บริษัท บางกอกแร้นช์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.98
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4465 out_tok=3011 at=2026-07-25T12:21:49 -->
# BR Q1/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 129% รับรายได้โต-GPM ขยายตัว
## รายได้-กำไร BR Q1/2565 ปรับขึ้นแรง YoY หลังคุมต้นทุนได้ดีขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นบริหารจัดการที่เหมาะสมท่ามกลางความท้าทาย
บริษัท บางกอกแร้นช์ จำกัด (มหาชน) หรือ BR รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 129% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้จากการขายที่เติบโต 21% และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากปัจจัยภายนอกก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BR ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** ซึ่งสามารถชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานพลิกกลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ
* **รายได้จากการขาย:** เพิ่มขึ้น 21% YoY จาก 1,721 ล้านบาท เป็น 2,078 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 47% YoY จาก 266 ล้านบาท เป็น 391 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ปรับตัวดีขึ้นจาก 15% เป็น 19%
* **กำไรจากการดำเนินงาน:** พลิกจากขาดทุน 60 ล้านบาท เป็นกำไร 138 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 129% YoY จาก 1.246 ล้านบาท เป็น 62 ล้านบาท (หมายเหตุ: ตัวเลขกำไรสุทธิ 1.246 ล้านบาทในเอกสารอาจเป็นตัวเลขที่ผิดพลาด หรือมีรายการพิเศษจำนวนมากในปีก่อน ซึ่งต้องพิจารณาควบคู่กับกำไรจากการดำเนินงานที่พลิกกลับมาเป็นบวก)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่าผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากการ **บริหารจัดการที่เหมาะสมและกลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพ** ในช่วงสถานการณ์โรคระบาด แม้ว่าต้นทุนขายรวมและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายด้านระบบการจัดการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 รวมถึงราคาวัตถุดิบสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมที่สูงขึ้น แต่การที่รายได้เติบโตและ GPM ขยายตัวได้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย หรือการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ ในส่วนของ **ส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุนในการร่วมค้า** ในไตรมาส 1 ปี 2564 มีส่วนแบ่งกำไรจำนวนมากถึง 249 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิของปีก่อนสูงผิดปกติ การที่ไตรมาส 1 ปี 2565 มีส่วนแบ่งกำไรจากร่วมค้าเพียง (1) ล้านบาท ทำให้เมื่อเทียบกำไรสุทธิ YoY อาจดูเหมือนลดลงอย่างมากหากมองเพียงตัวเลขสุดท้าย แต่หากพิจารณาจาก **กำไรจากการดำเนินงานที่พลิกกลับมาเป็นบวกอย่างแข็งแกร่ง** ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการดำเนินธุรกิจหลัก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
ฝ่ายจัดการระบุว่าภาพรวมธุรกิจยังเป็นไปตามเป้าหมาย และมีการบริหารจัดการที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุน เช่น ราคาวัตถุดิบ พลังงาน และโลจิสติกส์ ยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญ นอกจากนี้ การระบาดของโรคไข้หวัดนกในยุโรปที่ส่งผลกระทบต่อฟาร์มของบริษัทย่อยในเนเธอร์แลนด์ อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคตได้ แม้ว่าบริษัทจะมีการออกมาตรการควบคุมอย่างเคร่งครัดก็ตาม
ดังนั้น แม้ว่าผลประกอบการในไตรมาส 1 จะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการดำเนินงานหลัก แต่ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกและโรคระบาด ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการและส่งผ่านต้นทุนได้ต่อเนื่องหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** 62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129% YoY
* **รายได้จากการขาย:** 2,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ขยายตัวจาก 15% เป็น 19%
* **กำไรจากการดำเนินงาน:** พลิกจากขาดทุน 60 ล้านบาท เป็นกำไร 138 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 16% และ 23% ตามลำดับ โดยมีสาเหตุจากค่าขนส่ง, ค่าใช้จ่ายโควิด-19 และราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 4% จาก 6,759 ล้านบาท เป็น 6,491 ล้านบาท โดยหลักจากการลดลงของเงินกู้ยืม
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลงจาก 1.68 เท่า เป็น 1.59 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัท บางกอกแร้นช์ จำกัด (มหาชน) หรือ BR มีรายได้จากการขาย 2,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับ 1,721 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 47% เป็น 391 ล้านบาท และทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 15% เป็น 19% แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 16% เป็น 1,687 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23% เป็น 258 ล้านบาท แต่ด้วยรายได้ที่เติบโตและการบริหาร GPM ที่ดีขึ้น ทำให้กำไรจากการดำเนินงานพลิกกลับมาเป็น 138 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 60 ล้านบาทในปีก่อน เมื่อหักต้นทุนทางการเงินและภาษี กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129% จาก 1.246 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การบริหารจัดการที่เหมาะสมและกลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพ:** ฝ่ายจัดการเชื่อว่ายังคงสามารถบริหารจัดการองค์กรให้บรรลุผลตามเป้าหมายได้ แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย
* **การเติบโตของรายได้:** การที่รายได้จากการขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความต้องการสินค้าและศักยภาพในการขยายตลาด
* **การปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้น:** การที่ GPM ขยายตัวได้ดีขึ้น สะท้อนถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิต หรือการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ
* **การลดลงของหนี้สิน:** การลดลงของหนี้สินรวมและการปรับปรุงอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน สะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น:** สงครามความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ส่งผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานทั่วโลก ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจ
