บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.16
+0.01 (+6.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8679 out_tok=3108 at=2026-07-27T08:40:24 -->
# BTC กำไร Q2/64 พุ่ง 21% รับแรงหนุนธุรกิจลวดเหล็ก-กำไรพิเศษ
## รายได้รวมหด 29% แต่กำไรสุทธิโต รับปัจจัยบวกจากราคาลวดเหล็กและขายเงินลงทุน
บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ BTC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 119.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.48 ล้านบาท หรือ 21.94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 29.09% เนื่องจากปัจจัยบวกจากธุรกิจลวดเหล็กที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น และการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการที่เติบโตในไตรมาส 2/2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ 21.94%** แม้รายได้รวมจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 29.09% ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก **การเติบโตอย่างโดดเด่นของธุรกิจลวดเหล็ก** ที่มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นถึง 61.86% และ **การรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม** จำนวน 72.31 ล้านบาท ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงในกลุ่มธุรกิจอื่น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจลวดเหล็ก:** ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการที่ประเทศจีนลดปริมาณการส่งออกเหล็กและยกเลิกการ Rebate ภาษีส่งออก ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบและราคาขายสินค้าประเภทลวดเหล็กปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมากและมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **กำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ทางการเงิน:** บริษัทได้จำหน่ายเงินลงทุนในหุ้นสามัญและใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ไดเมท (สยาม) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทร่วม ทำให้รับรู้กำไรจากการขายจำนวน 72.31 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิในไตรมาสนี้
* **รายได้ที่ลดลงในกลุ่มธุรกิจอื่น:**
* **ธุรกิจโรงไฟฟ้า:** รายได้ลดลง 47.59% เนื่องจากมีการจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ไม่ก่อให้เกิดกำไรออกไปทั้งหมด เพื่อหยุดการรับรู้ผลขาดทุน
* **ธุรกิจเสาโครงเหล็ก:** รายได้ลดลงถึง 88.76% เนื่องจาก กฟผ. เลื่อนการเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงหลายโครงการมาตั้งแต่ปลายปี 2563 ทำให้การสั่งซื้อในปี 2564 ต้องเลื่อนออกไป
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
* **ธุรกิจลวดเหล็ก:** ปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของประเทศจีนนั้น **มีโอกาสที่จะส่งผลต่อเนื่อง** หากการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าวมีผลในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและอุปสงค์ภายในประเทศอย่างใกล้ชิด
* **กำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ทางการเงิน:** เป็นรายการที่ **มีลักษณะครั้งคราว** ไม่ใช่รายได้จากการดำเนินงานปกติ และไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำในลักษณะเดียวกันอีก
* **ธุรกิจเสาโครงเหล็ก:** การเลื่อนประมูลงานของ กฟผ. เป็นปัจจัยชั่วคราวที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ในปัจจุบัน แต่บริษัทมีแผนที่จะเริ่มส่งมอบเสาส่งโทรคมนาคมเพื่อส่งออกในไตรมาส 3 ซึ่งอาจช่วยชดเชยรายได้ในส่วนนี้ได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/64 เท่ากับ 119.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.94% YoY** จาก 98.37 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q2/64 เท่ากับ 470.43 ล้านบาท ลดลง 29.09% YoY** จาก 663.43 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายธุรกิจลวดเหล็กเพิ่มขึ้น 61.86%** จากราคาวัตถุดิบและราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **รับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม 72.31 ล้านบาท**
* **ต้นทุนขายลดลง 14.36%** และ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 39.84%**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 2 ปี 2564 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 470.43 ล้านบาท ลดลง 193.00 ล้านบาท หรือ 29.09% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีรายได้รวม 663.43 ล้านบาท โดยรายได้จากการดำเนินงานต่อเนื่องลดลง 29.87% เป็นผลมาจากรายได้ในกลุ่มธุรกิจเสาโครงเหล็กที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 86.18% และกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าลดลง 47.59% อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายธุรกิจลวดเหล็กเพิ่มขึ้นถึง 61.86% และมีกำไรจากการขายสินทรัพย์ทางการเงินเพิ่มขึ้น 492.27% จาก 22.98 ล้านบาท เป็น 136.13 ล้านบาท โดยหลักมาจากกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม
ในส่วนของค่าใช้จ่ายรวม กลุ่มบริษัทมีค่าใช้จ่ายรวม 321.70 ล้านบาท ลดลง 285.35 ล้านบาท หรือ 47.01% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายรวม 607.05 ล้านบาท การลดลงของค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่มาจากต้นทุนขายที่ลดลง 14.36%, ต้นทุนงานโครงการและการให้บริการลดลง 68.48%, ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 39.84% และการไม่มีผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ในปีนี้ เทียบกับปีก่อนที่มีการตั้งด้อยค่าเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวลจำนวนมาก
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2564 อยู่ที่ 119.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.48 ล้านบาท หรือ 21.94% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจลวดเหล็ก:** การที่ประเทศจีนลดการส่งออกเหล็กและยกเลิกการ Rebate ภาษีส่งออก ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบและราคาขายสินค้าประเภทลวดเหล็กปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และกำไรจากธุรกิจนี้
* **การขยายฐานธุรกิจ:** บริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในประเทศฟิลิปปินส์ และธุรกิจใหม่ๆ ที่จะสร้างรายได้และกำไรในอนาคต
* **การส่งมอบเสาส่งโทรคมนาคมในต่างประเทศ:** คาดว่าจะเริ่มส่งมอบสินค้าได้ในไตรมาสที่ 3 ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เพิ่มเติม
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19:** แม้ในไตรมาสนี้จะยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังคงรุนแรงและมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและเศรษฐกิจโดยรวมในอนาคต
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะเหล็ก มีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ความล่าช้าของโครงการภาครัฐ:** การเลื่อนการเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเสาโครงเหล็ก และอาจมีความเสี่ยงที่โครงการอื่นๆ จะล่าช้าออกไปเช่นกัน
* **การแข่งขันในธุรกิจ:** ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและก่อสร้างมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจกดดันด้านราคาและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและราคาขายลวดเหล็ก:** ติดตามว่าปัจจัยบวกจากนโยบายจีนจะส่งผลต่อเนื่องหรือไม่ และอุปสงค์ภายในประเทศจะเป็นอย่างไร
* **ความคืบหน้าการส่งมอบเสาส่งโทรคมนาคมในต่างประเทศ:** การเริ่มส่งมอบสินค้าในไตรมาส 3 จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างรายได้ทดแทนธุรกิจเสาโครงเหล็กที่ชะลอตัว
* **การประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ.:** การกลับมาเปิดประมูลงานจะเป็นสัญญาณบวกต่อธุรกิจเสาโครงเหล็ก
* **การดำเนินงานและผลตอบแทนจากธุรกิจใหม่:** ติดตามความคืบหน้าในการขยายธุรกิจให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์ และธุรกิจใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเสริมรายได้
* **สถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19:** ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมและกำลังซื้อของภาคธุรกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะบริษัทที่ประกอบธุรกิจหลักเกี่ยวกับการลงทุนในบริษัทอื่น การผลิตและจำหน่ายวัสดุและวิศวกรรมการก่อสร้าง เสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและพลังงานไฟฟ้า การวิเคราะห์ผลประกอบการในไตรมาสนี้จึงต้องพิจารณาจากหลายมิติ:
* **รายได้จากการขาย:** ธุรกิจลวดเหล็กเป็นพระเอกในไตรมาสนี้ โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 61.86% จากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลบวกต่อราคาขายอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ recurring หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาจากนโยบายของจีนและอุปสงค์ในตลาดโลก
* **รายได้จากงานโครงการและการให้บริการ:** กลุ่มธุรกิจเสาโครงเหล็กได้รับผลกระทบหนักจากการเลื่อนประมูลงานของ กฟผ. ทำให้รายได้ลดลง 88.76% ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราวที่รอการกลับมาของโครงการ
* **กำไรจากการขายสินทรัพย์ทางการเงิน:** การรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม (ไดเมท (สยาม)) เป็นรายการ one-time ที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ แต่ไม่สามารถคาดหวังให้เกิดขึ้นต่อเนื่องได้
