บริษัท ชิค รีพับบลิค จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.30
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6367 out_tok=2972 at=2026-07-25T12:03:27 -->
# CHIC พลิกขาดทุนปี 64 สู่กำไร 16.58 ล้านบาทปี 65 รับรายได้รวมโต 14%
## รายได้รวมโต 14% แต่กำไรสุทธิหด 14% ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนพุ่ง-การตลาด-รายการพิเศษกดดัน
บริษัท ชิค รีพับบลิค จำกัด (มหาชน) หรือ CHIC รายงานผลประกอบการปี 2565 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 มีรายได้รวม 770.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.27% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 14.00% มาอยู่ที่ 16.58 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากต้นทุนขายและบริการที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายการพิเศษจากการแก้ไขสัญญาเช่า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ CHIC ในปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้รวมที่แข็งแกร่งถึง 14.27% แต่ถูกหักล้างด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากการดำเนินงานและการตลาด รวมถึงรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว** ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง 14.00% แม้รายได้จากการขายสินค้าจะเพิ่มขึ้นจากการกระตุ้นยอดขายและรายได้งานโครงการจะส่งมอบต่อเนื่อง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 96.19 ล้านบาท มาจากหลายส่วน ได้แก่ รายได้จากการขายสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากการกระตุ้นยอดขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์, รายได้งานโครงการที่ส่งมอบต่อเนื่อง, รายได้จากการออกแบบและตกแต่งภายในที่เพิ่มขึ้นจากการส่งมอบงาน, และรายได้จากการให้บริการที่กลับมาเรียกเก็บได้ตามปกติหลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในปี 2564
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 70.91 ล้านบาท หรือ 22.41% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น และได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ต้นทุนนำเข้าสูงขึ้น แม้บริษัทจะปรับราคาสินค้าขึ้นเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดได้
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 31.40 ล้านบาท หรือ 10.55% โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายพนักงาน, ค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้นตามค่าไฟฟ้า, ภาษีสิ่งปลูกสร้างที่กลับมาเก็บเต็มอัตรา, ค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นเพื่อโปรโมทแบรนด์และกระตุ้นยอดขาย, และค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามยอดขายและราคาน้ำมัน
นอกจากนี้ ยังมีรายการพิเศษจากการแก้ไขสัญญาเช่าสาขาอุดรธานีที่ลดพื้นที่เช่าลง ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว 4.20 ล้านบาทในไตรมาสสอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงในปี 2565 มีทั้งส่วนที่คาดว่าจะต่อเนื่องและส่วนที่เป็นครั้งคราว
* **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากค่าเงินบาทอ่อนค่าและราคาน้ำมันสูง:** มีโอกาสต่อเนื่องหากแนวโน้มดังกล่าวยังคงอยู่ แต่บริษัทมีการปรับราคาสินค้าเพื่อบรรเทาผลกระทบ
* **ค่าใช้จ่ายทางการตลาดและการสร้างแบรนด์:** มีแนวโน้มต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ระยะยาว
* **ภาษีสิ่งปลูกสร้างและค่าสาธารณูปโภค:** มีโอกาสต่อเนื่องตามอัตราที่ประกาศและราคาพลังงาน
* **รายการพิเศษจากการแก้ไขสัญญาเช่า:** เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time) และไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกในลักษณะเดียวกัน
โดยรวมแล้ว แม้รายได้จะเติบโต แต่แรงกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายการพิเศษ ทำให้ผลประกอบการในปี 2565 ยังไม่สามารถกลับไปสู่ระดับกำไรที่สูงกว่าปีก่อนได้ ต้องติดตามการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพของค่าใช้จ่ายทางการตลาดในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 14.27%** แตะ 770.06 ล้านบาท จากการกระตุ้นยอดขายและส่งมอบงานโครงการต่อเนื่อง
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 14.00%** เหลือ 16.58 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 22.41% และค่าใช้จ่ายขายบริหารเพิ่มขึ้น 10.55%
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 52.42% ในปี 2564 เป็น 49.06% ในปี 2565
* **อัตรากำไรสุทธิลดลง** จาก 2.86% ในปี 2564 เป็น 2.15% ในปี 2565
* **หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 29.37%** จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาว
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 37.94%** จากการเพิ่มทุนจากการเสนอขายหุ้น IPO
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท CHIC มีรายได้รวม 770.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96.19 ล้านบาท หรือ 14.27% เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าทั้งหน้าร้านและออนไลน์จากการกระตุ้นยอดขาย, รายได้งานโครงการที่ส่งมอบอย่างต่อเนื่อง, รายได้จากการออกแบบและตกแต่งภายใน, และรายได้จากการให้บริการที่กลับมาเรียกเก็บได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 70.91 ล้านบาท หรือ 22.41% ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น และได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ต้นทุนนำเข้าสูงขึ้น แม้จะมีการปรับราคาสินค้าขึ้นเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น แต่ก็ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 52.42% ในปี 2564 เป็น 49.06% ในปี 2565
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 31.40 ล้านบาท หรือ 10.55% จากค่าใช้จ่ายพนักงาน, ค่าสาธารณูปโภค, ภาษีสิ่งปลูกสร้าง, ค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นเพื่อโปรโมทแบรนด์และกระตุ้นยอดขาย, และค่าขนส่งที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีรายการพิเศษจากการแก้ไขสัญญาเช่าสาขาอุดรธานี 4.20 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 16.58 ล้านบาท ลดลง 2.70 ล้านบาท หรือ 14.00% เมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งอยู่ที่ 19.28 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 2.86% เป็น 2.15%
## โอกาส
* **การกระตุ้นยอดขายผ่านหน้าร้านและช่องทางออนไลน์:** เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยผลักดันรายได้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
