บริษัท บางกอกแร้นช์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.98
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4487 out_tok=2589 at=2026-07-25T11:17:17 -->
# BR Q4/2564 กำไรสุทธิพลิกบวก รับอานิสงส์รายได้โต-ต้นทุนคุมได้
## รายได้-กำไรฟื้นตัวชัดเจน ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากกลยุทธ์การขายและบริหารต้นทุนท่ามกลางความท้าทาย
บริษัท บางกอกแร้นช์ จำกัด (มหาชน) หรือ BR รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 153 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 4 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้จากการขายที่เติบโต 17% ขณะที่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารถูกควบคุมได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BR ในไตรมาส 4 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 153 ล้านบาท (จากขาดทุน 4 ล้านบาท YoY) มาจาก **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งถึง 17% ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นจาก 13% ในปีก่อน เป็น 16% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การบริหารจัดการที่เหมาะสมและกลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรบรรลุผลลัพธ์ที่รวดเร็วและทันท่วงที การเติบโตของรายได้สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ดี ในขณะเดียวกัน การควบคุมต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นเพียง 14% (น้อยกว่าการเติบโตของรายได้) และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 11% แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ แม้จะมีปัจจัยกดดันจากค่าใช้จ่ายด้านระบบการจัดการการส่งสินค้า ค่าใช้จ่ายในการป้องกันโควิด-19 และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก** ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการบริหารจัดการที่เหมาะสมและกลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เอกสารยังระบุถึงความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก เช่น การระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอน ปัญหาด้านแรงงาน ราคาวัตถุดิบ พลังงาน และต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรในอนาคตได้ ดังนั้น แม้ผลประกอบการในไตรมาสนี้จะดีขึ้น แต่ความต่อเนื่องยังคงขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการภายในและความผันผวนของปัจจัยภายนอก
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** BR กลับมามีกำไรสุทธิ 153 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2564 จากขาดทุน 4 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้เติบโต 17%:** รายได้จากการขายรวม 7,260 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 6,186 ล้านบาท ในปีก่อน
* **GPM ขยายตัว:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 16% จาก 13% ในปีก่อน
* **ต้นทุนคุมได้ดี:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 14% และค่าใช้จ่ายขายบริหารเพิ่มขึ้น 11% ซึ่งน้อยกว่าการเติบโตของรายได้
* **สินทรัพย์-หนี้สินลดลง:** สินทรัพย์รวมลดลง 2% เป็น 10,792 ล้านบาท และหนี้สินรวมลดลง 2% เป็น 6,759 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 BR มีรายได้จากการขายรวม 7,260 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับ 6,186 ล้านบาท ในปี 2563 ขณะที่ต้นทุนขายอยู่ที่ 6,130 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 37% เป็น 1,130 ล้านบาท และทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 13% เป็น 16%
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 11% เป็น 928 ล้านบาท ประกอบกับมีรายการขาดทุนจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย 100 ล้านบาท และขาดทุนจากการวัดมูลค่าราคาทุนเริ่มแรกของสินทรัพย์ทางการเงินอื่นด้วยมูลค่ายุติธรรม 10 ล้านบาท ทำให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้อยู่ที่ 149 ล้านบาท ลดลงจาก 153 ล้านบาท ในปีก่อน
เมื่อหักต้นทุนทางการเงิน 173 ล้านบาท และรับรู้รายได้ภาษีเงินได้ 49 ล้านบาท ส่งผลให้ปี 2564 บริษัทขาดทุนสุทธิ 57 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 128 ล้านบาท ในปี 2563 ซึ่งเป็นการขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **กลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพ:** ฝ่ายจัดการระบุว่ากลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บรรลุผลลัพธ์ที่ดี ซึ่งเป็นโอกาสในการรักษาและต่อยอดการเติบโตของรายได้
* **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แม้จะเผชิญแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบและโลจิสติกส์ เป็นโอกาสในการรักษาอัตรากำไรให้ดีขึ้น
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและปริมาณการขายสินค้าของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนจากโควิด-19:** การระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอนสร้างความไม่แน่นอนต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจกระทบต่อผู้บริโภค ปัญหาแรงงาน และต้นทุนต่างๆ
* **ต้นทุนวัตถุดิบและโลจิสติกส์:** ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ พลังงาน และต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยกดดันต่อต้นทุนขายและอัตรากำไร
