บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน)
SET · บริการเฉพาะกิจ
0.25
0.01 (3.85%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6960 out_tok=3063 at=2026-07-25T03:39:50 -->
BWG กำไรสุทธิ Q2/66 พลิกขาดทุน 55 ล้านบาท รับผลกระทบงานก่อสร้างหาย-ต้นทุนพุ่ง
BWG (บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน)) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 55 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 55.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 20% และต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น ฝ่ายจัดการระบุสาเหตุหลักจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ไม่มีรายได้เข้ามาต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจหลักเผชิญต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BWG ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ การหายไปของรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นในธุรกิจหลัก
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะการหายไปของรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งในไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้ถึง 110.5 ล้านบาท แต่ในไตรมาส 2 ปี 2566 ไม่มีรายได้ในส่วนนี้เลย ทำให้รายได้รวมลดลงถึง 146.5 ล้านบาท (ลดลง 20%) ประกอบกับ **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 10%** และ **ต้นทุนการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 5%** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง 53% จาก 146.1 ล้านบาท เหลือเพียง 68.8 ล้านบาท และท้ายที่สุดทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 54.7 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** รายได้จากโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ มูลค่า 205 ล้านบาท ซึ่งเริ่มสัญญาเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2565 และมีระยะเวลาทำงาน 300 วัน ได้ส่งมอบงานเป็นที่เรียบร้อยแล้วในปี 2565 และยังไม่มีการเริ่มเฟสต่อไปในปี 2566 ทำให้ไม่มีรายได้ในส่วนนี้เข้ามาในไตรมาส 2 ปี 2566
* **ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า:** แม้ปริมาณการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าลดลงเล็กน้อย (จาก 58 ล้านหน่วย เหลือ 52 ล้านหน่วย) เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน แต่ต้นทุนในส่วนนี้กลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 59% ของรายได้ เป็น 74% ของรายได้) เนื่องจากมีการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งในระยะเวลาใกล้เคียงกันในไตรมาสนี้
* **ธุรกิจรับกำจัดกากอุตสาหกรรม:** แม้ปริมาณกากอุตสาหกรรมที่รับกำจัดเพิ่มขึ้น 3% และปริมาณการจำหน่าย SRF เพิ่มขึ้น 31% รวมถึงราคาขายเฉลี่ยต่อตันของ SRF เพิ่มขึ้น 40% ทำให้รายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้น 83% แต่ต้นทุนในส่วนนี้ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน (จาก 89% ของรายได้ เป็น 94% ของรายได้) โดยมีสาเหตุหลักจากค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในการขนส่งที่สูงขึ้น ค่าซ่อมบำรุงเครื่องผลิต SRF และค่าวัตถุดิบสารเคมีที่ปรับราคาเพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 93% (จาก 27.3 ล้านบาท เป็น 52.9 ล้านบาท) เนื่องจากมีการออกหุ้นกู้เพิ่มเพื่อเตรียมการลงทุนในโรงไฟฟ้าโครงการใหม่และการขยายงานในอนาคต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เนื่องจากสาเหตุหลักมาจากการสิ้นสุดโครงการรับเหมาก่อสร้างเดิม และการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจไม่เกิดขึ้นซ้ำในลักษณะเดียวกันในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการออกหุ้นกู้เพื่อรองรับการขยายงานในอนาคต จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 54.7 ล้านบาทใน Q2/66:** พลิกจากกำไร 55.6 ล้านบาทใน Q2/65 โดย 6 เดือนแรกขาดทุน 107.1 ล้านบาท จากกำไร 51.4 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง 20%:** เหลือ 559.1 ล้านบาทใน Q2/66 จาก 699.0 ล้านบาทใน Q2/65 สาเหตุหลักจากการหายไปของรายได้งานก่อสร้าง
* **กำไรขั้นต้นลดลง 53%:** เหลือ 68.8 ล้านบาทใน Q2/66 จาก 146.1 ล้านบาทใน Q2/65 เนื่องจากต้นทุนขายและบริการและต้นทุนไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจรับกำจัดกากฯ เติบโต:** ปริมาณรับกำจัดเพิ่ม 3%, ปริมาณ SRF เพิ่ม 31%, ราคา SRF เพิ่ม 40% หนุนรายได้ส่วนนี้โต 83%
