บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.46
0.01 (0.68%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8290 out_tok=3237 at=2026-07-25T11:01:11 -->
# CH กำไรสุทธิ Q3/66 หดตัว 10.8% YoY รับแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบ-FX ชี้รายได้ผลไม้อบแห้งยังแกร่ง
## รายได้ผลไม้แห้งยังเป็นพระเอก แต่ต้นทุนวัตถุดิบ-FX ฉุดกำไรขั้นต้นหดตัว ขณะที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานคุมได้ดี
บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ CH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 38.88 ล้านบาท ลดลง 10.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 9.7% เป็น 515.69 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์ผลไม้อบแห้งที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ถูกหักล้างด้วยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ CH ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลง คือ **การหดตัวของกำไรขั้นต้น** โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต 9.7% YoY มาอยู่ที่ 515.69 ล้านบาท และรายได้หลักจากกลุ่มผลไม้อบแห้งจะเติบโตได้ดี แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้ และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยกดดันสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือนอยู่ที่ 38.88 ล้านบาท ลดลง 10.8% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กำไรขั้นต้นหดตัว:**
* **กลุ่มผลไม้อบแห้ง:** แม้รายได้จะเติบโต 18.1% YoY จากการกลับมาซื้อของลูกค้าในประเทศและการส่งออกที่ต่อเนื่อง แต่กำไรขั้นต้นกลับเพิ่มขึ้นเพียง 13.6% YoY สาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบและสินค้ากึ่งสำเร็จรูปที่ปรับตัวสูงขึ้นมากจากการแข่งขันในตลาดวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นและปริมาณวัตถุดิบที่ออกสู่ตลาดน้อยลง ทำให้บริษัทต้องจัดหาวัตถุดิบจากหลากหลายแหล่ง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนสินค้าต่อหน่วยสูงขึ้น
* **กลุ่มปลากระป๋อง:** กำไรขั้นต้นลดลง 45.5% YoY เนื่องจากสินค้าที่ขายไปเป็นล็อตที่ผลิตในช่วงที่โรงงานอยู่ระหว่างการปรับปรุง ทำให้ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อหน่วยค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าเมื่อการปรับปรุงเสร็จสิ้น การบริหารต้นทุนจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และต้นทุนสินค้าต่อหน่วยเริ่มมีแนวโน้มลดลง
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง:** กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงถึง 79.6% YoY คิดเป็น 16.83 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทนำนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนมาปฏิบัติอย่างเข้มงวดขึ้น เพื่อลดความผันผวนของกำไรและขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
* **กลุ่มผลไม้อบแห้ง:** ปัญหาต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอาจมีแนวโน้มต่อเนื่องหากการแข่งขันในตลาดวัตถุดิบยังคงสูงและปริมาณวัตถุดิบยังคงจำกัด อย่างไรก็ตาม การที่ลูกค้าในประเทศกลับมาซื้ออย่างต่อเนื่องและคุณภาพสินค้ายังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค เป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ในระยะยาว
* **กลุ่มปลากระป๋อง:** ปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงในไตรมาส 3 คาดว่าจะเป็นลักษณะครั้งคราว เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าการปรับปรุงโรงงานเสร็จสิ้นแล้ว และต้นทุนต่อหน่วยมีแนวโน้มลดลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อกำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไป
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** การดำเนินนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเข้มงวดจะส่งผลให้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนน้อยลง ซึ่งอาจหมายถึงการลดลงของกำไรก้อนใหญ่ที่เคยได้รับในอดีต แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/66 เติบโต 9.7% YoY เป็น 515.69 ล้านบาท** โดยมีแรงหนุนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ผลไม้อบแห้งที่เพิ่มขึ้น 18.1% YoY
* **กำไรสุทธิ Q3/66 ลดลง 10.8% YoY เป็น 38.88 ล้านบาท** จากผลกระทบต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง
* **กำไรขั้นต้น Q3/66 ลดลง 5.0% YoY เป็น 102.01 ล้านบาท** โดย GPM หดตัวจาก 20.67% เป็น 19.78%
