บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน)
SET · บริการเฉพาะกิจ
0.25
0.01 (3.85%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7053 out_tok=2663 at=2026-07-25T10:59:07 -->
BWG Q3/2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 29 ล้านบาท รับต้นทุนการเงินพุ่งสูง
รายได้รวมทรงตัว แต่ต้นทุนการเงินพุ่ง 95% กดดันผลประกอบการ ขณะที่ธุรกิจหลักยังเติบโต
บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 28.9 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 1.1 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโตเล็กน้อย 2% แต่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นกว่า 95% เป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BWG ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนเพิ่มขึ้น มาจาก **ต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 95%** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิ แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะเติบโตได้ดีถึง 14% และปริมาณการจำหน่ายกากอุตสาหกรรมที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทน (SRF) จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 227%
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจำนวน 26.8 ล้านบาท (จาก 28.3 ล้านบาท เป็น 55.1 ล้านบาท) ในไตรมาส 3 ปี 2566 เกิดจากการออกหุ้นกู้ของบริษัทใหญ่และบริษัทย่อยเพื่อเตรียมการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่และการขยายงานในอนาคต ซึ่งส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ในขณะเดียวกัน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตได้ดีจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการกำจัดกากอุตสาหกรรมและการจำหน่าย SRF ที่มีราคาขายเฉลี่ยต่อตันเพิ่มขึ้นถึง 76% แต่ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 11% และต้นทุนการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 4% ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแผนการขยายโครงการโรงไฟฟ้าจำนวน 10 โรงไฟฟ้าที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีความจำเป็นต้องมีการระดมทุนเพิ่มเติมผ่านการออกหุ้นกู้เพื่อรองรับการลงทุนดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปในอนาคตอันใกล้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น:** ไตรมาส 3 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 28.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,500% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 1.1 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูง:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 95% หรือ 26.8 ล้านบาท เป็น 55.1 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้เพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต
* **รายได้จากการขายและบริการเติบโต:** เพิ่มขึ้น 14% หรือ 55.8 ล้านบาท เป็น 457.9 ล้านบาท จากปริมาณการกำจัดกากอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น
* **ยอดขาย SRF ก้าวกระโดด:** ปริมาณการขาย SRF เพิ่มขึ้น 227% และราคาขายเฉลี่ยต่อตันเพิ่มขึ้น 76% ทำให้รายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้น 483%
* **ธุรกิจไฟฟ้าผลิตลดลง:** ปริมาณการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าลดลง 3% เป็น 80 ล้านหน่วย เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน
* **ธุรกิจก่อสร้างสิ้นสุดโครงการ:** รายได้จากงานก่อสร้างโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้สิ้นสุดลงในปี 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 BWG มีรายได้รวม 636.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% หรือ 8.1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 14% เป็น 457.9 ล้านบาท แต่รายได้จากการขายไฟฟ้าลดลง 3% เป็น 184.4 ล้านบาท และไม่มีรายได้จากงานก่อสร้างในปีนี้ ขณะที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 11% และต้นทุนการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 4% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 5% เป็น 109.3 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 34% และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 95% ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 28.9 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 1,766.0 ล้านบาท ลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 7% เป็น 1,251.2 ล้านบาท แต่รายได้จากการขายไฟฟ้าลดลง 7% เป็น 514.8 ล้านบาท และไม่มีรายได้จากงานก่อสร้างในปีนี้ ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 10% และต้นทุนการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 10% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 29% เป็น 248.3 ล้านบาท ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 13% และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 79% ส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 136.0 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรม:** การเพิ่มขึ้นของปริมาณกากอุตสาหกรรมที่รับกำจัดและการจำหน่าย SRF ที่มีแนวโน้มความต้องการสูงขึ้นจากลูกค้าภายนอก เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรที่สำคัญ
* **แผนขยายโครงการโรงไฟฟ้า:** การเตรียมการขยายโครงการโรงไฟฟ้าจำนวน 10 โรงไฟฟ้า เป็นโอกาสในการเติบโตในระยะยาวของธุรกิจผลิตไฟฟ้า
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนผันแปร เช่น ค่าเชื้อเพลิง ค่าขนส่ง และการบริหารจัดการต้นทุนคงที่ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูง:** การเพิ่มขึ้นของภาระดอกเบี้ยจ่ายจากการออกหุ้นกู้เพื่อรองรับการลงทุน เป็นความเสี่ยงที่สำคัญต่อผลกำไร
* **ความผันผวนของราคาพลังงาน:** ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่งและต้นทุนการผลิต
* **การแข่งขันในธุรกิจ:** การแข่งขันในอุตสาหกรรมกำจัดกากอุตสาหกรรมและผลิตไฟฟ้าอาจส่งผลต่อราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด
* **ความล่าช้าในการดำเนินโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างและเริ่มดำเนินการโรงไฟฟ้าใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อแผนการเติบโต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางต้นทุนทางการเงิน:** การบริหารจัดการต้นทุนดอกเบี้ยจากการออกหุ้นกู้และการกู้ยืมในอนาคต
* **ปริมาณและราคาขาย SRF:** แนวโน้มความต้องการและราคาขายของ SRF จากลูกค้าภายนอก
* **ความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าใหม่:** การดำเนินงานและการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ 10 แห่ง
* **การบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงาน:** การควบคุมต้นทุนผันแปรและคงที่ในธุรกิจหลัก
* **การกลับมามีกำไร:** ความสามารถในการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรม:**
BWG มีการเพิ่มปริมาณกากอุตสาหกรรมที่รับกำจัดขึ้น 11% โดยมีอัตราค่าบริการเฉลี่ยต่อตันใกล้เคียงปีก่อน แต่ที่โดดเด่นคือการจำหน่าย SRF ให้ลูกค้าภายนอกที่เพิ่มขึ้นถึง 227% และราคาขายเฉลี่ยต่อตันเพิ่มขึ้น 76% ส่งผลให้รายได้ส่วนนี้เติบโตถึง 483% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในส่วนนี้ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยมีค่าใช้จ่ายผันแปรสำคัญคือค่าหลุมฝังกลบ ค่าขนส่ง ค่าเชื้อเพลิง และต้นทุนคงที่คือเงินเดือนพนักงานและค่าเสื่อมราคา โดยต้นทุนรวมคิดเป็น 92% ของรายได้ เทียบกับ 90% ในปีก่อน
**ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า:**
โรงไฟฟ้า 3 แห่งผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้ 80 ล้านหน่วย ลดลง 3% จาก 87 ล้านหน่วยในปีที่แล้ว เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน ทำให้รายได้ลดลง 3% เป็น 515 ล้านบาท ต้นทุนในส่วนนี้คิดเป็น 71% ของรายได้ เพิ่มขึ้นจาก 60% ในปีก่อน เนื่องจากมีการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งในระยะเวลาใกล้เคียงกัน
**ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:**
โครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ มูลค่า 205 ล้านบาท ได้ส่งมอบงานเรียบร้อยแล้ว และในปี 2566 ยังไม่มีส่วนงานที่เหลือให้ดำเนินการต่อ
**รายได้อื่น:**
ลดลง 4 ล้านบาท เป็น 38 ล้านบาท คิดเป็น 2% ของรายได้รวม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 10,058.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.21% จากต้นปี โดยส่วนใหญ่มาจากการได้รับเงินจากหุ้นกู้ 1,491 ล้านบาท หักด้วยค่าใช้จ่ายต่างๆ สินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 2,063 ล้านบาท (21% ของสินทรัพย์รวม) และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 6,037 ล้านบาท (60% ของสินทรัพย์รวม)
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,451.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.03% จากต้นปี โดยหนี้สินส่วนใหญ่เกิดจากการขยายกิจการ หนี้สินที่มีมูลค่าสูงคือ เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 1,113 ล้านบาท (ลดลง 530 ล้านบาท) และหุ้นกู้ 1,985 ล้านบาท (20% ของสินทรัพย์รวม) หนี้สินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาจากการออกหุ้นกู้ของบริษัทใหญ่ 800 ล้านบาท และบริษัทย่อย 702 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายงาน
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 5,607.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.22% จากต้นปี โดยเกิดจากเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุน 368 ล้านบาท หักด้วยเงินปันผลและผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
BWG ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการระดมทุนเพื่อรองรับแผนการขยายธุรกิจโรงไฟฟ้า แม้ว่าธุรกิจหลักอย่างการกำจัดกากอุตสาหกรรมและ SRF จะมีสัญญาณการเติบโตที่ดีจากปริมาณและราคาขายที่เพิ่มขึ้น แต่การขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการดำเนินงาน นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ และความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการภาระหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน เพื่อประเมินแนวโน้มการกลับมามีกำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BWG ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
768.14
ล้านบาท
↑ 16.4% YoY
กำไรขั้นต้น
230.20
ล้านบาท
↑ 20.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.97
%
กำไรสุทธิ
64.73
ล้านบาท
↑ 194.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.43
%
D/E Ratio
0.31
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
768
↑ + 16.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
230
↑ + 20.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
65
↑ + 194.4%
YoY
D/E Ratio
0.31
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BWG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.31
ROE (%)
10.31
ROA (%)
10.16
Book Value/หุ้น
0.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BWG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-466
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+189
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BWG
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-466.35
+70.50%
|
-273.52
-43.81%
|
-486.82
+12.10%
|
-434.27
+7.81%
|
-402.80
-500.44%
|
100.59
-37.06%
|
159.81
-63.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
188.95
-208.01%
|
-174.94
-115.37%
|
1,138.10
+659.64%
|
149.82
+48.70%
|
100.75
-125.10%
|
-401.33
-76.95%
|
-1,741.37
+95.37%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-287.08
-191.72%
|
313.01
-114.27%
|
-2,192.78
-303.93%
|
1,075.25
+1,306.66%
|
76.44
-158.21%
|
-131.32
-202.62%
|
127.97
-69.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-564.48
+316.71%
|
-135.46
-91.21%
|
-1,541.48
-294.93%
|
790.80
-450.52%
|
-225.61
+120.13%
|
-102.49
-27.17%
|
-140.73
+411.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
2,535.03
+38.10%
|
1,835.65
+21.35%
|
1,512.67
-9.81%
|
1,677.23
-3.96%
|
1,746.39
+300.57%
|
435.98
-54.26%
|
953.11
-2.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
1,574.11
-38.69%
|
2,567.51
+39.87%
|
1,835.65
+21.35%
|
1,512.67
-9.81%
|
1,677.23
-3.96%
|
1,746.39
+300.57%
|
435.98
-54.26%
|