* **ธุรกิจไฟฟ้าหยุดซ่อมบำรุง:** ปริมาณขายไฟลดลง 9% แต่ต้นทุนเพิ่มขึ้นมากจากการซ่อมบำรุงพร้อมกัน
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่ง 93%:** จากการออกหุ้นกู้รองรับการลงทุนและขยายงานในอนาคต
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 559.1 ล้านบาท ลดลง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 699.0 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการที่ไม่มีรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งในปีก่อนมีรายได้ในส่วนนี้ถึง 110.5 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% เป็น 398.6 ล้านบาท และรายได้จากการขายไฟฟ้าลดลง 17% เป็น 160.5 ล้านบาท
ต้นทุนรวมในไตรมาสนี้อยู่ที่ 490.3 ล้านบาท ลดลง 11% จากปีก่อน แต่เมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง ทำให้ต้นทุนขายและบริการคิดเป็น 93% ของรายได้ เพิ่มขึ้นจาก 85% ในปีก่อน และต้นทุนการขายไฟฟ้าคิดเป็น 74% ของรายได้ เพิ่มขึ้นจาก 58% ในปีก่อน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 53% เหลือ 68.8 ล้านบาท
เมื่อรวมกับรายได้อื่นที่ลดลง 22% และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ใกล้เคียงเดิม แต่มีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 93% จากการออกหุ้นกู้ ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 จำนวน 54.7 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำกำไรได้ 55.6 ล้านบาท
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทขาดทุนสุทธิ 107.1 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 51.4 ล้านบาท โดยรายได้รวมลดลง 12% เป็น 1,129.4 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นลดลง 43% เป็น 139.0 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจรับกำจัดกากอุตสาหกรรม:** การเพิ่มขึ้นของปริมาณกากอุตสาหกรรมที่รับกำจัด และปริมาณการจำหน่าย SRF ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
* **ราคาขาย SRF ที่ปรับตัวสูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของราคาขาย SRF ตามค่าความร้อนและปัจจัยอื่นๆ หนุนรายได้ในส่วนนี้ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
* **การขยายธุรกิจในอนาคต:** การออกหุ้นกู้เพื่อเตรียมการลงทุนในโรงไฟฟ้าโครงการใหม่และการขยายงานในอนาคต บ่งชี้ถึงแผนการเติบโตของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาพลังงาน:** ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการขนส่งที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
* **ต้นทุนวัตถุดิบและสารเคมี:** การปรับราคาเพิ่มขึ้นตามภาวะตลาดส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
* **การพึ่งพารายได้จากโครงการ:** การสิ้นสุดโครงการรับเหมาก่อสร้างเดิมโดยไม่มีโครงการใหม่เข้ามาทดแทนทันที ส่งผลกระทบต่อรายได้รวม
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การออกหุ้นกู้เพื่อรองรับการขยายงานจะเพิ่มภาระดอกเบี้ยจ่ายในระยะยาว
* **การซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า:** การหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าพร้อมกันส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและต้นทุนต่อหน่วย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การกลับมาของรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** จะมีโครงการใหม่เข้ามาทดแทนหรือไม่ และเมื่อใด
* **แนวโน้มต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ:** จะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจหลักอย่างไร
* **แผนการลงทุนในโรงไฟฟ้าโครงการใหม่:** ความคืบหน้าและผลตอบแทนจากการลงทุน
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบจากภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
* **ปริมาณการรับกำจัดกากอุตสาหกรรมและ SRF:** แนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจรับกำจัดกากอุตสาหกรรม:**
* **ปริมาณ:** รับกำจัดกากอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 3% และจำหน่าย SRF เพิ่มขึ้น 31%
* **ราคา:** ราคาขาย SRF เฉลี่ยต่อตันเพิ่มขึ้น 40%
* **รายได้:** รายได้จาก SRF เพิ่มขึ้น 83%
* **ต้นทุน:** ต้นทุนเพิ่มขึ้นเป็น 94% ของรายได้ จาก 89% ในปีก่อน โดยมีปัจจัยจากค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุงเครื่องผลิต SRF และค่าวัตถุดิบสารเคมี
**ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า:**
* **ปริมาณ:** จำหน่ายไฟฟ้า 52 ล้านหน่วย ลดลงจาก 58 ล้านหน่วยในปีก่อน