* **รายได้กลุ่มผลไม้อบแห้ง Q3/66 เพิ่มขึ้น 18.1% YoY เป็น 468.78 ล้านบาท** จากยอดขายในประเทศที่เพิ่มขึ้น 63.4% และยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 7.4%
* **รายได้กลุ่มปลากระป๋อง Q3/66 ลดลง 37.5% YoY เป็น 43.77 ล้านบาท** โดยส่วนใหญ่เกิดจากยอดขายต่างประเทศที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร Q3/66 ลดลง 1.12% YoY** และมีสัดส่วนต่อยอดขายลดลง สะท้อนการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือน (ไตรมาส 3) ปี 2566 บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายรวม 515.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์ผลไม้อบแห้งทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องมียอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 5.00% YoY มาอยู่ที่ 102.01 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 20.67% เป็น 19.78% ประกอบกับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงอย่างมาก ทำให้กำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีลดลง 17.32% YoY มาอยู่ที่ 50.66 ล้านบาท และเมื่อหักค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีแล้ว กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 38.88 ล้านบาท ลดลง 10.8% YoY
สำหรับงวด 9 เดือนปี 2566 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 1,357.72 ล้านบาท ลดลง 1.63% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้กลุ่มปลากระป๋อง ขณะที่กลุ่มผลไม้อบแห้งยังคงเติบโตได้เล็กน้อย ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 3.26% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง 21.39% YoY มาอยู่ที่ 215.03 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับงวดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 50.31% YoY มาอยู่ที่ 54.85 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดผลไม้อบแห้ง:** ตลาดผลไม้อบแห้งทั้งในและต่างประเทศยังคงมีแนวโน้มเติบโต โดยเฉพาะการตอบรับที่ดีจากคู่ค้าในสหรัฐอเมริกาที่ยังคงมีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง
* **การกลับมาของลูกค้าในประเทศ:** การที่ลูกค้าในประเทศกลับมาซื้อผลิตภัณฑ์ผลไม้อบแห้งของบริษัทอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า แม้ราคาอาจสูงกว่าคู่แข่งบางราย
* **การบริหารต้นทุนปลากระป๋อง:** การปรับปรุงโรงปลากระป๋องที่เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและส่งผลให้ต้นทุนสินค้าต่อหน่วยลดลงในอนาคต
* **การตลาดเชิงรุก:** การทำการตลาดเชิงรุกเพื่อส่งเสริมการขายในประเทศสำหรับกลุ่มขนมเพื่อสุขภาพ รวมถึงการเปิด KIOSK ในแหล่งท่องเที่ยว เป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและสร้างการรับรู้แบรนด์
* **ค่าใช้จ่ายส่งออกลดลง:** สถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์คลี่คลายลง ทำให้ค่าใช้จ่ายในการส่งออกลดลง เป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกสินค้า
## ความเสี่ยง
* **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** การแข่งขันในตลาดวัตถุดิบที่สูงขึ้นและปริมาณวัตถุดิบที่ออกสู่ตลาดน้อยลง อาจส่งผลให้ราคาวัตถุดิบและสินค้ากึ่งสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการผลิตและกำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันด้านราคา:** ตลาดผลไม้อบแห้งมีการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรของบริษัท
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้บริษัทจะดำเนินนโยบายป้องกันความเสี่ยง แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา เนื่องจากมีผลต่อกำไรของบริษัท
* **ยอดขายปลากระป๋องในต่างประเทศ:** ยอดขายปลากระป๋องในต่างประเทศที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อาจเป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดที่คลี่คลายลงทำให้ความต้องการกักตุนสินค้าลดลง
* **การพึ่งพารายได้หลัก:** การพึ่งพารายได้ส่วนใหญ่จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ผลไม้อบแห้ง ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงหากตลาดดังกล่าวประสบปัญหา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลักสำหรับกลุ่มผลไม้อบแห้ง และการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัท
* **การฟื้นตัวของยอดขายปลากระป๋อง:** โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ และผลจากการบริหารต้นทุนการผลิตที่คาดว่าจะดีขึ้น