* **ต้นทุนขาย:** แม้รายได้จากการขายลวดเหล็กจะเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนขายกลับลดลง 14.36% ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและสต็อกที่ดี
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** มีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 39.84% อันเนื่องมาจากการปรับโครงสร้างพนักงานและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น รวมถึงการไม่มีการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์เหมือนปีก่อน
โดยรวมแล้ว แม้รายได้รวมจะลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงปัจจัยบวกเฉพาะหน้าในธุรกิจลวดเหล็ก และกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน ได้ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตได้ดี
## ฐานะทางการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,450.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.59% จากสิ้นปี 2563 โดยมีรายการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 328.45 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 107.98 ล้านบาท เพื่อเตรียมส่งมอบสินค้า
หนี้สินรวมอยู่ที่ 837.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4.45% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับยอดสินค้าคงเหลือที่สูงขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,936.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.37% จากสิ้นปี 2563 เป็นผลมาจากกำไรเบ็ดเสร็จสำหรับงวด 6 เดือนของปี 2564
การที่บริษัทมีการออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) ในเดือนมิถุนายน 2564 ซึ่งมีผู้ถือหุ้นใช้สิทธิครบถ้วน ทำให้ฐานะทางการเงินของบริษัทย่อยมีความมั่นคงและพร้อมที่จะขยายธุรกิจต่อไป
## สรุปท้าย
BTC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2564 ที่น่าสนใจ ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 21.94% แม้รายได้รวมจะหดตัว โดยมีหัวใจสำคัญมาจากธุรกิจลวดเหล็กที่ได้รับอานิสงส์จากราคาขายที่สูงขึ้น และการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน แม้ว่าธุรกิจเสาโครงเหล็กจะยังคงเผชิญความท้าทายจากการเลื่อนประมูลงานของภาครัฐ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่รัดกุม รวมถึงแผนการขยายธุรกิจใหม่ๆ และการส่งมอบสินค้าในต่างประเทศ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเพื่อประเมินการเติบโตในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากสถานการณ์ COVID-19 และความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BTC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
29.02
ล้านบาท
↓ 102% YoY
กำไรขั้นต้น
-11.63
ล้านบาท
↓ 91.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-40.07
%
กำไรสุทธิ
-427.36
ล้านบาท
↓ 52.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1,472.55
%
D/E Ratio
0.28
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
29
↓ -102%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-12
↓ -91.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-427
↓ -52.9%
YoY
D/E Ratio
0.28
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BTC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.28
ROE (%)
-27.83
ROA (%)
-25.94
Book Value/หุ้น
0.23
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BTC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+69
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+534
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BTC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
68.80
-89.82%
|
675.53
+398.07%
|
135.63
-176.66%
|
-176.92
-123.22%
|
761.97
-749.54%
|
-117.31
-111.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
533.71
-211.32%
|
-479.42
-4,169.78%
|
11.78
-88.31%
|
100.73
-490.12%
|
-25.82
-143.79%
|
58.96
-10.91%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-339.60
-252.20%
|
223.13
+277.93%
|
59.04
+59.18%
|
37.09
-102.59%
|
-1,430.88
+180.37%
|
-510.36
+4.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
277.75
-27.38%
|
382.47
+90.05%
|
201.25
-236.27%
|
-147.69
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
226.07
-45.40%
|
414.06
+113.65%
|
193.80
-43.25%
|
341.50
+127.33%
|
150.22
-79.20%
|
722.37
+323.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
201.88
-10.70%
|
226.07
-45.40%
|
414.06
+113.65%
|
193.80
-43.25%
|
341.50
+127.33%
|
150.22
-79.20%
|