* **รายได้:** 336 ล้านบาท ลดลงจาก 370 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุน:** ต้นทุนเพิ่มขึ้นเป็น 74% ของรายได้ จาก 59% ในปีก่อน เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งในระยะเวลาใกล้เคียงกัน
**ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:**
* **รายได้:** ไม่มีรายได้ในไตรมาส 2 ปี 2566 เนื่องจากโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ได้ส่งมอบงานเรียบร้อยแล้ว และยังไม่มีการเริ่มเฟสต่อไป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 10,020.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.76% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 2,366 ล้านบาท (24% ของสินทรัพย์รวม) และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 5,768 ล้านบาท (58% ของสินทรัพย์รวม)
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,384.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.93% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 1,092 ล้านบาท (11% ของสินทรัพย์รวม) และหุ้นกู้ 1,982 ล้านบาท (20% ของสินทรัพย์รวม) การเพิ่มขึ้นของหนี้สินส่วนใหญ่มาจากการออกหุ้นกู้ของบริษัทใหญ่ 800 ล้านบาท และบริษัทย่อย 702 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายงานในอนาคต
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 5,635.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.76% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยจากการเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป 368 ล้านบาท หักลบด้วยผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
BWG ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ที่สำคัญจากการสิ้นสุดโครงการรับเหมาก่อสร้าง ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนในธุรกิจหลัก ทั้งต้นทุนการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงิน ส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ 54.7 ล้านบาท แม้ธุรกิจรับกำจัดกากอุตสาหกรรมจะยังคงเติบโตได้ดีจากปริมาณและความต้องการ SRF ที่เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากปัจจัยลบอื่นๆ ได้ นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการใหม่ๆ และแนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BWG ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
768.14
ล้านบาท
↑ 16.4% YoY
กำไรขั้นต้น
230.20
ล้านบาท
↑ 20.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.97
%
กำไรสุทธิ
64.73
ล้านบาท
↑ 194.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.43
%
D/E Ratio
0.31
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
768
↑ + 16.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
230
↑ + 20.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
65
↑ + 194.4%
YoY
D/E Ratio
0.31
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BWG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.31
ROE (%)
10.31
ROA (%)
10.16
Book Value/หุ้น
0.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BWG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-466
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+189
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BWG
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-466.35
+70.50%
|
-273.52
-43.81%
|
-486.82
+12.10%
|
-434.27
+7.81%
|
-402.80
-500.44%
|
100.59
-37.06%
|
159.81
-63.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
188.95
-208.01%
|
-174.94
-115.37%
|
1,138.10
+659.64%
|
149.82
+48.70%
|
100.75
-125.10%
|
-401.33
-76.95%
|
-1,741.37
+95.37%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-287.08
-191.72%
|
313.01
-114.27%
|
-2,192.78
-303.93%
|
1,075.25
+1,306.66%
|
76.44
-158.21%
|
-131.32
-202.62%
|
127.97
-69.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-564.48
+316.71%
|
-135.46
-91.21%
|
-1,541.48
-294.93%
|
790.80
-450.52%
|
-225.61
+120.13%
|
-102.49
-27.17%
|
-140.73
+411.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
2,535.03
+38.10%
|
1,835.65
+21.35%
|
1,512.67
-9.81%
|
1,677.23
-3.96%
|
1,746.39
+300.57%
|
435.98
-54.26%
|
953.11
-2.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
1,574.11
-38.69%
|
2,567.51
+39.87%
|
1,835.65
+21.35%
|
1,512.67
-9.81%
|
1,677.23
-3.96%
|
1,746.39
+300.57%
|
435.98
-54.26%
|