* **ปัญหาด้านแรงงาน:** ปัญหาด้านแรงงานที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19 อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและต้นทุนโลจิสติกส์:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลักและค่าขนส่ง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายและ GPM
* **ประสิทธิภาพกลยุทธ์การขาย:** ประเมินความสามารถของบริษัทในการรักษาการเติบโตของรายได้ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** จับตาการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
* **ผลกระทบจากโควิด-19:** ติดตามสถานการณ์การระบาดและมาตรการของภาครัฐที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารระบุถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนขาย แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการโดยการปรับขึ้นราคาขายสินค้าได้ในระดับหนึ่ง ทำให้ GPM ยังคงปรับตัวดีขึ้น
* **Volume:** แม้จะไม่มีตัวเลข Volume การขายที่ชัดเจน แต่การที่รายได้จากการขายเติบโต 17% บ่งชี้ถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น หรือการปรับราคาขายที่สูงขึ้น หรือทั้งสองปัจจัยประกอบกัน
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 13% เป็น 16% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ และอาจรวมถึงการปรับราคาขายสินค้า
* **ช่องทางขาย:** ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับช่องทางขาย แต่กลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพบ่งชี้ว่าบริษัทสามารถเข้าถึงและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดี
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้าคงคลัง
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ไม่มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือสัดส่วนการส่งออก
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่มีการกล่าวถึงปัจจัยฤดูกาลผลิตที่ส่งผลต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 10,792 ล้านบาท ลดลง 2% จากปีก่อน สาเหตุหลักจากค่าเสื่อมราคาของอาคารและอุปกรณ์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,759 ล้านบาท ลดลง 2% จากปีก่อน โดยหลักมาจากการลดลงของเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้น ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 1% เป็น 4,033 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.68 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 1.70 เท่า ในปีก่อน แสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ค่อนข้างทรงตัว อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 0.71 เท่า และอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว (Quick Ratio) อยู่ที่ 0.32 เท่า ซึ่งยังคงต่ำกว่า 1 บ่งชี้ถึงความจำเป็นในการบริหารจัดการสภาพคล่องอย่างใกล้ชิด
อัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงเหลืออยู่ที่ 3.87 เท่า หรือระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย 94 วัน ซึ่งดีขึ้นจากปีก่อนที่ 3.31 เท่า หรือ 110 วัน
## สรุปท้าย
BR ในไตรมาส 4 ปี 2564 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีหัวใจกำไรมาจากการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก เช่น การระบาดของโควิด-19 และความผันผวนของต้นทุน ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา การบริหารจัดการภายในที่แข็งแกร่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโมเมนตัมเชิงบวกนี้ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BR ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,051.08
ล้านบาท
↑ 7.3% YoY
กำไรขั้นต้น
425.58
ล้านบาท
↑ 24.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.75
%
กำไรสุทธิ
34.86
ล้านบาท
↑ 188.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.70
%
D/E Ratio
1.00
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,051
↑ + 7.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
426
↑ + 24.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
35
↑ + 188.1%
YoY
D/E Ratio
1.00
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.00
ROE (%)
2.93
ROA (%)
4.50
Book Value/หุ้น
5.48
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+121
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-144
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
120.51
-126.36%
|
-457.25
-373.07%
|
167.45
-173.76%
|
-227.01
-188.88%
|
255.42
+34.13%
|
190.43
+133.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-144.33
-212.92%
|
127.82
-74.73%
|
505.83
+1,123.58%
|
41.34
-159.45%
|
-69.54
+146.77%
|
-28.18
-90.96%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-88.46
-120.17%
|
438.63
-184.39%
|
-519.74
-249.82%
|
346.92
-205.10%
|
-330.10
+88.22%
|
-175.38
-180.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-149.30
-309.78%
|
71.17
-39.74%
|
118.10
-14.90%
|
138.78
-184.36%
|
-164.50
+1,163.44%
|
-13.02
-17.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
174.30
-15.20%
|
205.55
-62.08%
|
542.01
-15.69%
|
642.84
+139.87%
|
267.99
+20.19%
|
222.98
-58.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
192.02
+10.17%
|
174.30
-15.20%
|
205.55
-62.08%
|
542.01
-15.69%
|
642.84
+139.87%
|
267.99
+20.19%
|