BTG
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BTG
บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
20.00
0.20 (0.99%)

สรุป Opportunity Day

วิเคราะห์ผลประกอบการโดย AI

1. สรุป OPPDAY (Q&A)

สรุป Oppday BTG: เบทาโกรโชว์ผลงาน Q1/2568 สุดแกร่ง พร้อมลุยขยายตลาดต่างประเทศ



1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):

เบทาโกรรายงานผลกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2568 ที่ 1,898 ล้านบาท เติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้ง QonQ และ YoY สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ


ยอดขายในสิงคโปร์เติบโตตามแผนจากการเข้าทำ M&A ทำให้ยอดขายในไตรมาส 1 เพิ่มขึ้นเป็น 34 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยแบ่งเป็นยอดขายจากประเทศไทยที่ส่งออกไปสิงคโปร์ 6.8 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และยอดขายจาก Aegi Culture (ที่ได้จากการทำ M&A) 27 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์


เบทาโกรได้รับการรับรอง CAC ในระดับ 3 ดาว แสดงถึงความสำคัญในเรื่องธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น



2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):

บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายในสิงคโปร์ปี 2568 จะเติบโต 5-6 เท่า


เน้นการเติบโตใน product ที่เป็น food and meat และช่องทางการจัดจำหน่าย food service และ Modern Trade ในตลาดต่างประเทศ


ขยายกำลังการผลิตของไส้กรอกในกัมพูชา คาดว่าจะเริ่มเดินกำลังการผลิตได้ในไตรมาสที่ 2


มีแผนที่จะแปรสภาพเนื้อไก่ในประเทศลาวมากขึ้น เพื่อชดเชยการต่อต้านการนำเข้าไก่จากต่างประเทศ คาดว่าจะเห็น volume ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง



3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):

ราคาวัตถุดิบ (Raw Material) มีแนวโน้มลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจอาหารสัตว์


ความผันผวนของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับค่าเงินเยน อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในญี่ปุ่น


สถานการณ์ Trade War ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอน และอาจส่งผลกระทบต่อการนำเข้าสินค้า



4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):

เบทาโกรใช้กลยุทธ์ในการปรับ portfolio ของ product โดยนำสินค้าที่ขายไม่ดีออกจาก shelf และนำสินค้าที่ขายดีเข้าไปแทน


ปรับช่องทางการขายจากช่องทางที่มี low margin ไปเป็น higher margin เช่น ช่องทางการส่งออกและ Food Service


ลดต้นทุนการผลิตโดยใช้เปลือกไม้แทนถ่านหิน ตั้งเป้าหมายการใช้เปลือกไม้ที่ 68% ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 37% ในปีที่แล้ว



5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):

แนวโน้มราคาวัตถุดิบ (Raw Material) คาดว่าจะต่ำกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย


ราคาหมูในไตรมาสที่ 2 คาดว่าจะยืนแข็งอยู่ที่ 88 บาทต่อกิโลกรัม และยืนแข็งได้ต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 และ 3 จากปริมาณหมูในระบบที่ลดลงจากสถานการณ์โรคระบาดในสุกร


ราคาไก่ในไตรมาสที่ 2 มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับ Demand ในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มยุโรป


บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20% ภายในปี 2030 และ Net Zero ภายในปี 2050



6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): เริ่มต้น นาทีที่ 46:38


  1. สถานการณ์โรคในสุกรและไข้หวัดนก



    • Q: ช่วยอัปเดตสถานการณ์โรคในสุกรและไข้หวัดนก


    • A: โรคระบาดในสุกรมีผลกระทบต่อ Supply ทำให้ปริมาณหมูลดลง ราคาเพิ่มขึ้น บริษัทติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด มีมาตรการป้องกันและจัดการความเสี่ยง ไข้หวัดนกระบาดในอเมริกา มีการติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด มีมาตรการป้องกัน





  2. ยุโรป Demand เพิ่มขึ้นเพราะอะไร



    • Q: ยุโรป Demand เพิ่มขึ้นเพราะอะไร


    • A: ความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น Trade War ทำให้ลูกค้ากังวลเรื่องค่าเรือและขนส่ง





  3. Trade War ประเมินผลกระทบอย่างไร



    • Q: Trade War ประเมินผลกระทบอย่างไร


    • A: ยังไม่แน่ชัด ติดตามใกล้ชิด รัฐบาลไม่นำเข้าชิ้นส่วนสุกร หากนำเข้าข้าวโพด คาดว่าจะเป็นผลบวกต่อต้นทุน





  4. แผนขยายธุรกิจไปต่างประเทศ



    • Q: แผนขยายธุรกิจไปต่างประเทศ


    • A: ตั้งเป้า M&A 2,200 ล้านบาท ใช้ไปแล้ว 1,900 ล้านบาทที่สิงคโปร์ ส่วนที่เหลือคาดว่าจะลงทุนในเอเชีย





  5. ROIC เท่าไร



    • Q: ROIC เท่าไร


    • A: ประมาณ 14% สูงกว่า WACC





  6. แนวโน้ม Gross Profit Margin ในไตรมาส 2



    • Q: แนวโน้ม Gross Profit Margin ในไตรมาส 2


    • A: น่าจะยืนแข็งใกล้เคียงไตรมาส 1 หรืออาจจะดีกว่า





  7. วิธีการจัดการความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน



    • Q: วิธีการจัดการความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน


    • A: ทำ Natural Head รับเงินสกุลไหน จ่ายเงินสกุลนั้น มี Treasury Center ที่ได้รับ License จากแบงค์ชาติ





  8. เงินบาทแข็งค่า กระทบอย่างไร



    • Q: เงินบาทแข็งค่า กระทบอย่างไร


    • A: ช่วงครึ่งปีแรกเป็น Net Import





  9. คาดว่าจะเริ่มเห็นผล Synergy จากการทำ M&A ที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อไหร่



    • Q: คาดว่าจะเริ่มเห็นผล Synergy จากการทำ M&A ที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อไหร่


    • A: คาดว่าจะเริ่มเห็นในครึ่งปีหลัง สินค้านำไปขายผ่าน Distribution Channel เดิม อาจจะขายผ่านซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ หรือร้านค้าปลีก หรือว่าช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ






โดยสรุป เบทาโกรยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตลาดต่างประเทศ การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

ผู้เขียน: Admin AiO
2. Financial & KPI Analysis — Q1/2568