* **ผลกระทบจากนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน:** ต่อกำไรสุทธิในไตรมาสถัดไป
* **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมเพื่อสุขภาพ:** จากการทำการตลาดเชิงรุกและการขยายช่องทางการขาย
* **การแข่งขันในตลาดผลไม้อบแห้ง:** และกลยุทธ์การรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งการตลาดของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาวัตถุดิบและสินค้ากึ่งสำเร็จรูปสำหรับกลุ่มผลไม้อบแห้งปรับตัวสูงขึ้นมากจากการแข่งขันในตลาดวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นและปริมาณวัตถุดิบที่ออกสู่ตลาดน้อยลง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น
* **Volume ขาย-ผลิต:** ยอดขายกลุ่มผลไม้อบแห้งเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่ยอดขายกลุ่มปลากระป๋องลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในต่างประเทศ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงจาก 20.67% เป็น 19.78% ในไตรมาส 3/66 โดยกลุ่มผลไม้อบแห้ง GPM ลดลงจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ส่วนกลุ่มปลากระป๋อง GPM ลดลงจากต้นทุนการผลิตที่สูงในช่วงปรับปรุงโรงงาน
* **ช่องทางขาย:** รายได้ในประเทศของกลุ่มผลไม้อบแห้งเพิ่มขึ้นจากการกลับมาซื้อของลูกค้า ขณะที่ยอดขายต่างประเทศยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากคู่ค้าในสหรัฐอเมริกา
* **สต็อก:** มีการกล่าวถึงการมีสินค้าสต็อกเพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าในไตรมาส 4 สำหรับกลุ่มปลากระป๋อง
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงอย่างมากเนื่องจากนโยบายป้องกันความเสี่ยงที่เข้มงวดขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายการส่งออกลดลงจากสถานการณ์ตู้คอนเทนเนอร์คลี่คลาย
* **ฤดูกาลผลิต:** ไตรมาส 3 เป็นช่วงที่ยอดขายผลไม้อบแห้งในประเทศเพิ่มขึ้นจากการกลับมาซื้อของลูกค้า ขณะที่ยอดขายปลากระป๋องในต่างประเทศลดลงเนื่องจากได้มีการสั่งซื้อล็อตใหญ่ไปแล้วในไตรมาส 2
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในงวดดังกล่าว
## สรุปท้าย
CH ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการลดลงของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลง แม้ว่ารายได้หลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ผลไม้อบแห้งจะยังคงเติบโตได้ดีและมีแนวโน้มที่ดีจากการกลับมาซื้อของลูกค้าในประเทศและการส่งออกที่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบและการแข่งขันที่สูงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่การบริหารต้นทุนการผลิตปลากระป๋องที่คาดว่าจะดีขึ้นในอนาคต และการตลาดเชิงรุกในกลุ่มขนมเพื่อสุขภาพ เป็นโอกาสที่อาจช่วยหนุนผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CH ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
480.29
ล้านบาท
↑ 2.1% YoY
กำไรขั้นต้น
6.91
ล้านบาท
↓ 90% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1.44
%
กำไรสุทธิ
-49.65
ล้านบาท
↓ 3309.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-10.34
%
D/E Ratio
0.40
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
480
↑ + 2.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
7
↓ -90%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-50
↓ -3309.6%
YoY
D/E Ratio
0.40
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.40
ROE (%)
9.67
ROA (%)
8.89
Book Value/หุ้น
1.58
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+366
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-51
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
365.68
+44.19%
|
253.61
+910.80%
|
25.09
-34.30%
|
38.19
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
-51.02
-354.34%
|
20.06
+88.71%
|
10.63
-138.77%
|
-27.42
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-390.60
-19.22%
|
-483.51
+19.39%
|
-404.98
+6,257.61%
|
-6.37
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
-32.48
-91.08%
|
-363.95
+2.37%
|
-355.53
+2,157.33%
|
-15.75
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
117.78
-21.38%
|
149.80
+560.79%
|
22.67
-40.99%
|
38.42
+13.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
155.05
+31.64%
|
117.78
-21.38%
|
149.80
+560.79%
|
22.67
-40.99%
|