บริษัท บางกอกแร้นช์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.98
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5561 out_tok=2463 at=2026-07-27T08:39:13 -->
# BR กำไรสุทธิพลิกบวก Q2/64 รับแรงหนุนรายได้ขายโต 49%
## รายได้จากการขายพุ่ง 49% หนุนกำไรขั้นต้นโต 214% ขณะที่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารจัดการได้ดี
บริษัท บางกอกแร้นช์ จำกัด (มหาชน) หรือ BR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 48 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 129 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขาย 49% และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเติบโตถึง 214% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BR ในไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 48 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 129 ล้านบาทในปีก่อน คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 49%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นถึง 214% โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 7% เป็น 16%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเป็นผลมาจากการบริหารจัดการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพภายในองค์กร รวมถึงการปรับตัวตามสถานการณ์การระบาดทั่วโลกได้อย่างทันท่วงที แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 36% สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน แต่ฝ่ายบริหารสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและจัดการค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพได้ดี ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนในบริษัทย่อยและกลุ่มสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขายลดลงอย่างมาก จาก 100 ล้านบาท เหลือเพียง 65 ล้านบาท ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนโดยรวม
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 24% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยและเงินกู้ยืมเพื่อปรับปรุงโรงงานบางพลีให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป และการลงทุนในโรงงานแห่งใหม่ที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดว่าผลประกอบการของกลุ่มบริษัทจะดีขึ้นตามเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยและประเทศเนเธอร์แลนด์ การที่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการปรับตัวตามสถานการณ์ ทำให้มีแนวโน้มที่ดีในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคตยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** BR กลับมามีกำไรสุทธิ 48 ล้านบาทใน Q2/64 จากที่ขาดทุน 129 ล้านบาทใน Q2/63
* **รายได้ขายโตแรง:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 49% YoY เป็น 1,652 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นก้าวกระโดด:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 214% YoY เป็น 259 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยับขึ้นจาก 7% เป็น 16%
* **ต้นทุนการเงินสูงขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 24% YoY เป็น 49 ล้านบาท จากการกู้ยืมเพื่อปรับปรุงโรงงานและลงทุนในโรงงานใหม่
* **ขาดทุนพิเศษลดลง:** ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ลดลงจาก 100 ล้านบาท เหลือ 65 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 BR มีรายได้จากการขายรวม 1,652 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 1,109 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 214% เป็น 259 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 16% จาก 7% ในปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 36% เป็น 1,393 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 24% เป็น 49 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 1% เป็น 204 ล้านบาท
เมื่อรวมรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนในบริษัทย่อยและกลุ่มสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขายที่ลดลงจาก 100 ล้านบาท เหลือ 65 ล้านบาท ทำให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 48 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 129 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 3,373 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY และมีกำไรขั้นต้นรวม 525 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 16% จาก 12% ในปีก่อน แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 11% แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 14% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 24% และรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ 65 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกที่ 42 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 150 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** ฝ่ายบริหารคาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้นตามเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยและเนเธอร์แลนด์
* **การปรับปรุงโรงงาน:** การลงทุนปรับปรุงโรงงานบางพลีให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดส่งออก
* **การลงทุนโรงงานใหม่:** การลงทุนในโรงงานแห่งใหม่ที่จังหวัดสระแก้ว จะเป็นการเพิ่มศักยภาพการผลิตและรองรับการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน โดยเฉพาะในประเทศไทยและทั่วโลก
* **ราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยและเงินกู้ยืมเพื่อการลงทุน อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากการขายในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของค่าขนส่งและต้นทุนวัตถุดิบต่อ GPM
* ความคืบหน้าของการปรับปรุงโรงงานบางพลีและการลงทุนโรงงานใหม่ที่สระแก้ว
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยที่อาจเปลี่ยนแปลง
* สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และผลกระทบต่ออุปสงค์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบหรือราคาสินค้าขายโดยตรง แต่ระบุว่าต้นทุนขายเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น และค่าขนส่งสูงขึ้น
* **Volume:** รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 49% บ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของ Volume การขาย หรือราคาขาย หรือทั้งสองอย่างประกอบกัน
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 7% เป็น 16% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายที่รัดกุม
* **ช่องทางขาย:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดช่องทางขาย แต่กล่าวถึงการปรับตัวตามสถานการณ์การระบาดทั่วโลก
* **สต็อก:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระดับสต็อกสินค้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีการกล่าวถึงการปรับปรุงโรงงานให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการส่งออก แต่ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
* **ฤดูกาลผลิต:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงลักษณะฤดูกาลผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 10,971 ล้านบาท ลดลง 27 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากค่าเสื่อมราคาของอาคารและอุปกรณ์
หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,924 ล้านบาท ลดลง 7 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้า
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลงจากผลขาดทุนสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเวียนอยู่ที่ 0.86 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.57 เท่าในปีก่อน และอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วอยู่ที่ 0.22 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.18 เท่า
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.71 เท่า ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 1.70 เท่า
ความสามารถในการชำระดอกเบี้ยดีขึ้น โดยมีอัตราส่วน (EBITDA) ต่อต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 0.47 เท่า จาก (1.57) เท่าในปีก่อน
## สรุปท้าย
BR พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2564 จากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่เติบโตถึง 49% และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอย่างมาก แม้ต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มขึ้นจากการลงทุนเพื่อการเติบโต แต่แนวโน้มเศรษฐกิจที่คาดว่าจะดีขึ้น และการปรับปรุงศักยภาพการผลิต เป็นปัจจัยหนุนที่น่าจับตา ขณะที่ความเสี่ยงจากสถานการณ์ COVID-19 และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BR ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,051.08
ล้านบาท
↑ 7.3% YoY
กำไรขั้นต้น
425.58
ล้านบาท
↑ 24.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.75
%
กำไรสุทธิ
34.86
ล้านบาท
↑ 188.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.70
%
D/E Ratio
1.00
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,051
↑ + 7.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
426
↑ + 24.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
35
↑ + 188.1%
YoY
D/E Ratio
1.00
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.00
ROE (%)
2.93
ROA (%)
4.50
Book Value/หุ้น
5.48
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+121
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-144
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
120.51
-126.36%
|
-457.25
-373.07%
|
167.45
-173.76%
|
-227.01
-188.88%
|
255.42
+34.13%
|
190.43
+133.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-144.33
-212.92%
|
127.82
-74.73%
|
505.83
+1,123.58%
|
41.34
-159.45%
|
-69.54
+146.77%
|
-28.18
-90.96%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-88.46
-120.17%
|
438.63
-184.39%
|
-519.74
-249.82%
|
346.92
-205.10%
|
-330.10
+88.22%
|
-175.38
-180.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-149.30
-309.78%
|
71.17
-39.74%
|
118.10
-14.90%
|
138.78
-184.36%
|
-164.50
+1,163.44%
|
-13.02
-17.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
174.30
-15.20%
|
205.55
-62.08%
|
542.01
-15.69%
|
642.84
+139.87%
|
267.99
+20.19%
|
222.98
-58.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
192.02
+10.17%
|
174.30
-15.20%
|
205.55
-62.08%
|
542.01
-15.69%
|
642.84
+139.87%
|
267.99
+20.19%
|