* **ต้นทุนโลจิสติกส์:** ค่าใช้จ่ายด้านระบบการจัดการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนโดยรวม
* **การระบาดของโรคไข้หวัดนก:** การระบาดในยุโรปส่งผลกระทบต่อฟาร์มของบริษัทย่อยในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณการผลิตและผลประกอบการในอนาคต
* **ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19:** ยังคงมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด
* **ความผันผวนของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน:** ในปีก่อนมีส่วนแบ่งกำไรจากร่วมค้าจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้การเปรียบเทียบผลประกอบการ YoY ในอนาคตมีความผันผวน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนที่สูงขึ้นได้อย่างไร
* **ผลกระทบจากการระบาดของโรคไข้หวัดนก:** มาตรการควบคุมของบริษัทจะได้ผลแค่ไหน และจะส่งผลต่อปริมาณการผลิตอย่างไร
* **ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย:** จะสามารถรักษา GPM ที่ดีไว้ได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์:** มีแนวทางในการลดผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างไร
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน:** หากมีรายการพิเศษที่ส่งผลต่อปีก่อน การฟื้นตัวของธุรกิจร่วมค้าจะเป็นอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารระบุถึงราคาวัตถุดิบสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนขาย
* **Volume:** แม้จะไม่ได้ระบุปริมาณการขายหรือผลิตโดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 21% บ่งชี้ถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น หรือราคาขายที่สูงขึ้น หรือทั้งสองอย่างประกอบกัน
* **GPM:** มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนจาก 15% เป็น 19% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อผลกำไร
* **ช่องทางขาย:** ฝ่ายจัดการกล่าวถึงกลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจรวมถึงการปรับปรุงช่องทางขายให้เข้าถึงลูกค้าได้ดีขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิด-19
* **สต็อก:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้าคงค้าง หรือการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสต็อก
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือสัดส่วนการส่งออกที่ชัดเจน
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงลักษณะฤดูกาลผลิตที่ส่งผลต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 10,574 ล้านบาท ลดลง 2% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากสินทรัพย์หมุนเวียนที่ลดลง และค่าเสื่อมราคาอาคารและอุปกรณ์ ในขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,491 ล้านบาท ลดลง 4% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1.68 เท่า เป็น 1.59 เท่า
ด้านสภาพคล่อง อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.96 เท่า และอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วอยู่ที่ 0.42 เท่า ซึ่งลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย
ในด้านประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ อัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจาก 0.88 เท่า เป็น 1.15 เท่า และระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยลดลงจาก 102 วัน เป็น 79 วัน บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่ดีขึ้น
ความสามารถในการทำกำไรสะท้อนจากการที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 18.8% และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 3.0% จาก 0.4% ในปีก่อน
## สรุปท้าย
BR ในไตรมาส 1 ปี 2565 สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งและการบริหารอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้ แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอก เช่น ราคาวัตถุดิบและโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น รวมถึงความเสี่ยงจากโรคระบาดไข้หวัดนกในต่างประเทศ แต่การที่บริษัทสามารถลดหนี้สินและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ เป็นสัญญาณบวกที่ต้องจับตาดูความต่อเนื่องของแนวโน้มนี้ในไตรมาสถัดไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BR ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
2,051.08
ล้านบาท
↑ 7.3% YoY
กำไรขั้นต้น
425.58
ล้านบาท
↑ 24.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.75
%
กำไรสุทธิ
34.86
ล้านบาท
↑ 188.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.70
%
D/E Ratio
1.00
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,051
↑ + 7.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
426
↑ + 24.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
35
↑ + 188.1%
YoY
D/E Ratio
1.00
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.00
ROE (%)
2.93
ROA (%)
4.50
Book Value/หุ้น
5.48
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+121
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-144
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
120.51
-126.36%
|
-457.25
-373.07%
|
167.45
-173.76%
|
-227.01
-188.88%
|
255.42
+34.13%
|
190.43
+133.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-144.33
-212.92%
|
127.82
-74.73%
|
505.83
+1,123.58%
|
41.34
-159.45%
|
-69.54
+146.77%
|
-28.18
-90.96%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-88.46
-120.17%
|
438.63
-184.39%
|
-519.74
-249.82%
|
346.92
-205.10%
|
-330.10
+88.22%
|
-175.38
-180.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-149.30
-309.78%
|
71.17
-39.74%
|
118.10
-14.90%
|
138.78
-184.36%
|
-164.50
+1,163.44%
|
-13.02
-17.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
174.30
-15.20%
|
205.55
-62.08%
|
542.01
-15.69%
|
642.84
+139.87%
|
267.99
+20.19%
|
222.98
-58.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
192.02
+10.17%
|
174.30
-15.20%
|
205.55
-62.08%
|
542.01
-15.69%
|
642.84
+139.87%
|
267.99
+20.19%
|