมาณขายนี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้รวมของบริษัทฯ
ในส่วนของ **ต้นทุนขายอยู่ที่ 1,110 ล้านบาท ลดลง 293 ล้านบาท หรือ 21%** ซึ่งเกิดจาก **ต้นทุนวัตถุดิบโดยเฉลี่ยลดลง** การที่ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงในอัตราที่มากกว่าราคาขายที่ลดลง ทำให้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยเพิ่มขึ้นจาก 9% ในปีก่อน เป็น 11% ในไตรมาสนี้**
อย่างไรก็ตาม แม้ GPM จะดีขึ้น แต่ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับเพิ่มขึ้น 16 ล้านบาท หรือ 30%** โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ค่าใช้จ่ายในการประกันความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น** ปัจจัยเหล่านี้รวมกันส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ ในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 27.87 ล้านบาท ลดลงจาก 40.33 ล้านบาทในปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** โดยฝ่ายจัดการได้ระบุถึงสาเหตุหลักที่ทำให้รายได้และปริมาณขายลดลง แต่ไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนสำหรับไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม การที่ราคาขายเฉลี่ยลดลงถึง 43% และปริมาณขายลดลง 11% เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าแนวโน้มนี้จะยังคงอยู่หรือไม่ รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการประกันความเสี่ยงที่จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการบริหารในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 30.5% YoY:** อยู่ที่ 27.87 ล้านบาท จาก 40.33 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายหดตัว 19% YoY:** อยู่ที่ 1,253 ล้านบาท จาก 1,543 ล้านบาท
* **ราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์หลักลดลง 43%:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้
* **ปริมาณขายลดลง 11%:** ส่งผลกระทบเพิ่มเติมต่อรายได้
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับดีขึ้น:** เพิ่มจาก 9% เป็น 11% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยลดลงเร็วกว่าราคาขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 30%:** สาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายประกันความเสี่ยงที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 1,253 ล้านบาท ลดลง 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับลดลงของราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์หลักถึง 43% และปริมาณขายที่ลดลง 11% ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 1,110 ล้านบาท ลดลง 21% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 9% เป็น 11% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 30% โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายในการประกันความเสี่ยงที่สูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 27.87 ล้านบาท ลดลง 30.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ:** การที่ต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยลดลงเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** หากสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประกันความเสี่ยงได้ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาขายผลิตภัณฑ์หลัก:** การที่ราคาขายเฉลี่ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร
* **ปริมาณผลผลิตและปริมาณขาย:** ปริมาณผลปาล์มสดที่น้อยกว่าปีก่อน และปริมาณขายที่ลดลง เป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **ค่าใช้จ่ายในการประกันความเสี่ยง:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการบริหารและกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาขายผลิตภัณฑ์หลัก:** จะปรับตัวดีขึ้นหรือยังคงลดลงในไตรมาสถัดไป
* **ปริมาณการผลิตและการขาย:** จะสามารถฟื้นตัวหรือยังคงอยู่ในระดับต่ำ
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการประกันความเสี่ยง:** จะมีแนวโน้มลดลงหรือเพิ่มขึ้น
* **ฤดูกาลผลิตปาล์ม:** ผลกระทบต่อปริมาณผลปาล์มสดที่จะเข้าสู่กระบวนการผลิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายโดยเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์หลักในไตรมาส 3 ปี 2566 ลดลง 43% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยลบหลักที่กดดันรายได้ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบโดยเฉลี่ยลดลงเช่นกัน แต่ในอัตราที่น้อยกว่าราคาขายที่ลดลง ทำให้ GPM ดีขึ้น
**Volume:** ปริมาณขายในไตรมาส 3 ปี 2566 ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณผลปาล์มสดที่น้อยกว่าปีก่อน
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 9% เป็น 11% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยลดลงในอัตราที่มากกว่าราคาขายที่ลดลง
**ช่องทางขาย/ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับช่องทางขายหรือสัดส่วนการส่งออก
**สต็อก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสต็อก
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือข้อมูลการส่งออกโดยตรง
**ฤดูกาลผลิต:** ระบุเพียงว่าปริมาณผลปาล์มสดในไตรมาส 3 ปี 2566 มีน้อยกว่าปีก่อน ซึ่งบ่งชี้ถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน หรืออัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) รวมถึงข้อมูลกระแสเงินสด
## สรุปท้าย
CPI ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการปรับตัวลงของทั้งราคาขายและปริมาณขายผลิตภัณฑ์หลัก แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงจะช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หดตัวได้ทั้งหมด ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายประกันความเสี่ยง ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาขาย ปริมาณการผลิตและการขาย รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPI ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
1,273.48
ล้านบาท
↑ 15.4% YoY
กำไรขั้นต้น
151.72
ล้านบาท
↓ 2.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.91
%
กำไรสุทธิ
7.47
ล้านบาท
↓ 87.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.59
%
D/E Ratio
0.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,273
↑ + 15.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
152
↓ -2.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7
↓ -87.2%
YoY
D/E Ratio
0.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.35
ROE (%)
13.05
ROA (%)
12.40
Book Value/หุ้น
5.52
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+42
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+72
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
42.26
-74.58%
|
166.22
-117.24%
|
-964.31
-950.96%
|
113.32
-125.48%
|
-444.72
-285.11%
|
240.24
+80.09%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
71.56
+13.71%
|
62.93
-19.53%
|
78.20
-743.62%
|
-12.15
-144.29%
|
27.43
-272.62%
|
-15.89
-23.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-129.75
-55.47%
|
-291.40
-135.87%
|
812.42
-676.47%
|
-140.93
-136.69%
|
384.15
-268.66%
|
-227.76
+57.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-15.93
-74.41%
|
-62.25
-15.51%
|
-73.68
+85.31%
|
-39.76
+19.90%
|
-33.16
+872.43%
|
-3.41
-89.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
98.17
+35.78%
|
72.30
-7.39%
|
78.07
-28.62%
|
109.37
+16.62%
|
93.78
+31.79%
|
71.16
-44.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
110.95
+13.02%
|
98.17
+35.78%
|
72.30
-7.39%
|
78.07
-28.62%
|
109.37
+16.62%
|
93.78
+31.79%
|