* **การส่งมอบงานโครงการ:** เป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญและมีแนวโน้มเติบโต
* **การเพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness):** การลงทุนด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์เพื่อรองรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จะช่วยสร้างการเติบโตในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การปรับราคาสินค้าและการบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน จะช่วยรักษาอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ:** การนำเข้าสินค้าบางส่วนและรายได้จากสาขากัมพูชาที่รับเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและผลการดำเนินงานหากอัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวในทิศทางลบ
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** จากปัจจัยเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่ผันผวน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ตลาดเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและราคาขาย
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การปรับตัวให้เข้ากับความต้องการและเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขายสินค้าและงานโครงการ:** การเติบโตจะยังคงแข็งแกร่งหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ:** บริษัทจะสามารถควบคุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะผลกระทบจากค่าเงินบาท
* **ประสิทธิภาพของค่าใช้จ่ายทางการตลาด:** การลงทุนด้านการตลาดจะสามารถสร้างยอดขายและผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้หรือไม่
* **ผลกระทบจากรายการพิเศษ:** การแก้ไขสัญญาเช่าสาขาอุดรธานีเป็นรายการครั้งเดียว แต่ต้องติดตามผลกระทบต่อการดำเนินงานในสาขาดังกล่าว
* **การบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน:** นโยบายการทำ Forward Contract จะช่วยป้องกันความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายสินค้า:** เพิ่มขึ้นจากการกระตุ้นยอดขายผ่านหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวของกำลังซื้อและการเข้าถึงลูกค้าที่หลากหลาย
* **รายได้งานโครงการ:** การส่งมอบงานอย่างต่อเนื่องแสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการและฐานลูกค้าองค์กรที่ยังคงมีอยู่
* **รายได้จากการออกแบบและตกแต่งภายใน (Design Studio):** การเติบโตที่โดดเด่นถึง 159.02% บ่งชี้ถึงความต้องการบริการออกแบบที่เพิ่มขึ้น และศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ
* **รายได้จากการให้บริการ:** การกลับมาเรียกเก็บค่าเช่าและบริการได้ตามปกติ สะท้อนถึงการกลับสู่ภาวะปกติทางเศรษฐกิจ
* **ต้นทุนขายและบริการ:** การเพิ่มขึ้น 22.41% สูงกว่าการเติบโตของรายได้เล็กน้อย เป็นประเด็นที่ต้องจับตา โดยเฉพาะผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** การเพิ่มขึ้น 10.55% ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำเนินงานและการเติบโต เช่น ค่าพนักงาน ค่าการตลาด และค่าสาธารณูปโภค
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ ลดลง 7.20% มาอยู่ที่ 1,703.42 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของอาคารและอุปกรณ์ และสินทรัพย์สิทธิการใช้ แม้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจะเพิ่มขึ้น 48.15 ล้านบาท จากการดำเนินงานและการเพิ่มทุน
หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 29.37% มาอยู่ที่ 869.49 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงหนี้สินตามสัญญาเช่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 37.94% มาอยู่ที่ 833.92 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเพิ่มทุนจากการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 313.78 ล้านบาท หักลบด้วยการจ่ายปันผล 100.00 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมากจาก 2.04 เท่า เป็น 1.04 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการลดหนี้และการเพิ่มทุน
## สรุปท้าย
CHIC ในปี 2565 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 16.58 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้รวม 14.27% โดยเฉพาะรายได้จากการขายสินค้าและงานโครงการ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากต้นทุนขายและบริการที่สูงขึ้นจากค่าเงินบาทอ่อนค่า และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนด้านการตลาดและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่สูงขึ้น รวมถึงรายการพิเศษจากการแก้ไขสัญญาเช่า แม้ฐานะการเงินจะแข็งแกร่งขึ้นจากการลดหนี้และเพิ่มทุน แต่บริษัทต้องบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาและเพิ่มอัตรากำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CHIC ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
168.85
ล้านบาท
↑ 10.7% YoY
กำไรขั้นต้น
100.60
ล้านบาท
↑ 5.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
59.58
%
กำไรสุทธิ
15.78
ล้านบาท
↓ 344.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.35
%
D/E Ratio
1.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
169
↑ + 10.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
101
↑ + 5.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
16
↓ -344.2%
YoY
D/E Ratio
1.24
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CHIC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.24
ROE (%)
-0.98
ROA (%)
1.15
Book Value/หุ้น
0.60
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CHIC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+76
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CHIC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
76.27
-195.28%
|
-80.05
-51.70%
|
-165.75
+299.49%
|
-41.49
-139.79%
|
104.26
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
54.11
-152.03%
|
-104.00
-299.69%
|
52.08
-1,966.67%
|
-2.79
-77.66%
|
-12.49
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-68.86
-141.84%
|
164.58
+290.83%
|
42.11
+201.43%
|
13.97
-119.42%
|
-71.93
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
60.42
-572.40%
|
-12.79
-124.08%
|
53.11
-401.93%
|
-17.59
-238.39%
|
12.71
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
82.99
-13.72%
|
96.19
-35.49%
|
149.12
+47.69%
|
100.97
+14.40%
|
88.26
+338.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
82.62
-0.45%
|
82.99
-13.72%
|
96.19
-35.49%
|
149.12
+47.69%
|
100.97
+14.40%
|